ประเทศไทยแทบไม่มีเทคโนโลยีอยู่ในมือเลย(ตอนที่10)

อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำมีบทบาทอย่างมากในวงจรอิเล็คทรอนิกส์ ถ้าลองรื้อแผงวงจรออกมาดูจะพบว่ามีอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำอยู่ในวงจรเสมอ
อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ไอซี    อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ซับซ้อนน้อยที่สุดน่าจะเป็นไดโอด
เพราะมันมีรอยต่อ (pn junction) เพียงจุดเดียว  ส่วนทรานซิสเตอร์มีความซับซ้อนขึ้นมาอีกเพราะมีรอยต่อจำนวน 2 จุด 
และไอซีมีความซับซ้อนมากที่สุดเพราะมันมีวงจรขนาดใหญ่และซับซ้อนอัดอยู่ข้างในและมีรอยต่อมากมาย
การที่เราจะผลิตไอซีได้ เราจะต้องมีความรู้พื้นฐานสะสมมาเรื่อยๆ ถ้าเราผลิตไดโอดไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่จะผลิตทรานซิสเตอร์และไอซีได้  
ตอนนี้ประเทศไทยมีความรู้ที่จะสร้าง junction ขึ้นมาไหม เช่นถ้าจะผลิตไดโอด ต้องเอาสารสองชนิดมาประกบกัน แล้วจะสร้าง junction 
ขึ้นมาได้อย่างไร เช่น ต้องใช้ความร้อนในการหลอม หรือใช้แรงกด หรือแค่เอามาแตะกันก็พอ หรือใช้สารเคมี เทคนิคการผลิตเหล่านี้
คนไทยต้องค้นคว้าและวิจัยบ้าง เราต้องพยายามทำอุตสาหกรรมต้นน้ำด้วย ไม่ใช่คอยแต่จะซื้ออุปกรณ์เหล่านี้จากต่างประเทศ
ประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น เขาผลิตไอซีหรือชิปได้ตั้งนานแล้ว ตอนนี้ต่างชาติเขาแข่งขันกันมากเรื่องการผลิตชิป
แต่ประเทศไทยดูเหมือนว่าจะยังไม่ค่อยตื่นตัวด้านนี้ และเราอาจจะยังไม่มีเทคโนโลยี่ที่จะผลิตไดโอดหรือทรานซิสเตอร์เลยด้วยซ้ำ
เพราะเราไม่ได้ทำวิจัยว่าจะผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมาอย่างไร แล้วเราจะผลิตไอซีหรือชิปได้อย่างไร 
ในโลกนี้มีไดโอด ทรานซิสเตอร์ ไอซี นับพันนับหมื่นเบอร์ เช่น 1n4007 ,  bc337, 555,  LM317 แต่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้แม้แต่เบอร์เดียว 
สะท้อนให้เห็นว่าเราไม่มีความรู้มากพอที่จะผลิตมัน อุปกรณ์เหล่านี้ถูกผลิตขึ้นโดยเครื่องจักรจากต่างประเทศทั้งนั้น 

ลองอ่านข่าวข้างล่างนี้ https://mgronline.com/china/detail/9630000082815

เมื่ออ่านข่าวนี้สามารถสรุปใจความได้ดังนี้
1.ประเทศจีนและไต้หวันสามารถผลิตชิปได้แล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเท่าที่ควร  
แม้แต่ไดโอดหรือทรานซิสเตอร์
 ก็ยังไม่มีบริษัทไทยผลิตเลย แสดงว่าเราตามหลังต่างชาติหลายปี
2.จะเห็นว่ารัฐบาลจีนมีวิสัยทัศน์ไกลมาก และผลักดันและส่งเสริมให้ประเทศจีนมีการผลิตชิป  รัฐบาลจีนประกาศเป็นนโยบายที่ชัดเจน 
จึงทำให้จีนมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี่และนวัตกรรม แต่รัฐบาลไทยไม่ค่อยได้กระตุ้นให้บริษัทของไทยทำวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้
เราจึงต้องซื้ออุปกรณ์เหล่านี้จากต่างประเทศ
3.บริษัท QXIC เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ขนาด 5 นาโนเมตร ที่ทันสมัยที่สุดของบริษัทฯ 
แต่ประเทศไทยยังไม่ค่อยตื่นตัวด้านการวิจัยเกี่ยวกับชิป
 แสดงว่าเราล้าหลังต่างชาติมากๆ
4.การสร้างอุตสาหกรรมชิปตั้งแต่ต้นน้ำเป็นเรื่องยากมาก ดังนั้นประเทศไทยจึงขออยู่ในcomfort zone ดีกว่า

หมายเหตุ
1.ก่อนที่จะมีการค้นพบทรานซิสเตอร์ มนุษย์ใช้หลอดสูญญากาศในการขยายสัญญาณ ซึ่งสมัยนั้นประเทศไทยก็ไม่สามารถผลิตหลอดสูญญากาศได้
จนมายุคปัจจุบัน ทรานซิสเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่หลอดสูญญากาศ แต่ไทยก็ยังไม่มีเทคโนโลยี่ที่จะผลิตทรานซิสเตอร์อีกเช่นเคย 
แสดงว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไทยไม่ได้พัฒนาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยี่และนวัตกรรมเลย
2.ปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ชนิด smd ซึ่งมีขนาดเล็กมาก เช่น ตัวต้านทานชนิด smd , ตัวเก็บประจุชนิด smd 
ซึ่งไทยก็ยังไม่มีเทคโนโลยี่ที่จะผลิตอุปกรณ์เหล่านี้เลย
สรุป
1.ประเทศไทยอยู่ในcomfort zoneมาโดยตลอด หมายถึง เราไม่ยอมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี่สำคัญๆเลย 
แต่เราจะรอให้ต่างประเทศคิดค้นและวิจัยเทคโนโลยี่และนวัตกรรมจนสำเร็จ แล้วเราก็ไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย
และนำเข้าสินค้านวัตกรรมเพื่อเอามาขายในประเทศไทย
2.สำหรับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทั้งหลาย เช่น ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ไอซี เรารู้เพียงแค่ จะหยิบมันไปใช้งานได้อย่างไร
 เช่น จะเอาไดโอดไปต่อเป็นวงจรเรียงกระแสอย่างไร ,จะเอาทรานซิสเตอร์ไปขยายสัญญาณอย่างไร,  
จะเอาไอซีเบอร์555 ไปต่อเป็นวงจรผลิตความถี่ได้อย่างไร ทั้งหมดนี้คือการนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้งาน ซึ่งคนไทยทำได้เพียงแค่
หยิบอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้งานเท่านั้น แต่เรามองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดไป คือ จะผลิตหรือสร้างอุปกรณ์เหล่านี้ยังไง นี่คือการพลาด
ของคนไทย ที่ไม่สนใจที่จะค้นคว้า วิจัยและพัฒนาขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์ต้นน้ำเลย เพราะเรามองว่าการผลิตอุปกรณ์เหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว 
และยุ่งยาก เราจึงสั่งซื้อจากต่างประเทศเลย ง่ายกว่า แล้วเรามุ่งศึกษาการนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้งานในวงจรต่างๆเพียงเท่านั้นก็พอ 
ส่งผลให้เราก้าวไม่ทันต่างชาติ เพราะต่างชาติเขามุ่งวิจัยและพัฒนาขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์ต้นน้ำ ทำให้เขาอยู่ด้านบนสุดของปิรามิด 
ส่วนเราก็จะเป็นรองต่างชาติ และต้องพึ่งพาต่างชาติตลอดไป
**********************************************************************
 จากข่าวนี้ https://www.beartai.com/news/itnews/470135

 https://mgronline.com/china/detail/9630000090606

https://www.appdisqus.com/2020/09/04/huawei-invest-in-hisilicon.html


อเมริกาไม่ยอมให้หัวเหว่ยใช้ชิปที่ผลิตโดยเทคโนโลยี่ของอเมริกา 
ทำให้หัวเหว่ยต้องหันมาพัฒนาชิปด้วยตัวเอง
 ถ้าหัวเหว่ยสามารถพัฒนาชิปได้สำเร็จ  จีนก็เก่งขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้นการที่อเมริกาแกล้งจีน ในระยะสั้นจีนจะได้รับผลกระทบเชิงลบ
อย่างแน่นอน แต่จะส่งผลดีต่อวงการเทคโนโลยี่และนวัตกรรมของจีนในระยะยาว
*************************************************************************
จากข่าวนี้ https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9630000087413

ทางบริษัทได้กล่าวว่า เทคโนโลยีการผลิตไมโครชิป เป็นของคนไทย ถ้าคนไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต 
และเครื่องจักรต่างๆได้ด้วยตัวเอง
ก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่ผมเข้าใจว่าบริษัทคงไปซื้อเทคโนโลยี่การผลิต และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตจากต่างชาติมากกว่า 
มันก็เหมือนกับสินค้าพลาสติกในชีวิตประจำวันรอบๆตัวเรา เช่น กะละมังพลาสติก คนไทยบอกว่าของหมูๆ  คนไทยผลิตเองได้ตั้งนานแล้ว
แต่พอไปดูที่โรงงาน ปรากฏว่าเครื่องฉีดพลาสติกเป็นของประเทศอเมริกา และคนไทยทำเพียงแค่ผลิตแม่พิมพ์พลาสติก 
ซึ่งหมายถึงเราซื้อเทคโนโลยี่การผลิตและเครื่องจักรมาจากอเมริกานั่นเอง เพราะไทยไม่สามารถ
สร้างเครื่องฉีดพลาสติกขึ้นมาใช้เองภายในประเทศ แล้วเราจะพูดได้อย่างเต็มปากได้ยังไง ว่าเราเชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าพลาสติก
***************************************************************************
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่