*** นิทานมองโกเลียชื่อพระอาทิตย์เจ็ดดวง ***

นี่คือนิทานมองโกเลียชื่อพระอาทิตย์เจ็ดดวง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับนิทานจีนชื่อ "โฮ่วอี้ผู้ยิงพระอาทิตย์" ที่ได้รับการคัดเลือกมาลงเพราะกาวกว่ามากนั่นเอง เชิญอ่านได้เลยครับ

1. กาลครั้งหนึ่งโลกของเรามีดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้าถึงเจ็ดดวง

2. ความร้อนของดวงอาทิตย์ทั้งเจ็ดแผดเผาจนโลกแห้งแล้ง แทบมอดไหม้ ผู้คนและสัตว์ต่างเดือดร้อนลำบาก ไม่อาจทนทานความร้อนขนาดนั้นได้ 


3. เวลานั้นมีผู้กล้าในหมู่คนชื่อเออร์คิ เมอร์เจน มีคำบรรยายความยิ่งใหญ่ว่า:
"หัวแม่โป้งของเขาทรงพลัง
ตับของเขามีสุขภาพแข็งแรง
เขาได้รับพรแห่งความหนุ่มสาว
เลือดของเขาร้อนดุจไฟ"
ผู้คนต่างจึงไปขอร้องให้เออร์คิ เมอร์เจนช่วยยิงลดจำนวนพระอาทิตย์ เพื่อดับร้อน 
 
4. เออร์คิ เมอร์เจนบอกว่า "กระจอกมาก! ข้าจะยิงธนูทำลายดวงอาทิตย์โดยใช้ลูกศรไม่เกินดวงละดอก หากใช้เกินนี้ ข้าจะตัดนิ้วโป้งตนเองมิให้ยิงธนูได้อีก จากนั้นจะหนีไปหลบในรู กินหญ้าเป็นอาหาร"
เหล่าผู้ขอความช่วยเหลือต่างคิดในใจว่าเอ็งไม่ต้องรับปากขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวซวยทีหลัง ...แต่เห็นเออร์คิ เมอร์เจนกำลังอินก็ไม่กล้าตักเตือน 

5. เออร์คิ เมอร์เจนจึงขี่ม้าออกไปยิงพระอาทิตย์ เขาสำแดงอานุภาพยิงตกถึงหกดวงในเวลาไม่นาน 


6. แต่ตอนยิงดวงอาทิตย์ดวงที่เจ็ดเผอิญมีนกนางแอ่นบินผ่านมา ทำให้ลูกศรถูกหางนกนางแอ่นเบนทิศทางไป แต่นั้นหางของนกนางแอ่นจึงเป็นสองแฉก


7. พระอาทิตย์ดวงที่เจ็ดกลัวตายหนีไปลับเหลี่ยมเขาทางตะวันตก แต่เออร์คิ เมอร์เจนไม่ไล่ต่อ เพราะหมดโควตาลูกศรแล้ว กำลังคิดว่าจะแก้ไขที่ปากดีไว้ได้อย่างไร


8. ตอนนั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนร้องขึ้นว่า "ฮี้ๆ ก่อนจะคิดเรื่องอื่น ผมขออาสาวิ่งพาเจ้านายไปไล่ยิงนกนางแอ่นตัวนั้นเพื่อเป็นการแก้แค้น หากติดตามไม่สำเร็จ เจ้านายตัดขาผมทิ้งทะเลทรายได้เลย! ผมจะเลิกเป็นม้า อยู่ในรูแทน!"
ขาดคำผู้คนต่างก็ถอนหายใจที่ม้าปากดีอีกแล้ว ส่วนเออร์คิ เมอร์เจนตกใจที่ม้าพูดได้


9. ทั้งสองจึงควบวิ่งตามนกนางแอ่นไปอย่างรวดเร็ว ...แต่ปรากฏตามไม่ทัน...


10. เออร์คิ เมอร์เจนโมโหมากจึงตัดขาหน้าของม้าเอาไปทิ้งทะเลทรายตามคำพูด แต่นั้นม้าของเออร์คิ เมอร์เจนก็กลายเป็นบรรพบุรุษของหนูทะเลทรายที่เหลือแต่ขาหลังยาวๆ อาศัยในรู


11. สำหรับเออร์คิ เมอร์เจนนั้นได้ตัดนิ้วโป้งทิ้ง ไปอาศัยในรู กินหญ้า กลายเป็นตัวมาร์มอต ให้สังเกตว่ามาร์มอตนั้นมีสี่นิ้ว เพราะตัดนิ้วโป้งไปแล้ว จนทุกวันนี้ชาวมองโกลยังเรียกเนื้อส่วนหนึ่งในตัวมาร์มอตว่า "เนื้อมนุษย์" และไม่กินมัน เพราะเชื่อว่าเป็นเนื้อของวีรบุรุษ 


12. แต่นั้นพระอาทิตย์ดวงสุดท้ายที่จิตหลอนจากการถูกฆ่าล้างครอบครัวก็ยังคงวิ่งหนีเออร์คิ เมอร์เจนจากทางตะวันออกไปทางตะวันตกอยู่เสมอ ทำให้เกิดปรากฏการณ์กลางวันกลางคืน
สำหรับนกนางแอ่นนั้นยังคงบินมาเยาะเย้ยชาวมองโกล ร้องเป็นเสียงนกที่ชาวมองโกลฟังเป็น "แน่จริงจับฉันสิ! แน่จริงจับฉันสิ!" จึงถูกคนไล่ยิงบ้าง ไล่กินบ้าง

นิทานเรื่องนี้สอนว่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอจบนิทานกาวๆ ตอนพระอาทิตย์เจ็ดดวงลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ 


:: ::: :::
สนใจอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ สงคราม เรื่องต่างประเทศ กดติดตาม เพจ The Wild Chronicles ได้เลยนะครับ https://facebook.com/pongsorn.bhumiwat
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่