คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
จริง ๆ ก็ได้ยินคำถามนี้ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนแล้วนะครับ ถ้าฟานไดจ์เจ็บ ถ้าซาล่าห์เจ็บ ฯลฯ
ก็ตอบได้ชัด ๆ เลยครับว่าถ้านักเตะประเภทออกตัวจริงแน่นอนแบบนั้นเจ็บล่ะก็ 'ซวย' ครับ
เพราะมันเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเจ็บแค่ไหน สั้นหรือยาว ปกติแล้วถ้าไม่กี่สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน เท่าที่สังเกตคือคล็อปป์ก็จะพิจารณาใช้สำรองที่มีไปก่อนครับ เพราะต่อให้ซื้อด่วนช่วงนี้แบบกล้าเทงบไป ก็ติดปัญหาเรื่องการปรับตัวกับระบบอยู่ดี คนเดียวที่ผมเห็นย้ายมาแล้วเล่นได้เลยก็คือฟานไดจ์นี่ล่ะ (แต่เอาเข้าจริงฟานไดจ์ก็ไม่ได้ผ่านพรีซีซั่นมาก่อน พอเล่นไปได้ไม่นานก็เจ็บแฮมสตริงครับ)
เคสที่ผ่านมาจะเห็นว่าคล็อปป์มีแผนสำรองพอตัวเลย ถ้าตำแหน่งต่อตำแหน่งก็เปลี่ยนตรง ๆ เช่นปีก่อนที่อลิสซอนเจ็บ ก็ใช้อาเดรียนเลย แล้วก็ค่อยปรับระบบให้เข้ากับแกอีกที เช่น ลดการส่งบอลคืนหลังลง เพราะอาเดรียนใช้เท้าได้ไม่คล่องและเนียนเท่าอลิสซอน
ตอนฟาบินโญ่เจ็บก็ถอยเฮนโด้ลงมา แล้วใช้เกอิต้าหรือ AOC ยืนแทน จับคู่กับจีนี่แดนกลาง
กรณีหน้าเจ็บก็แก้ขัดด้วยโอริกี้หรือชากิรี่ ในปีนี้ดีขึ้นที่มินามิโนะอาจแทนที่ได้ เพราะในบทบาทแดนหน้านั้น ซาล่าห์ มาเน่ กับเฟอร์มิโน่สามารถโยกได้หมดครับ สำรองก็งานเบาขึ้นสักหน่อย
เซนเตอร์หมุนเวียนเป็นปกติอยู่แล้วระหว่างโกเมส มาติป และลอฟเรน
ปีนี้ลอฟเรนย้ายไป ถ้างานไม่เข้าหนักก็หมุนกันสองคน ถ้าแย่หน่อยก็เคยถอยฟาบินโญ่ลงมาแล้ว ก็แก้ขัดช่วงสั้น ๆ ได้
แบ็กซ้ายเคยใช้มิลเนอร์หมุน แบ็กขวาโยกเฮนเดอร์สันได้
ปีนี้มีซิมิกาส กับอาจให้โอกาสเนโก้ วิลเลี่ยม
ผมว่าสมดุลเบื้องต้นไม่ได้แย่ขนาดนั้น หากไม่ได้เจ็บยาวระดับ 2 เดือนขึ้นไป
แน่นอนว่าการที่นักเตะชุดหลักเจ็บมันส่งผลกระทบต่อทีมอยู่แล้วครับ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องประคองให้ผ่านช่วงนั้นไปก่อน หรือพยายามรักษาจุดแข็งของทีมไว้ให้ได้
อย่างที่ว่าเจ็บก็คือซวย ในคำถามเดียวกัน ถ้าเราถามแมนฯ ยูไนเต็ดว่าถ้าบรูโน่เจ็บ ถามซิตี้ว่าถ้าเดอบรอยเจ็บ ถามอาร์เซน่อลว่าถ้าโอบาเมยองเจ็บ ถามบาซ่าว่าถ้าเมสซี่เจ็บ ถามยูเวว่าถ้าโรนัลโด้เจ็บ... ถามทีมอื่นที่นักเตะระดับคีย์แมนเจ็บ... มันก็คงได้คำตอบทำนองเดียวกันว่าก็ซวย แล้วหาทางแก้ไขกันไป
การซื้อตัวก็ตอบโจทย์แหล่ะครับ แต่ปัญหาคือโจทย์ที่ยกมานั้นไม่ใช่นักเตะระดับแบ็กอัพ แต่หมายถึงตัวคีย์แมนที่เหนือกว่าตัวหลักไปแล้ว... ซึ่งทีมหนึ่ง ๆ ไม่ได้มีกันครบทุกตำแหน่ง และยากที่จะหาคนระดับเดียวกันมาแทนได้ง่าย ๆ เหมือนถามว่านอกจากฟานไดจ์แล้ว คุณคิดว่าใครที่เล่นใกล้เคียงเขาล่ะ? แล้วจะตีราคาสักเท่าไหร่? ถ้าเล่นทีมระดับใกล้เคียงกันคิดว่าเขาจะยอมขายไหม?
มันก็เหมือนกับการที่ลิเวอร์พูลไม่ยอมเสียฟานไดจ์นั่นล่ะครับ ถึงขนาดประชดว่าเงินไม่ถึง 300m ก็ไม่ต้องคุยกัน
หากเราจะไปทาบนักเตะคีย์แมนแทนที่กันได้ ก็คงเจอตอบกลับในเงื่อนไขไม่ต่างกัน
ผมว่าคล็อปป์มองปัญหานี้ออก เลยใช้วิธีถนอมตัวเจ็บ แล้วพยายามผลักดันขุมกำลังสำรองที่พอทดแทนกันได้ขึ้นมา ประกอบกับพยายามผลักดันเด็ก ๆ มากกว่าครับ อย่างดาวรุ่งตอนนี้ หลายคนก็เครดิทเดิมดี ๆ กันทั้งนั้น ถ้าปั้นขึ้นโดยมีรุ่นพี่เป็นโมเดล มันก็น่าลุ้นในระยะยาวอยู่
แน่นอนว่าการเสริมก็สำคัญครับ แต่ตอนนี้ลิเวอร์พูลก็มีความต่างกับทีมอื่นพอตัว คือชุดหลักลงตัวแล้วและยังเล่นได้อีกหลายปี
พอพิมพ์แบบนี้ไปก็เห็นมีประชด-ดันว่าลิเวอร์พูลจะใช้ชุดนี้ไปอีก 5 ปี...
ก็พูดกันมาได้...
คือคล็อปป์เติมทุกปี และที่เห็นคือนักเตะที่เติมก็หมุนเวียนในชุดหลักทุกปีนะครับ ปีก่อนเซ็นอาเดรียนตอนนี้ก็แบ็กอัพเบอร์ 1 ไปแล้ว
เซ็นเอลเลียตก็จับขึ้นมาสัมผัสชุดใหญ่ไปบ้างแล้ว ฟานเดนเบิร์กก็พรีซีซั่นไปแล้ว กลุ่มนี้ก็รอดูอนาคต
มินามิโนะเซ็นกลางฤดูกาลที่แล้ว ตอนแรกปรับตัวก็เล่นไม่ออก ช่วงนี้มีทรงมากขึ้นแล้ว ไม่แน่ว่าฤดูกาลนี้อาจมีผลงานยิงหรือแอสซิสต์ให้ทีมมากขึ้นก็ได้
ปีนี้เซ็นต์ซิมิกาส (พร้อมกันนั้นก็ปล่อยดาวรุ่งออกไปแบบยืมตัว) ก็ชัดเจนว่าเป็นนักเตะที่จะใช้งานอีกคนหนึ่ง
โจนส์เองก็ขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวแล้ว นัดที่ผ่านมาเจอลีสด์เกมกดดัน ก็ยังเลือกส่งลงมาเล่น ก็น่าจะสะท้อนว่าปีนี้คงมีโอกาสปั้นใช้งานอีกแน่ ๆ
นักเตะมีการขับเคลื่อนตลอดล่ะครับ มากหรือเท่านั้นเอง ถ้าไม่ติดกับดับที่ว่าต้องซื้อเท่านั้น และ 'ต้องซื้อเดี๋ยวนี้' ล่ะก็นะครับ
ลิเวอร์พูลในช่วง 2 ปีหลังมานี้อาจไม่ได้ควักเงินมากมายอะไร แต่ดูทรงแล้วผมว่ามีนักเตะหมุนเวียนที่น่าจะฝากผีฝากไข้ได้อีก 3 คนแน่ ๆ ล่ะนะ (มินามิโนะ โจนส์ ซิมิกาส) และยังมีข้างสนามอย่าง ชากิรี่ โอริกี้ AOC อีก
ภาพรวมไม่ได้แย่ขนาดที่น่ากังวลเลยครับ หากไม่ 'ซวย' ขึ้นมาแบบที่ว่าน่ะนะ
ถ้าซวยระดับเบาคือไม่ได้เจ็บที่คีย์เพลย์เยอร์ก็ใช้วิธีเปลี่ยนแบบตำแหน่งต่อตำแหน่งได้ เช่นสลับมาติปกับโกเมส
แต่ถ้าซวยระดับหนักคือเจ็บที่คีย์เพลย์เยอร์ก็อาจใช้วิธีข้างต้น หรือโยนตำแหน่งเพื่อนมาแก้ขัดแล้วส่งสำรองประคองกันไป
ระยะสั้นพอถูไถครับ ระยะยาวอาจต้องใช้ระบบมาช่วยเช่นเปลี่ยนจาก 4-3-3 ไปจนถึง 4-2-3-1
แต่ส่วนตัวแล้วมองว่าซื้อตอนนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เรื่องแก้ปัญหาตัวเจ็บครับ เพราะยังไงก็ต้องปรับตัวกับระบบอีกที โชคดีก็ไม่กี่เดือน แต่มาตรฐานคือครึ่งฤดูกาล หนักกว่านั้นก็ 1-2 ฤดูกาล
เว้นแต่ซื้อมาแบ็กอัพสำรอง เช่นแทนตำแหน่งลอฟเรน หรือซื้อมาในตำแหน่งที่มีตัวสแตนด์บายอยู่แล้ว เช่า อาคันธาร่ากับกองกลาง
แบบนี้ได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนัน้ครับไม่รีบอะไร ระหว่างปรับตัวก็ไม่กระทบกับระบบด้วย
ิ
อนึ่ง... ตัวออกเยอะกว่าเข้าก็จริงครับ แต่ว่าที่ออกไปก็เป็นนักเตะประเภทสำรองของสำรองอีกทีนะนั่น อย่างเช่น ลัลลาน่านี่ถ้าไม่ใช่บอลถ้วยก็แทบไม่ได้ลง ลงทีก็สำรองตลอดศก... ไคลน์เจ็บกลับมาแล้วความฟิตกับการเข้าใจระบบก็ไม่เหลือแล้วครับ ขนาดวิลเลี่ยมกับฮูแฟร์ดาวรุ่งยังดูวิ่งได้มีพลังกว่าไปสุดเปิดมีลุ้นกว่า...
มีลอฟเรนนี่ล่ะครับที่ดูมีทรงสุดในกลุ่ม แต่เห็นแบบนั้นตอนส่งลงมา แฟนบอลก็สับเรื่องผลงานไม่น้อยนะ กับอาการ 'เหวอ' ในจังหวะสำคัญ... ซึ่งมันก็ตลกดีที่ตอนอยู่ล่ะไม่เห็นหัว บางคนบอกใช้เด็กยังดีกว่า แต่พอเขาไปกลับมองว่าเด็กไม่พอแล้วจะเอาคลาสใกล้กัน... ซึ่งมันคงไม่ง่ายล่ะนะ กับกองหลังระดับทีมชาติที่เพิ่งมีผลงานรองแชมป์บอลโลก... รายนี้คล็อปป์ใช้วิธีปรับมาติป กับปั้นโกเมสให้ดีจนทัดเทียมได้ แล้วก็หมุนเวียนกันไปจนลอฟเรนรับสภาพและเป็นสำรองอันดับ 3-4 ให้ได้ จนพอหายเจ็บกลับมาก็เบียดไม่ค่อยได้แล้ว ถึงคิดอยากย้ายออกไป...
จากโมเดลนี้ ถ้ามองว่าจะหาสำรองเก่ง ๆ ขนาดทดแทนได้ การซื้อนักเตะเก่ง ๆ ก็อาจไม่ใช่คำตอบเดียวที่ทำได้ครับ แต่การปั้นนักเตะให้มาเบียดจนนักเตะเดิมไปนั่งสำรองได้ ดูจะเป็นไปได้ไม่แพ้กัน และเข้ากับแนวทางการทำทีมของคล็อปป์ด้วยสิ
ก็ตอบได้ชัด ๆ เลยครับว่าถ้านักเตะประเภทออกตัวจริงแน่นอนแบบนั้นเจ็บล่ะก็ 'ซวย' ครับ
เพราะมันเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเจ็บแค่ไหน สั้นหรือยาว ปกติแล้วถ้าไม่กี่สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน เท่าที่สังเกตคือคล็อปป์ก็จะพิจารณาใช้สำรองที่มีไปก่อนครับ เพราะต่อให้ซื้อด่วนช่วงนี้แบบกล้าเทงบไป ก็ติดปัญหาเรื่องการปรับตัวกับระบบอยู่ดี คนเดียวที่ผมเห็นย้ายมาแล้วเล่นได้เลยก็คือฟานไดจ์นี่ล่ะ (แต่เอาเข้าจริงฟานไดจ์ก็ไม่ได้ผ่านพรีซีซั่นมาก่อน พอเล่นไปได้ไม่นานก็เจ็บแฮมสตริงครับ)
เคสที่ผ่านมาจะเห็นว่าคล็อปป์มีแผนสำรองพอตัวเลย ถ้าตำแหน่งต่อตำแหน่งก็เปลี่ยนตรง ๆ เช่นปีก่อนที่อลิสซอนเจ็บ ก็ใช้อาเดรียนเลย แล้วก็ค่อยปรับระบบให้เข้ากับแกอีกที เช่น ลดการส่งบอลคืนหลังลง เพราะอาเดรียนใช้เท้าได้ไม่คล่องและเนียนเท่าอลิสซอน
ตอนฟาบินโญ่เจ็บก็ถอยเฮนโด้ลงมา แล้วใช้เกอิต้าหรือ AOC ยืนแทน จับคู่กับจีนี่แดนกลาง
กรณีหน้าเจ็บก็แก้ขัดด้วยโอริกี้หรือชากิรี่ ในปีนี้ดีขึ้นที่มินามิโนะอาจแทนที่ได้ เพราะในบทบาทแดนหน้านั้น ซาล่าห์ มาเน่ กับเฟอร์มิโน่สามารถโยกได้หมดครับ สำรองก็งานเบาขึ้นสักหน่อย
เซนเตอร์หมุนเวียนเป็นปกติอยู่แล้วระหว่างโกเมส มาติป และลอฟเรน
ปีนี้ลอฟเรนย้ายไป ถ้างานไม่เข้าหนักก็หมุนกันสองคน ถ้าแย่หน่อยก็เคยถอยฟาบินโญ่ลงมาแล้ว ก็แก้ขัดช่วงสั้น ๆ ได้
แบ็กซ้ายเคยใช้มิลเนอร์หมุน แบ็กขวาโยกเฮนเดอร์สันได้
ปีนี้มีซิมิกาส กับอาจให้โอกาสเนโก้ วิลเลี่ยม
ผมว่าสมดุลเบื้องต้นไม่ได้แย่ขนาดนั้น หากไม่ได้เจ็บยาวระดับ 2 เดือนขึ้นไป
แน่นอนว่าการที่นักเตะชุดหลักเจ็บมันส่งผลกระทบต่อทีมอยู่แล้วครับ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องประคองให้ผ่านช่วงนั้นไปก่อน หรือพยายามรักษาจุดแข็งของทีมไว้ให้ได้
อย่างที่ว่าเจ็บก็คือซวย ในคำถามเดียวกัน ถ้าเราถามแมนฯ ยูไนเต็ดว่าถ้าบรูโน่เจ็บ ถามซิตี้ว่าถ้าเดอบรอยเจ็บ ถามอาร์เซน่อลว่าถ้าโอบาเมยองเจ็บ ถามบาซ่าว่าถ้าเมสซี่เจ็บ ถามยูเวว่าถ้าโรนัลโด้เจ็บ... ถามทีมอื่นที่นักเตะระดับคีย์แมนเจ็บ... มันก็คงได้คำตอบทำนองเดียวกันว่าก็ซวย แล้วหาทางแก้ไขกันไป
การซื้อตัวก็ตอบโจทย์แหล่ะครับ แต่ปัญหาคือโจทย์ที่ยกมานั้นไม่ใช่นักเตะระดับแบ็กอัพ แต่หมายถึงตัวคีย์แมนที่เหนือกว่าตัวหลักไปแล้ว... ซึ่งทีมหนึ่ง ๆ ไม่ได้มีกันครบทุกตำแหน่ง และยากที่จะหาคนระดับเดียวกันมาแทนได้ง่าย ๆ เหมือนถามว่านอกจากฟานไดจ์แล้ว คุณคิดว่าใครที่เล่นใกล้เคียงเขาล่ะ? แล้วจะตีราคาสักเท่าไหร่? ถ้าเล่นทีมระดับใกล้เคียงกันคิดว่าเขาจะยอมขายไหม?
มันก็เหมือนกับการที่ลิเวอร์พูลไม่ยอมเสียฟานไดจ์นั่นล่ะครับ ถึงขนาดประชดว่าเงินไม่ถึง 300m ก็ไม่ต้องคุยกัน
หากเราจะไปทาบนักเตะคีย์แมนแทนที่กันได้ ก็คงเจอตอบกลับในเงื่อนไขไม่ต่างกัน
ผมว่าคล็อปป์มองปัญหานี้ออก เลยใช้วิธีถนอมตัวเจ็บ แล้วพยายามผลักดันขุมกำลังสำรองที่พอทดแทนกันได้ขึ้นมา ประกอบกับพยายามผลักดันเด็ก ๆ มากกว่าครับ อย่างดาวรุ่งตอนนี้ หลายคนก็เครดิทเดิมดี ๆ กันทั้งนั้น ถ้าปั้นขึ้นโดยมีรุ่นพี่เป็นโมเดล มันก็น่าลุ้นในระยะยาวอยู่
แน่นอนว่าการเสริมก็สำคัญครับ แต่ตอนนี้ลิเวอร์พูลก็มีความต่างกับทีมอื่นพอตัว คือชุดหลักลงตัวแล้วและยังเล่นได้อีกหลายปี
พอพิมพ์แบบนี้ไปก็เห็นมีประชด-ดันว่าลิเวอร์พูลจะใช้ชุดนี้ไปอีก 5 ปี...
ก็พูดกันมาได้...
คือคล็อปป์เติมทุกปี และที่เห็นคือนักเตะที่เติมก็หมุนเวียนในชุดหลักทุกปีนะครับ ปีก่อนเซ็นอาเดรียนตอนนี้ก็แบ็กอัพเบอร์ 1 ไปแล้ว
เซ็นเอลเลียตก็จับขึ้นมาสัมผัสชุดใหญ่ไปบ้างแล้ว ฟานเดนเบิร์กก็พรีซีซั่นไปแล้ว กลุ่มนี้ก็รอดูอนาคต
มินามิโนะเซ็นกลางฤดูกาลที่แล้ว ตอนแรกปรับตัวก็เล่นไม่ออก ช่วงนี้มีทรงมากขึ้นแล้ว ไม่แน่ว่าฤดูกาลนี้อาจมีผลงานยิงหรือแอสซิสต์ให้ทีมมากขึ้นก็ได้
ปีนี้เซ็นต์ซิมิกาส (พร้อมกันนั้นก็ปล่อยดาวรุ่งออกไปแบบยืมตัว) ก็ชัดเจนว่าเป็นนักเตะที่จะใช้งานอีกคนหนึ่ง
โจนส์เองก็ขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวแล้ว นัดที่ผ่านมาเจอลีสด์เกมกดดัน ก็ยังเลือกส่งลงมาเล่น ก็น่าจะสะท้อนว่าปีนี้คงมีโอกาสปั้นใช้งานอีกแน่ ๆ
นักเตะมีการขับเคลื่อนตลอดล่ะครับ มากหรือเท่านั้นเอง ถ้าไม่ติดกับดับที่ว่าต้องซื้อเท่านั้น และ 'ต้องซื้อเดี๋ยวนี้' ล่ะก็นะครับ
ลิเวอร์พูลในช่วง 2 ปีหลังมานี้อาจไม่ได้ควักเงินมากมายอะไร แต่ดูทรงแล้วผมว่ามีนักเตะหมุนเวียนที่น่าจะฝากผีฝากไข้ได้อีก 3 คนแน่ ๆ ล่ะนะ (มินามิโนะ โจนส์ ซิมิกาส) และยังมีข้างสนามอย่าง ชากิรี่ โอริกี้ AOC อีก
ภาพรวมไม่ได้แย่ขนาดที่น่ากังวลเลยครับ หากไม่ 'ซวย' ขึ้นมาแบบที่ว่าน่ะนะ
ถ้าซวยระดับเบาคือไม่ได้เจ็บที่คีย์เพลย์เยอร์ก็ใช้วิธีเปลี่ยนแบบตำแหน่งต่อตำแหน่งได้ เช่นสลับมาติปกับโกเมส
แต่ถ้าซวยระดับหนักคือเจ็บที่คีย์เพลย์เยอร์ก็อาจใช้วิธีข้างต้น หรือโยนตำแหน่งเพื่อนมาแก้ขัดแล้วส่งสำรองประคองกันไป
ระยะสั้นพอถูไถครับ ระยะยาวอาจต้องใช้ระบบมาช่วยเช่นเปลี่ยนจาก 4-3-3 ไปจนถึง 4-2-3-1
แต่ส่วนตัวแล้วมองว่าซื้อตอนนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เรื่องแก้ปัญหาตัวเจ็บครับ เพราะยังไงก็ต้องปรับตัวกับระบบอีกที โชคดีก็ไม่กี่เดือน แต่มาตรฐานคือครึ่งฤดูกาล หนักกว่านั้นก็ 1-2 ฤดูกาล
เว้นแต่ซื้อมาแบ็กอัพสำรอง เช่นแทนตำแหน่งลอฟเรน หรือซื้อมาในตำแหน่งที่มีตัวสแตนด์บายอยู่แล้ว เช่า อาคันธาร่ากับกองกลาง
แบบนี้ได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนัน้ครับไม่รีบอะไร ระหว่างปรับตัวก็ไม่กระทบกับระบบด้วย
ิ
อนึ่ง... ตัวออกเยอะกว่าเข้าก็จริงครับ แต่ว่าที่ออกไปก็เป็นนักเตะประเภทสำรองของสำรองอีกทีนะนั่น อย่างเช่น ลัลลาน่านี่ถ้าไม่ใช่บอลถ้วยก็แทบไม่ได้ลง ลงทีก็สำรองตลอดศก... ไคลน์เจ็บกลับมาแล้วความฟิตกับการเข้าใจระบบก็ไม่เหลือแล้วครับ ขนาดวิลเลี่ยมกับฮูแฟร์ดาวรุ่งยังดูวิ่งได้มีพลังกว่าไปสุดเปิดมีลุ้นกว่า...
มีลอฟเรนนี่ล่ะครับที่ดูมีทรงสุดในกลุ่ม แต่เห็นแบบนั้นตอนส่งลงมา แฟนบอลก็สับเรื่องผลงานไม่น้อยนะ กับอาการ 'เหวอ' ในจังหวะสำคัญ... ซึ่งมันก็ตลกดีที่ตอนอยู่ล่ะไม่เห็นหัว บางคนบอกใช้เด็กยังดีกว่า แต่พอเขาไปกลับมองว่าเด็กไม่พอแล้วจะเอาคลาสใกล้กัน... ซึ่งมันคงไม่ง่ายล่ะนะ กับกองหลังระดับทีมชาติที่เพิ่งมีผลงานรองแชมป์บอลโลก... รายนี้คล็อปป์ใช้วิธีปรับมาติป กับปั้นโกเมสให้ดีจนทัดเทียมได้ แล้วก็หมุนเวียนกันไปจนลอฟเรนรับสภาพและเป็นสำรองอันดับ 3-4 ให้ได้ จนพอหายเจ็บกลับมาก็เบียดไม่ค่อยได้แล้ว ถึงคิดอยากย้ายออกไป...
จากโมเดลนี้ ถ้ามองว่าจะหาสำรองเก่ง ๆ ขนาดทดแทนได้ การซื้อนักเตะเก่ง ๆ ก็อาจไม่ใช่คำตอบเดียวที่ทำได้ครับ แต่การปั้นนักเตะให้มาเบียดจนนักเตะเดิมไปนั่งสำรองได้ ดูจะเป็นไปได้ไม่แพ้กัน และเข้ากับแนวทางการทำทีมของคล็อปป์ด้วยสิ
แสดงความคิดเห็น
สรุปว่าฤดูกาลนี้จะมีแค่ซิมิคาสเพิ่มมาแค่ตัวเดียวเหรอครับ (ตัวออกเยอะกว่าเข้านะแบบนี้)
"สโมสรยังตอบไม่ได้เลยว่าหากไดค์กับร็อบโบ้เกิดเจ็บยาวพร้อมกันแล้วจะเอาใครมาเล่นแทน...."
น่าคิดนะ
แล้วถ้าซาล่าห์เกิดเจ็บยาวล่ะ จะส่งผลกระทบต่อทีมแค่ไหน?