หมดไฟกับการเขียนงานวิจัย

ประมาณห้าปีที่แล้วเราได้เริ่มงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เป็นงานวิจัยชิ้นแรกในชีวิตที่เราเป็นหัวหน้าโครงการ ขอทุนมาได้ค่ะ เงื่อนไขปิดทุนคือผลงานตีพิมพ์
ปิดแลปไปตั้งแต่สองปีแรก ช่วงทำแลปคือโอเคมาก เพราะเราทำได้ มีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ตอนวิเคราะห์ข้อมูล ติดปัญหาสถิติตัวนึง เราทำไม่เป็น เราดองงานไว้เป็นปี ไปทำงานประจำอื่นๆไป คิดว่ารอได้ เดี๋ยวคงคิดออก
หลังจากดองไว้นานเกินไป คิดว่าไม่ได้แล้วต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว
เราจึงไปจ้างคลินิกสถิติช่วยวิเคราะห์ เขาก็ไม่เข้าใจ concept (เพื่อนร่วมงานเคยเตือนแล้วว่าคลินิกนี้เขาไม่เก็ทงานแนวฝั่งเรา แต่เราไม่มีที่พึ่ง เลยลองดูสักตั้ง) ส่งผลวิเคราะห์ให้ผู้วิจัยร่วม (อดีตที่ปรึกษาตอนเราเรียน) ท่านบอกว่าไม่ถูกต้อง ท่านก็เลยวิเคราะห์ให้ ก็ได้ผลมา เราก็ผิดที่ไม่กล้าให้ท่านช่วยตั้งแต่แรก เพราะเราเกรงใจไม่เข้าเรื่อง

หลังจากนั้นเราก็ทำ manuscript กะว่าตีพิมพ์ภาษาไทยให้พอปิดทุนได้
ส่งให้ผู้วิจัยร่วม ท่านก็แนะนำ เราก็แก้ตามที่ท่านบอก
รอบล่าสุดท่านแนะนำให้รื้อเขียน discussion ใหม่หมด และปรับเป็น eng เพื่อเปลี่ยนวารสาร
เราแก้ไขไปประมาณ 70-80% แล้ว และก็หยุดค้างไว้แค่นั้นมาสี่เดือนแล้ว
วันหยุดสี่วันที่ผ่านมาเราตั้งใจมากว่าจะรีบปิดจ๊อบนี้ซะ เพราะมันดองมานานเหลือเกิน จนแหล่งทุนทวงงานแล้ว
แต่ปรากฏว่าเราไม่ทำ ใจไม่อยากทำ หมดไฟ ท้อ ทุกข์มาก อยากให้จบๆไปแต่มันไม่อยากทำ
อีกอย่างตอนนี้เราเปลี่ยน flied งานวิจัย (ด้วยเหตุจำเป็น) ไม่ได้ทำเรื่องแนวเดิม ไม่ได้ตามอ่านเรื่องแนวเดิมแล้ว

ตอนนี้เราเสียใจและผิดหวังในตัวเองมากที่ไม่มีความรับผิดชอบต่องาน ทำไม่สำเร็จ
ชีวิตตั้งแต่เรียนและทำงานมา ไม่เคยมีความรู้สึกหมดใจ ถอดใจ ท้อใจ เหมือนครั้งนี้เลย
เราไม่รู้จะก้าวข้ามผ่านอารมณ์และความรู้สึกตรงนี้ไปได้อย่างไร

พยายามบอกตัวเองว่า ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร / เราทำได้ / สู้สู้ แต่ก็เห้ออออ ไฟในตัวก็ยังไม่ลุกโชนสักที
ใครเคยเป็นแบบเราหรือไม่เคยเป็นแบบเราก็ได้ค่ะ ช่วยแนะนำเราหน่อยนะคะ เราอยากทำให้สำเร็จค่ะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ทำมาตั้ง 70-80% แล้ว ก็แค่ลุยต่อให้จบ เป็นเรื่องของความรับผิดชอบล้วนๆ คนที่เขาให้ทุน คนที่ร่วมวิจัย คนเหล่านี้
เหมือนร่วมหัวจมท้ายกับเรามาตลอด ถ้าทิ้งไปดื้อๆไม่ใช่แค่ตัวเราเสีย คนรอบข้างเราก็เสียตามไปด้วย ผลงานจะอาจไม่ดีเลิศ
ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ถ้างานเสร็จก็คือเสร็จ มีผลงาน ตรงข้ามถึงผลงานดีเลิศแค่ไหนถ้าไม่เสร็จก็แค่ขยะความคิด
ก้อนหนึ่งเท่านั้น

เป็นหัวหน้า เหตุการณ์มันจะพาให้ต้องเสียสละ ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น ทุกข์กว่าคนอื่น ถึงจะมีประสบการณ์นำคนอื่นหรือเป็นที่ปรึกษา
คนอื่นเขาได้ สิ่งเหล่านี้ได้มาจากปัญหาไม่ใช่ได้มาจากความสำเร็จ วันหนึ่งถ้าเราเติบโตขึ้นจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังว่าทำไมเราถึง
ทิ้งปัญหาไม่จัดการให้เด็ดขาดทั้งๆที่ก็สามารถทำได้

5 ปี ก่อนเคยรับงานวิจัยทางวิศวกรรมด้านหนึ่งที่มีคนไทยไม่กี่คนทำได้ ที่ปรึกษาให้ได้แค่คำแนะนำ ไม่มีตัวอย่างใดให้ศึกษา ด้นสดเอาเอง
ทำแบบล้มลุกคลุกคลานจนได้ทุนสนับสุนจากบริษัทแห่งหนึ่งแต่สุดท้ายส่งงานวิจัยไปแล้วหายเงียบบอกว่าผลวิจัยไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
ต่อมางานวิจัยนั้นก็ถูกบริษัทเอาไปประกอบการประมูลงานๆหนึ่ง (เนื้อหาส่วนเทคนิตคือเนื้อหาเดียวกับงานวิจัยที่ผมทำ) สรุปคือทำฟรี
ไม่ได้เครดิท ไม่ได้เงินที่รับปากว่าจะให้ แต่ได้ประสบการณ์ ได้ความรู้ ได้บทเรียน ประสบการณ์ล้มเหลวนี้ถูกนำมาอ้างอิงการรับโครง
การต่างๆได้อีกมากมายในภายหลัง

3 ปีก่อน รับงานวิจัยทางวิศวกรรม + การแพทย์ คุยตกลงกับผู้ร่วมงานฝั่งการแพทย์ไว้ดิบดี ต่อมาบอกว่าหน่วยงานตนเองเปลี่ยน
นโยบายไม่อยากจะทำงานวิจัยร่วมต่อ ปล่อยผมทำงานวิจัยค้างกลางคันอยู่คนเดียว (เกือบจะสรุปผลวิจัยได้หมดแล้ว) ผมต้อง
กลับมาตัดเนื้อหางานวิจัยในส่วนที่เกี่ยวกับการแพทย์ออกทั้งหมด (เหมือนทำใหม่) แล้วเขียนเนื้อหาในส่วนวิศวกรรมมาทำ THESIS
ลงเรียนโทใบที่สองแทน ผลจากการเรียนเพิ่มนี้ทำให้มีโอกาศได้รับงานโครงการจากภาครัฐหน่วยงานหนึ่ง จนวันนี้โครงการที่
ทำได้รับรางวัลระดับประเทศ

และครั้งหนึ่งได้มีโอกาศเป็นผู้แทนของหน่วยงานรัฐ ลงไปชายแดนใต้เพื่อพูดเรื่องการทำนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการที่ภาคใต้ฟัง
เชื่อไหมแทบทุกคนถามผมอยู่เรื่องเดียวคือเรื่อง การจัดการความเสี่ยงในองค์กร เขาบอกว่าผมพูดแนะนำได้เหมือนกับคนที่เคย
ล้มเหลวจนไม่เหลืออะไร แต่ยังกลับมาได้ คล้ายกับสภาพที่พวกเขาต้องผเชิญอยู่

จากความล้มเหลวซ้ำๆในอดีต วันนี้กลับกลายเป็นคนที่ชำนาญเรื่องการจัดการความเสี่ยง ทุกอย่างจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าในอดีต
ผมล้มเหลวแล้วหยุดหรือยุติทุกอย่างลง

คนที่ล้มเหลว กับ คนที่ยอมแพ้ แตกต่างกันมากนะ โทมัส เอดิสัน เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่