การทำเพื่อตัวเองกับการทำเพื่อคนอื่น...อย่างไหนมันยากกว่ากัน : ดาวดำผู้รู้สึกว่า...

กระทู้คำถาม
วันนี้แม่เล่าประวัติ ส.ส. ท่านหนึ่งให้ฟังนะครับผม พอได้ฟังแล้ว...ไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงเหมือนกัน แต่มันทำให้เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เดี๋ยวเล่าจบค่อยบอกว่าเป็นความรู้สึกอะไรก็แล้วกัน

แม่เล่าว่า ส.ส. ท่านนี้มีพี่น้องหกคน เป็นลูกชายทั้งหมด แล้วท่านเป็นลูกคนที่สี่นะครับ ด้วยว่าพ่อมีความรู้แค่ ป.3 ส่วนแม่แค่อ่านหนังก็ยังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่ที่นาสักผืน ต้องไปบุกเบิกที่หลวงเพื่อใช้เป็นที่ปลูกบ้านและทำกิน ฟังถึงตรงนี้แล้ว แบบ...ชีวิตมันก็คือชีวิตจริงๆ อ่ะนะ เกิดมาแล้วถ้าไม่มี...

ด้วยว่าจนอย่างที่บอก ทำให้พี่ชายสามคนแรกไม่ได้เรียนหนังสือแม้แต่คนเดียว พอมาถึงท่านในวัยที่เข้าเกณฑ์บ้าง พ่อก็เข้ามาถามว่าอยากไปโรงเรียนไหม ท่านบอกว่าไม่อยาก พ่อก็เลยถามต่อ ว่าแล้วอยากทำอะไร ท่านก็ตอบว่า อยากเลี้ยงวัว อยากขุนวัวขาย

หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็พาท่านไปตลาดค้าวัวควาย ซึ่งอยู่ในตัวเมือง ท่านรู้สึกตื่นเต้นมาก ด้วยว่าปกติอยู่แต่บ้านไม่เคยได้ไปไหน พอได้เข้าไปเจอความเจริญ ได้เห็นผู้คนพลุกพล่าน ท่านก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก คือ...มันแตกต่างจากบ้านนอกคอกนาที่ท่านอยู่มากมายว่าอย่างนั้นเถอะ

พ่อก็พาท่านเดินดูนั่นดูนี่ไปจนทั่ว แล้วไปหยุดอยู่ที่หน้าจุดรับซื้อวัว แล้วพ่อก็ถามท่านว่า เห็นใครทำอะไรบ้าง ท่านก็พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับไปว่า เห็นคนต้อนวัวกับคนเขียนหนังสือ แล้วพ่อก็ถามท่านต่อไปอีก คนเขียนหนังสือกับคนต้อนวัว ใครสบายกว่ากัน คำตอบของท่านคืออะไรคงไม่ต้องบอก แล้วพ่อก็พูดต่อไปอีกว่า คนเขียนหนังสือไปทำหน้าที่ต้อนวัวได้ แต่คนต้อนวัวทำหน้าที่เขียนหนังสือไม่ได้ เพราะไม่รู้หนังสือ

แล้วท่าน ส.ส. คนดังกล่าวก็บอกกับพ่อว่า อยากเรียนหนังสือ และพ่อก็พาท่านไปฝากฝังไว้กับวัดๆ หนึ่ง จนท่านเรียนจบมัธยม สมัยก่อนเขาเรียกจบ มศ.5 ท่านก็ขึ้นกรุงเทพ ไปสอบเข้าเรียนธรรมศาสตร์ได้ ทีนี้พอไปเรียนท่านก็ไม่มีที่อยู่ ก็เลยไปขออาศัยวัด แต่ด้วยว่าคนที่เข้าไปอาศัยวัดอยู่ก็เยอะ ไม่มีห้องไม่มีอะไรให้ท่านอยู่ ท่านก็เลยยกมือไหว้ขอหลวงพ่อ ว่าท่านไม่มีที่ไปจริงๆ ยังไงถ้าไม่มีห้องก็ไม่เป็นไร ขออาศัยได้ถุนกุฏินอนได้ไหม หลวงพ่อก็อนุญาต แต่ด้วยว่าใต้ถุนกุฏิมันเป็นที่ลุ่ม เวลาฝนตกน้ำมันก็จะท่วมและนอง ท่านก็แก้ปัญหาด้วยการหาท่อนไม้มาวางรองที่พื้น แล้วหาไม้กระดานมาวางด้านบนเพื่อให้พ้นเวลาน้ำมา ซึ่งกระดานที่ว่าก็คือฝาโลง แบบอื้อหือนะ...

ท่านอยู่แบบนั้นจนเรียนจบ แล้วก็สอบเป็นอัยการเป็นผู้พิพากษาไล่ไปเรื่อยๆ จนไกลที่สุดในสายงานของท่าน

ส่วนเหตุผลที่ท่านมาเป็น ส.ส. ท่านบอก ว่ามันมีเหตุ...เป็นภาพจำสมัยท่านยังเด็ก ท่านบอกบ้านท่านมันทุรกันดารและห่างไกลความเจริญมาก ตอนนั้นน้องชายท่านปวดท้อง ด้วยความจนและอะไรต่างๆ ทำให้ไม่ได้พาน้องไปหาหมอ ท้ายที่สุดน้องชายของท่านก็เสียชีวิต ท่านบอกว่าถ้าความเจริญเข้าไปถึงบ้านท่าน ท่านก็อาจจะไม่เสียน้องชายไป ท่านมาเป็น ส.ส. เพราะอยากนำความเจริญเข้าไปสู่แหล่งทุรกันดาร

พอฟังจบแล้ว...ผมก็รู้สึกตามหัวกระทู้ละครับ การทำเพื่อตัวเองกับการทำเพื่อคนอื่น...อย่างไหนมันยากกว่ากัน

ก็...ลองๆ แสดงความเห็นมาดูครับ ว่าทำไมผมถึงรู้สึกอย่างนั้น

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่