[SR] รีวิว OPPO Watch ดีไซน์โดนใจ พร้อมระบบ Wear OS by Google ในราคาเพียง 5,999 บาท


 
สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาผมกันกับผมเเม็กอีกเเล้วนะครับ วันนี้เรียกได้ว่าเรากลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความรีวิวจากผม ซึ่งต้องบอกว่าส่วนตัวผมหลังๆ ผมไม่ค่อยได้มาเขียนบทความรีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันสักเท่าไหร่ เเต่สำหรับบทความนี้ผมก็แอบอดใจไม่ไหวที่จะต้องมาเขียนรีวิวเองให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เพราะว่าวันนี้ผมมี Gadgets สุดคูลมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เนื่องด้วยล่าสุดถ้าหลายๆคนได้ตามข่าวในวงการสมาร์ทโฟนบ้านเรา ก็คงจะทราบกันดีว่า เเบรนด์สมาร์ทโฟนหลายๆค่าย นอกจากจะเปิดตัวเเละวางขายสมาร์ทโฟนเเล้ว ก็ยังเริ่มสินค้า IOT ต่างๆ มาจำหน่าย ล่าสุดทางเเบรนด์ OPPO ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเเบรนด์ดัง ก็ได้เปิดตัว OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับดีไซน์โดนใจ เเละ ราคาไม่เเพง ด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น OPPO Watch 46mm และ OPPO Watch 41mm อีกทั้งยังมาพร้อมกับจุดเด่นระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google เชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์กับสมาร์ทโฟนที่จะมาช่วยให้ทุกการใช้งานของเรา
 

 
สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แมทช์เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างเราๆ ซึ่งที่ว่าน่าสนใจมากๆในเวลานี้ บทความนี้ผมก็เลยอยากจะมารีวิว OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดของ OPPO ให้ทุกคนได้อ่านกันเผื่อว่าใครที่กำลังสนใจ จะได้นำไปตัดสินใจเลือกซื้อกัน
 

 
OPPO Watch เเน่นอนว่าจะเปิดตัวมาด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่รุ่น OPPO Watch 46mm ที่เปิดวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท เเละ OPPO Watch 41mm ราคาจำหน่าย 5,999 บาท รุ่นที่เราจะมารีวิวกันคือรุ่น OPPO Watch 41mm ขนาดเล็กกำลังดีในราคาที่เข้าถึงง่าย
 

 

 
UNBOX
 
    - ตัวเรือน  OPPO Watch 41 mm
    - แท่นชาร์จพร้อมสาย
    - คู่มือ
    - ใบรับประกัน
    - สายรัด 1 ชิ้น
 

 

 
DESIGN
 
เริ่มต้นเรามาพูดถึงทางด้านของดีไซน์ของ OPPO Watch 41mm  รุ่นนี้กันก่อนดีกว่า เเน่นอนว่าในเรื่องของดีไซน์รุ่นนี้ จะมีดีไซน์รูปหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมแบบโค้งมน ตามสเปกรุ่นนี้จะมีขนาด 41.45×36.37×13 มม. พร้อมน้ำหนัก 30.1 กรัม มาพร้อมกับวัสดุที่ทำมาจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ 6000 ซีรี่ย์ ซึ่งแน่นอนว่ามีความเเข็งเเรงในระดับนึง
 

 
มาพร้อมจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว ความละเอียด 320 × 360 พิกเซล และความหนาแน่นของพิกเซล 301 ppi ปรับแสงได้อัตโนมัติ หน้าจอสู้แสงได้ดีในระดับหนึ่ง หลังจากที่ได้ทดสอบการใช้งานกลางเเจ้ง
 

 
ด้านขวาตัวเรือน จะมีปุ่มการใช้งานมาให้ทั้งหมด 2 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่ม Home ถัดลงมาเป็นปุ่ม Multi function จะมีขีดสีเขียวติดอยู่ที่ปุ่ม ระหว่างกลางจะมีไมโครโฟน
 

 
ส่วนทางซ้ายมือของตัวเรือนจะเป็นช่องลำโพง 2 ตัวที่มีการออกแบบรูปทรงให้เป็นเเนวยาวดูกลมกลืนไปกับตัวเรือน
 

 
ด้านบนและล่างของตัวเรือน สามารถถอดเพื่อเปลี่ยนสายได้ในอนาคต คาดว่าคงจะตามมาให้ได้เปลี่ยนกันเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
 

 
ด้านหลังตัวเรือนจะมาพร้อมกับเซนเซอร์ต่างๆ สำหรับตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆให้มาถึง 5 เซนเซอร์ ทาง OPPO ใส่มาเพื่อให้เกิดความแม่นยำในการวัดและการตรวจจับค่าต่างๆสำหรับผู้สวมใส่ใช้งาน
 

 
ลงมาทางด้านล่างมีจุดสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ และปุ่มที่เอาไว้สำหรับปลดสายนาฬิกาเพื่อเปลี่ยน
 

 
อีกทั้งยังมาพร้อมกับสายยางแบบแบบซิลิโคน ผิวสัมผัสดี นิ่ม ไม่เเข็งจนเกินไป
 

 

 
SPEC
 
    - หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว ความละเอียด 320 x 360 พิกเซล ความหนาแน่นของพิกเซล 301 ppi วัสดุ  Aluminum alloy พร้อมสายยาง แบบซิลิโคน
    - ขนาดตัวเรือน 41.45×36.37×11.4 มิลลิเมตร ( เฉพาะหน้าปัด )
    - น้ำหนักตัวเรือน 30.1 กรัม
    - หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon และ Ambiq Micro Apollo3 Wireless SoC
    - RAM 1GB + ROM 8GB
    - ระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google
    - การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11b/g/n 2.4GHz, Bluetooth BT4.2,BLE และ NFC
    - รองรับเครือข่ายดาวเทียม A-GPS, GLONASS
    - เซนเซอร์ วัดความเร่ง , ไจโรสโคป , เซนเซอร์แม่เหล็ก , เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, เซนเซอร์วัดแสงโดยรอบ , บารอมิเตอร์ , เซนเซอร์จับการเคลื่อนที่
    - กันน้ำระดับ 3 ATM
    - แบตเตอรี่ความจุ 300 mAh ใช้งานได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงกับโหมดปกติ พร้อม Watch VOOC Flash Charging
    - สีที่วางจำหน่าย สีชมพู Pink Gold และ สีดำ Black
    - ราคาจำหน่าย 5,999 บาท
 

 
SOFTWARE
 
เรื่องของการใช้งานรุ่นนี้ เริ่มเเรกเลย เราจะได้ต้องโดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Wear OS by Google จาก Play Store ซึ่งรองรับได้ทั้งอุปกรณ์บน Android 6.0 ขึ้นไป หลังจากนั้นให้เราทำการเปิด Bluetooth บนสมาร์ทโฟนของเรา เพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทวอทช์กับสมาร์ทโฟน
 

 
เเละก็ทำการกดยืนยันทำตามคำแนะนำที่ปรากฎบนแอปพลิเคชัน Wear OS by Google ทำจนเเล้วเสร็จ การใช้งานหลักๆ เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ใน แอปพลิเคชัน Wear OS by Google ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหน้าปัดตัวเรือน ดูการ์ดต่างๆ หรือค่าที่กำหนดเช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ,การออกกำลังกาย ,อัตราการนอนหลับ
 

 
หน้าตาการใช้งานค่อนข้างใช้งานได้สะดวกสบายๆ หน้าตาของแอปฯ ได้แรงบันดาลใจมาจาก ColorOS รูปลักษณ์ ความรู้สึก และฟีเจอร์การใช้งานจึงคล้ายๆ กับที่เราได้เห็นบนสมาร์ทโฟน OPPO มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครันทั้งโทร, รับ – ส่งข้อความ , เปิดฟังเพลงสามารถทำได้หมด
 

 
รองรับเมนูภาษาไทย ใช้งานง่ายเเน่นอนสำหรับใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เเละ เเน่นอนว่า Wear OS by Google ยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเยอะเเยะมากมาย ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดแอปบน Google Play บนตัวเรือนได้มากกว่า 100 แอปที่มีมาให้ลงในข้อมือของเรา
 

 
เช่น Stream music , ข้อความตอบกลับ และการดูหัวข้อข่าว  การได้รับความช่วยเหลือจาก Google Assistant นอกจากนี้ OPPO Watch ยังสามารถเปลี่ยนหน้าจอได้ตามที่เราต้องการ ให้แมทช์กับชุดที่เราใส่มาพร้อบกับ AI Outfit ที่ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน HeyTap Health เพียงแค่ถ่ายภาพการแต่งกายของเราหน้าปัดของนาฬิกาก็จะสร้างสไตล์หน้าปัดให้เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของเราได้อย่างง่ายดาย
 

 
หรือใครที่จะเปลี่ยนหน้าปัดเป็นรูปตัวเอง คนที่เรารัก หรือดาราที่ชอบ ก็สามารถนำภาพถ่ายในอัลบั้มมาตั้งเป็นวอลเปเปอร์สวยๆบนบนนาฬิกาได้ด้วย สามารถเลือกภาพที่เราต้องการรูปเดียว หรือจะเลือกเยอะก็สามารถเลือกได้สูงถึง 10 ภาพ สลับเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆตามที่เราต้องการ
 

 
นอกจากนี้ในรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ โหมดออกกำลังกาย ที่รองรับการออกกำลังกายมาให้ทั้งหมด 5 โหมด ที่ทาง OPPO ได้พัฒนาขึ้นมาเอง เช่น การวิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย , การวิ่งเพื่อเผาผลาญไขมัน, การเดินกลางแจ้ง , การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ
 

 
เราสามารถควบคุมการใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งการ กดเริ่ม พัก หยุด ได้ตามที่เราต้องการ อีกทั้งเรายังสามารถเปิดดูข้อมูลการออกกำลังกายของเราทั้งหมดได้บนแอปพลิเคชันที่ OPPO พัฒนาขึ้นมาอย่างเช่น HeyTap Health ได้อีกด้วย
 

 
อีกทั้ง OPPO Watch 41 mm ยังสามารถใช้งานทำการประมวลผล และ เป้าหมายของการออกกำลังกายผ่าน Google Fit ที่มีอยู่บน Wear OS by Google ได้อีกด้วยถือว่าเหมาะกับคนออกกำลังกายมากเลยทีเดียว
 
วิธีการใช้งานเบื้องต้น
 

 
ปุ่ม Home
 
    - กด 1 ครั้งเพื่อเปิดแอปพลิเคชันบน Smartwatch
    - กดค้าง เพื่อใช้งานคำสั่งเสียงหรือ Google assistant
    - เมื่ออยู่ในเเอปต่างๆ กด 1 จะเป็นการย้อนกลับหน้าแรก
 
ปุ่ม Multi function
 
    - กด 1 ครั้ง เพื่อเข้าโหมดออกกำลังกาย
    - กดค้าง เพื่อปิดเครื่อง , รีสตาร์ท และ ใช้โหมดประหยัดพลังงาน
 

 
การปัดใช้งานหน้าปัดนาฬิกา
 
    - ปัดลงมา เพื่อเปิดหน้าเส้นทางรัดใช้งานการตั้งค่าต่างๆ
    - ปัดขึ้น เพื่อดูการแจ้งเตือนต่างๆ
    - ปัดซ้าย เพื่อเข้าหน้า พยากรณ์อากาศ , Google assistant
    - ปัดขวา เพื่อดูการ์ดต่างๆ หรือค่าที่กำนหนดเช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ,การออกกำลังกาย ,อัตราการนอนหลับ
    - ทัชค้าง เพื่อเปลี่ยนรูปภาพของหน้าปัดนาฬิกา
 

 
NOTIFICATION การเเจ้งเตือน
 

 
การแจ้งเตือนการใช้งานต่างๆหลังจากที่ได้ลองใช้งาน OPPO Watch 41mm ทำออกมาได้ค่อนข้างไวเลยทีเดียวครับ การเเจ้งเตือนต่างๆ รองรับข้อความภาษาไทยได้ทั้งหมด สำหรับในรุ่นนี้มาพร้อมกับการตอบกลับข้อความได้ทั้งหมด 3 แบบ
 

 
จะเป็นตอบกลับด้วยคำสั่งเสียงภาษาไทย อังกฤษ ก็สามารถทำได้ รวมถึงแป้นพิมพ์แล้วก็ตอบกลับแบบ Emoji เท่าที่ลองนั้นต้องบอกว่าทำได้ดีเลยแหละในเรื่องของการใช้งาน แม่นยำสุดๆ ส่วนตัวแป้นพิมพ์แอบเล็กไปนิดนึงแต่ก็พอใช้งานแก้ขัดได้เวลาตอบกลับได้ครับ
 

 
รวมถึงการตอบกลับด้วยเสียง แบบวาดตัวอักษรไทยในการตอบกลับข้อความ ตอบกลับข้อความต่างๆได้ง่าย เรื่องของการจับเสียงที่เราตอบกลับไป ถือว่าทำออกมาได้แม่นยำเลยทีเดียวอันนี้เชื่อว่าหลายๆคนจะตั้งชอบอย่างเเน่นอน
 
ชื่อสินค้า:   OPPO WATCH
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้ามาใช้รีวิวฟรี โดยต้องคืนสินค้าให้เจ้าของสินค้า
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่