ผมอายุเกือบ 40 แฟนเด็กกว่าผม 2 ปีครับ แต่งงานกันมา 12 ปี มีลูก 2 คน คนโต 10 ขวบ คนเล็ก 8 ขวบ
ผมกับแฟนตอนก่อนแต่งงานมีอะไรกันบ่อยมาก ทั้งๆที่ต่างคนต่างทำงานนะครับ อาทิตย์ละ 5-6 ครั้งได้ แต่งงานแล้วก็ยังไม่ค่อยลดลงเท่าไรประมาณอาทิตย์ละ 4-5 ครั้ง
แต่พอมีลูกคนแรกและคนที่สองแล้ว เหลือแค่ 2 อาทิตย์ครั้งได้ บางเดือนก็ไม่มีอะไรกันเดือนสองเดือนเลย ผมเป็นคนที่มีความต้องการประมาณอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งที่ผมคิดว่าพอดีสำหรับผม
ปัญหาคือเวลาจะมีอะไรกันผมต้องขอจนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็น”ขอทาน” ต้องไปง้อขอเค้ากิน มันรู้สึกแบบนี้เลยครับ แล้วเค้าก็จะปฏิเสธด้วยเหตุผล เช่น เหนื่อย ง่วง ต้องทำนู่นทำนี่ให้ลูก ส่วนมากจะใช้วิธีเงียบๆไป ไม่ตอบอะไรผมเลย ชวนเปลี่ยนเรื่องคุย หลังๆมาถึงขนาดไม่ชอบให้จับหรือลูบตัวเลยด้วยซ้ำ จับตรงไหนก็บอกไม่เอา จั๊กกะจี้
ลองมาดูปัจจัยแวดล้อมกันครับ
1. พอมีลูกคนแรก ผมให้แฟนผมหยุดทำงาน มาดูแลลูกเต็มตัว จนกระทั่งปัจจุบัน โดยได้รับเงินเดือน ไม่ได้มากอะไร แค่ประมาณสองหมื่นแต่ผมก็ให้ใช้บัตรเครดิตเสริมของผมด้วย ทุกวันนี้เค้าก็ใช้บัตรเสริมผมเดือนละประมาณ 2-4 หมื่นบาท ซึ่งรายการใช้บัตรส่วนมากประมาณ 70% เป็นการใช้จ่ายเพื่อลูกและของในบ้าน
2. แฟนผมรับผิดชอบในการทำอาหาร ซื้อกับข้าว ซื้อของใช้เข้าบ้าน และดูแลลูกๆ (ซึ่งลูกๆก็ดูแลตัวเองได้เยอะมากๆมาหลายปีแล้ว)
3. ช่วงแรกๆแฟนต้องทำงานบ้านด้วย บอกว่าเหนื่อยเลยไม่มีอารมณ์ ผมเลยแก้ปัญหาด้วยการจ้างแม่บ้านมาทำงานบ้าน อยู่กินที่บ้านเลยทุกวันเพื่อตัดภาระเรื่องดูแลบ้านของเขาออกไป
4. ต้องตื่นเช้าเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียนเลยต้องรีบนอน พอผมอาสาไปส่งลูกเองทุกเช้า ทำอยู่ปีนึงก็ไม่ได้ว่าจะยอมมีอะไรกันมากขึ้น แต่ทำให้แฟนผมมีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นในตอนเช้าและกลางคืน
5. เคยคุยกันมาแบบจริงๆจังๆหลายครั้งแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง แบบไม่จริงจังมากอีกเป็นสิบครั้ง คุยกันมาหลายปีแล้ว หลังคุยทำได้อยู่แป๊บๆก็กลับมาเป็นแบบเดิมทุกครั้ง
6. ผมเคยถามเวลาคุยกันเรื่องนี้ว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า เรื่องผมอ้วนไหม ถ้าใช่ผมจะได้รีบลดน้ำหนักจริงจัง เค้าบอกไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกัน (แต่ผมก็อ้วนมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะ) เพราะเบื่อสถานที่รึเปล่า ก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะเบื่อลีลาท่าทางเดิมๆรึเปล่า ก็บอกว่าไม่เกี่ยว (เวลาจะชวนลองอะไรใหม่ๆเค้าก็มักจะไม่โอเค) ....... อ้าว แล้วมันเพราะอะไรล่ะ เขาบอกไม่รู้ แต่มันแค่ไม่อยากเอง
7. ผมเคยถามว่างั้นเราปรับกันหน่อยมั๊ย ผมต้องการ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณไม่ไหวใช่มั๊ย ไหวที่เท่าไหร่ เขาบอกว่าสัปดาห์ละครั้ง ผมก็เอาวะ ก็ยังดีกว่าเดือนละครั้ง ก็ตกลงกันที่สัปดาห์ละครั้ง แต่เอาเข้าจริงกว่าจะได้มีอะไรกันก็น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้งอยู่ดี
8. ครอบครัวเราไปเที่ยว ตจว ตปท กันอยู่เรื่อยๆครับ มีไม่ได้ไปก็ช่วงโควิทนี่เอง หรือถ้าผมไม่สะดวกไป ก็ให้เค้าพาลูกๆไปเที่ยวกับครอบครัวเค้า บางทีเค้าจะไปหาเพื่อนไปกินข้าว ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ถึงจะไม่บ่อยเท่าผมแต่ส่วนใหญ่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ขอแค่บอกล่วงหน้าและใกล้ๆก็เตือนผมอีกสักที ผมจะได้จัดตารางงานตัวเองมาดูแลลูกแทน หรือให้ลูกไปอยู่อีกที่นึงซึ่งมีคนดูแลอยู่ได้
9. ผมสังเกตหลายทีละ พอผมตั้งท่าจะมีอะไรด้วย เธอจะชิงหลับตอนผมอาบน้ำ หรือจะแบบหานู่นนี่นั่นทำ เวลาผมเห็นเขาบอกเหนื่อยหรือง่วง ทำไมเป็นเฉพาะวันที่ผม(ต้องใช้คำว่า”ขอ”)มีอะไรด้วย ทำไมวันอื่นเล่นเฟส เล่นไลน์ เล่นเกม ดูไลฟ์ขายของ อ่านหนังสือได้ ทั้งๆที่ถ้ามีอะไรกันก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
10. สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ เป็นมา 4-5 ปีละครับ ซึ่งคุยกันมาตลอด พยายามหาจุดตรงกลางกันมาตลอด แต่ก็ยังเป็นปัญหา
11. นอกจากเรื่องนี้ เรื่องอื่นก็มีความสุขกันปกติดีครับ
ผมควรทำไงดีครับ มืดแปดด้านครับบอกตรงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมมากและผมเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนเป็นสามี ภรรยากันมากเช่นกันครับ เรื่องโลกสวยด้วยมือเรานี่ไม่ต้องถามนะครับ ใช้มือจนสมเพชตัวเองแล้วครับแต่มันก็ไม่ตองสนองได้เต็มที่อยู่ดีครับ
แฟนไม่ยอมมีอะไรด้วย ช่วยหาทางออกให้ทีครับ
ผมกับแฟนตอนก่อนแต่งงานมีอะไรกันบ่อยมาก ทั้งๆที่ต่างคนต่างทำงานนะครับ อาทิตย์ละ 5-6 ครั้งได้ แต่งงานแล้วก็ยังไม่ค่อยลดลงเท่าไรประมาณอาทิตย์ละ 4-5 ครั้ง
แต่พอมีลูกคนแรกและคนที่สองแล้ว เหลือแค่ 2 อาทิตย์ครั้งได้ บางเดือนก็ไม่มีอะไรกันเดือนสองเดือนเลย ผมเป็นคนที่มีความต้องการประมาณอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งที่ผมคิดว่าพอดีสำหรับผม
ปัญหาคือเวลาจะมีอะไรกันผมต้องขอจนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็น”ขอทาน” ต้องไปง้อขอเค้ากิน มันรู้สึกแบบนี้เลยครับ แล้วเค้าก็จะปฏิเสธด้วยเหตุผล เช่น เหนื่อย ง่วง ต้องทำนู่นทำนี่ให้ลูก ส่วนมากจะใช้วิธีเงียบๆไป ไม่ตอบอะไรผมเลย ชวนเปลี่ยนเรื่องคุย หลังๆมาถึงขนาดไม่ชอบให้จับหรือลูบตัวเลยด้วยซ้ำ จับตรงไหนก็บอกไม่เอา จั๊กกะจี้
ลองมาดูปัจจัยแวดล้อมกันครับ
1. พอมีลูกคนแรก ผมให้แฟนผมหยุดทำงาน มาดูแลลูกเต็มตัว จนกระทั่งปัจจุบัน โดยได้รับเงินเดือน ไม่ได้มากอะไร แค่ประมาณสองหมื่นแต่ผมก็ให้ใช้บัตรเครดิตเสริมของผมด้วย ทุกวันนี้เค้าก็ใช้บัตรเสริมผมเดือนละประมาณ 2-4 หมื่นบาท ซึ่งรายการใช้บัตรส่วนมากประมาณ 70% เป็นการใช้จ่ายเพื่อลูกและของในบ้าน
2. แฟนผมรับผิดชอบในการทำอาหาร ซื้อกับข้าว ซื้อของใช้เข้าบ้าน และดูแลลูกๆ (ซึ่งลูกๆก็ดูแลตัวเองได้เยอะมากๆมาหลายปีแล้ว)
3. ช่วงแรกๆแฟนต้องทำงานบ้านด้วย บอกว่าเหนื่อยเลยไม่มีอารมณ์ ผมเลยแก้ปัญหาด้วยการจ้างแม่บ้านมาทำงานบ้าน อยู่กินที่บ้านเลยทุกวันเพื่อตัดภาระเรื่องดูแลบ้านของเขาออกไป
4. ต้องตื่นเช้าเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียนเลยต้องรีบนอน พอผมอาสาไปส่งลูกเองทุกเช้า ทำอยู่ปีนึงก็ไม่ได้ว่าจะยอมมีอะไรกันมากขึ้น แต่ทำให้แฟนผมมีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นในตอนเช้าและกลางคืน
5. เคยคุยกันมาแบบจริงๆจังๆหลายครั้งแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง แบบไม่จริงจังมากอีกเป็นสิบครั้ง คุยกันมาหลายปีแล้ว หลังคุยทำได้อยู่แป๊บๆก็กลับมาเป็นแบบเดิมทุกครั้ง
6. ผมเคยถามเวลาคุยกันเรื่องนี้ว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า เรื่องผมอ้วนไหม ถ้าใช่ผมจะได้รีบลดน้ำหนักจริงจัง เค้าบอกไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกัน (แต่ผมก็อ้วนมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะ) เพราะเบื่อสถานที่รึเปล่า ก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะเบื่อลีลาท่าทางเดิมๆรึเปล่า ก็บอกว่าไม่เกี่ยว (เวลาจะชวนลองอะไรใหม่ๆเค้าก็มักจะไม่โอเค) ....... อ้าว แล้วมันเพราะอะไรล่ะ เขาบอกไม่รู้ แต่มันแค่ไม่อยากเอง
7. ผมเคยถามว่างั้นเราปรับกันหน่อยมั๊ย ผมต้องการ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณไม่ไหวใช่มั๊ย ไหวที่เท่าไหร่ เขาบอกว่าสัปดาห์ละครั้ง ผมก็เอาวะ ก็ยังดีกว่าเดือนละครั้ง ก็ตกลงกันที่สัปดาห์ละครั้ง แต่เอาเข้าจริงกว่าจะได้มีอะไรกันก็น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้งอยู่ดี
8. ครอบครัวเราไปเที่ยว ตจว ตปท กันอยู่เรื่อยๆครับ มีไม่ได้ไปก็ช่วงโควิทนี่เอง หรือถ้าผมไม่สะดวกไป ก็ให้เค้าพาลูกๆไปเที่ยวกับครอบครัวเค้า บางทีเค้าจะไปหาเพื่อนไปกินข้าว ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ถึงจะไม่บ่อยเท่าผมแต่ส่วนใหญ่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ขอแค่บอกล่วงหน้าและใกล้ๆก็เตือนผมอีกสักที ผมจะได้จัดตารางงานตัวเองมาดูแลลูกแทน หรือให้ลูกไปอยู่อีกที่นึงซึ่งมีคนดูแลอยู่ได้
9. ผมสังเกตหลายทีละ พอผมตั้งท่าจะมีอะไรด้วย เธอจะชิงหลับตอนผมอาบน้ำ หรือจะแบบหานู่นนี่นั่นทำ เวลาผมเห็นเขาบอกเหนื่อยหรือง่วง ทำไมเป็นเฉพาะวันที่ผม(ต้องใช้คำว่า”ขอ”)มีอะไรด้วย ทำไมวันอื่นเล่นเฟส เล่นไลน์ เล่นเกม ดูไลฟ์ขายของ อ่านหนังสือได้ ทั้งๆที่ถ้ามีอะไรกันก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
10. สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ เป็นมา 4-5 ปีละครับ ซึ่งคุยกันมาตลอด พยายามหาจุดตรงกลางกันมาตลอด แต่ก็ยังเป็นปัญหา
11. นอกจากเรื่องนี้ เรื่องอื่นก็มีความสุขกันปกติดีครับ
ผมควรทำไงดีครับ มืดแปดด้านครับบอกตรงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมมากและผมเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนเป็นสามี ภรรยากันมากเช่นกันครับ เรื่องโลกสวยด้วยมือเรานี่ไม่ต้องถามนะครับ ใช้มือจนสมเพชตัวเองแล้วครับแต่มันก็ไม่ตองสนองได้เต็มที่อยู่ดีครับ