เราควรเลือกอะไรดีคะ สับสนมากๆ

ตอนนี้รู้สึกสับสนมากๆว่าควรเลือกใครดี ไม่รู้จะปรึกษาใคร เลยตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเผื่อสอบถามความเห็นจากทุกคนนะคะ

เรามีแฟนค่ะ ขอเรียกว่า A นะคะ ก่อนหน้านี้เรารักกันดีมาก ตัวเราหวังไปไกลถึงขั้นที่อยู่กินกันจนแก่เลยค่ะ เราเองก็อายุ20กว่าแล้ว
อยากคบใครจริงๆจัง และใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย ทำทุกวันเพื่ออนาคตที่ดี อะไรประมาณนี้ค่ะ ในตอนนั้นเราทำธุรกิจร่วมกันหลายอย่าง เราส่งเสริมและช่วยเต็มที่ แรกๆก็ทำเพราะรักค่ะ อยากให้ได้ดีมีเงินเก็บกันทั้งคู่ หลังๆเริ่มเฟลๆเพราะเหมือนทำอยู่ตัวคนเดียว เราเองก็มีงานของตัวเองที่ต้องทำเหมือนกัน เราแอบคิดค่ะว่าเลิกดีมั้ย เพราะมันมองอนาคตที่Aมีเราไม่ออกเลย เพราะเขาไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้ง เขามักจะพูดถึงพ่อแม่ของเขา ก็พอเข้าใจนะคะ แต่คนที่อยู่ข้างคอยซับพอร์ต คอยช่วยเหลือตรงนี้คืออะไร? เราไม่ได้อยู่ในอนาคตเขาเลยหรอ และมันไม่ได้มีแค่เหตุผลเดียวที่อยากเลิกแต่มันก็มีอีกหลายอย่าง เช่นเราเคยทะเลาะกันเรื่องนิสัยหลายครั้ง แบบว่าAเขาเป็นคนบ้างาน ไม่ชอบให้กำลังใจ ชอบดุชอบขึ้นเสียงใส่ ซึ่งตัวเราไม่โอเคค่ะ เราอยากให้สนใจกันบ้างแต่มันก็น้อยมากๆที่จะมี และเราเคยเกือบเลิกกันหลายครั้ง โดยคนบอกเลิกคือเราเองค่ะ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ แต่เขาก็ขอให้อยู่แล้วจะยอมปรับตัวทุกอย่าง สุดท้ายก็วนกลับ loop เดิมมาประมาณ 2-3 รอบ จนประมาณ 1-2เดือนก่อนหน้านี้ เราไปเจอเพื่อนๆของเรามา แล้วเพื่อนๆก็ทักว่าเราดูโทรมและดูไม่มีความสุขมากๆ เราก็ร้องไห้เลยค่ะ เราพยายามซ่อนความรู้สึกแสดงว่าตัวเองปกติแต่คนอื่นเขาดูออก มันเลยทำให้เราไม่อยากที่จะทนโกหกตัวเองอีกต่อไปแล้วค่ะ อยากกลับมารักตัวเองมากกว่านี้ รอบนี้เราไม่ได้บอกเลิกทันที เพราะAคงไม่ยอมเหมือนที่ผ่านๆมา เราเลยค่อยๆตีตัวออกห่างมาเรื่อยๆ แล้วก็บอกเขาตรงๆเลยว่าเราไม่โอเคแล้ว และก็อธิบายความรู้สึกทุกอย่างให้ฟังหมดเลย ซึ่งเขาก็ยื้อเราตามเคย พร้อมบอกว่าจะปรับปรุงตัวเองให้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องของอนาคตเขาคิดว่ามันมีเราค่ะ แต่เขาแค่ไม่พูดออกมาให้ฟัง แล้วเราก็แบบอ้าว แล้วฉันจะรู้หรอ มาบอกในวันที่จะไปเนี่ยนะ? Aบอกว่ายอมทำทุกอย่างเพื่อมีเราต่อไปค่ะ ถ้าเขาไม่มีเราเท่ากับว่าเขาจะไม่เหลือใครเลย และเขาได้ยื่นข้อเสนอมาว่าเขาจะขอโอกาสครั้งสุดท้าย จะทำให้เรากลับไปรู้สึกรักให้ได้ ถ้าทำไม่ได้เขาก็จะปล่อยเราไป ซึ่งเราก็แอบสงสารและเห็นใจก็เลยตอบตกลงไป เพราะเราไม่อยากมีปัญหา แต่ใจเราเรารู้ค่ะ ว่าเราไม่รักแล้ว และเราหมดความอดทนไปแล้ว

ในช่วงที่เราเริ่มห่างกับA เราได้เจอกับB ซึ่งBคือแฟนเก่าที่เคยคบเมื่อ6-7ปีก่อน เรากับBเจอกันด้วยความบังเอิญแล้วได้มีการพูดคุยกันเล็กน้อยค่ะ เรารู้สึกดีมากๆ เพราะBดูเข้าใจไปซะทุกอย่าง พร้อมปลอบพร้อมโอ๋ และใส่ใจสุดๆ จุดนี้เลยทำให้เราคิดขึ้นมาแวบนึงว่า กลับไปคบดีมั้ย อย่างน้อยก็ไม่มีเรื่องเครียดๆ และเขาเองก็ยืนยันว่ายังรักและยังรออยู่ตลอดตั้งแต่ที่เลิกกันไป เขาพร้อมดูแลเราหากเรากลับไป แต่ข้อเสียมากๆของBที่ทำให้เราอยากให้Bเป็นแค่เพื่อนคือ Bดูไม่มีอนาคตค่ะ ในขณะที่คนอื่นเรียนจบและมีงานทำไปแล้วแต่ B ยังคงไม่ทำงาน เอาตรงๆคือบ้านรวย รอใช้ตังพ่อแม่ ซึ่งเรื่องตรงนี้เราไม่ได้คิดเองเออเองนะคะ Bเขาพูดเอง ไม่รู้ว่าจริงหรือเล่นแต่ถ้าหางานตอนนี้คงทำไปหลายปีแล้ว และอีกอย่างคือเวลาที่เราจะทำงานB มักจะไม่เข้าใจแล้วงอแงให้เราอยู่คุยกันต่อ แต่เราก็เลือกที่จะไม่ตอบแชทตอบอะไรเลย โมโหค่ะ เราไม่ชอบที่ไม่ให้เวลาทำงานบ้างเลย เขามองว่ามันไม่จำเป็น เขาต้องการให้อยู่ด้วยตลอดเหมือนเด็กทารกติดนมแม่

ใจจริงเราค่อนข้างที่อยากจะเลิกยุ่งกับทั้งสองฝ่ายไปเลยค่ะ ปวดหัวมาก อีกฝ่ายก็มีชีวิตเครียดๆอีกฝ่ายก็งอแงเป็นเด็ก เราไม่อยากคุยกับใครเลยเลือกที่จะดองแชทและนานๆตอบที เราว่าการที่เราอยู่คนเดียวเราสบายใจกว่ามากๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะโสดขึ้นคาน Forever นะคะ แค่ไม่อยากเลือกสองคนนี้ อยากเลือกที่จะรักตัวเองมากกว่า

มันอาจจะดูง่ายนะคะถ้าเราบอกเลิกคุยทั้งสองฝ่ายไป แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า Aเริ่มเครียดเรื่องงานเพิ่มมากขึ้นทุกวันแล้วบ่นว่าอยากตายค่ะ ซึ่งมันคือเราเรื่องจริงไม่ได้มีการประชดใดๆ พอAเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังเราก็รู้ทันทีว่าชีวิตเขาเริ่มหนักขึ้น + เขาพักอยู่คนเดียวเราค่อนข้างกลัวเขาจะคิดสั้นมากๆ เพราะตัวเขาเองก็พูดว่าเบื่อชีวิตทุกวัน ตัดภาพมาที่Bค่ะ Bเองก็โดนคนในครอบครัวกดดัน + หลายๆเรื่องในชีวิตเขา Bบอกว่าเขากลับมาเจอเราในวันที่เขาไม่มีใครพอดี เขาอยากให้เราอยู่ข้างๆ ทุกวันนี้ถ้าไม่ติดที่รอเรากลับมา เขาคงคิดสั้นไปนานแล้ว ซึ่งมันก็คือเรื่องจริงอีกแล้วค่ะเราพิสูจน์มาเรียบร้อย เหตุการณ์ตรงนี้ทำให้เราหนักใจมากๆ ไม่รู้ต้องทำยังไง กลัวเลือกใครสักคนอีกคนจะเสียใจแล้วทำอะไรที่ไม่ดี จะเลือกอยู่คนเดียวก็น่าเป็นห่วงทั้งคู่ เรากดดันมากๆ ถึงมากที่สุด กลัวการเลือกมากๆ ทุกวันนี้เราก็เลยเป็นที่ปรึกษาให้ทั้งคู่เลยค่ะ เพราะกลัวว่าจะคิดสั้นกันไป แต่การที่เราคุยทั้งสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างรู้นะคะ ไม่ใช่ว่าเราปิดบัง ลักษณะการคุยก็จะเป็นแนวเพื่อน ที่ปรึกษา ไม่มีความรักอะไรใดๆมาเกี่ยวข้องเลย

อยากให้ทุกคนที่อ่านจบ ลองแสดงความคิดเห็นหน่อยค่ะ เรามืดไป 8 ด้านแล้วจริงๆ🥺🙏🏻
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่