ไม่รู้สึกไม่อินกับความรักจากแม่ ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย

กระทู้คำถาม
เอาจริงๆเราก็รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกันที่ทำไมตัวเองรู้สึกกับแม่ตัวเองแบบนี้ ตอนเด็กๆเราเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะและอบอุ่นมาก เราเป็นลูกคนแรก ถูกเลี้ยงเหมือนตุ๊กตา ถูกจับแต่งตัว ถูกส่งไปเรียนหรือทำอะไรก็ตามที่แม่อยากทำตอนแม่เด็กๆแต่แม่ไม่มีโอกาสได้ทำ จนเราอายุประมาน12-13ปี พ่อกับแม่เราก็ทะเลาะกันรุนแรงให้เรารับรู้บ่อยๆ สาเหตุเพราะจบได้พ่อเราไปมีผู้หญิงคนอื่น แม่เราก็ค่อนข้างดราม่ามาก มีทั้งขู่พ่อว่าจะฆ่าตัวตาย ทั้งกินเหล้าเมาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ส่วนพ่อก็ไม่ค่อยกลับบ้านไม่ได้สนใจอะไรกับเราเท่าไหร่ จนวันหนึ่งแม่เราเก็บของหายออกไปจากบ้าน ไม่มีใครติดต่อได้เลย ไม่เคยโทรมาหาเราสักครั้งว่าเราเป็นยังไง เราก็อยู่กับย่า ย่าคอยส่งเสียเลี้ยงดูเรามาเรื่อยๆ 
 
จนวันนึงแม่เราติดต่อมาให้เราไปอยู่กับญาติบ้านที่ต่างจังหวัด จริงๆตอนนั้นเราก็ไม่ได้อยากไปเพราะเริ่มโตเริ่มมีเพื่อนมีสังคมอยู่ที่กรุงเทพ แต่ก็ขัดแม่ไม่ได้ และคิดว่าย้ายไปบ้านต่างจังหวัดแม่ก็จะได้มาอยู่กับเรา แต่มันไม่เป็นแบบนั้น แม่พาเราไปทิ้งไว้บ้านตากับยายแล้วแม่ก็หายตัวไปอีกรอบ ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม เราก็ต้องอยู่ต่างจังหวัดกับญาติๆที่นั่น เอาเราไปทิ้งไว้ที่นั่นแต่ไม่เคยส่งเงินอะไรให้เลย ไม่ว่าจะค่าเทอมหรือค่าใช้จ่ายประจำวัน ทำให้เราต้องไปขอเงินจากตาและยาย จึงทำให้ลูกคนอื่นๆของตากับยายไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะพวกเขาส่งเงินให้ตากับยายให้ไว้ใช้ แต่ตากับยายต้องเอาเงินเหล่านั้นมาจ่ายทุกอย่างให้เรา จริงๆตอนนั้นเราก็ทำงานช่วยกิจการที่บ้านนี้ทุกอย่างเหมือนเป็นคนงานเหมือนไม่ใช่หลานเลย โดยลูกชายคนโตของตากับยาย(ลุง)ก็ไม่ค่อยพอใจเราเท่าไหร่ พยายามพูดจาขับไล่เราออกจากบ้านนั้นตลอดเวลา ทำกับเราเหมือนไม่ใช่หลาน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นทาส ด่าทอเราต่างๆนาๆ แต่เราก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังได้แต่เก็บและอดทนมาตลอด พอเราเริ่มทนไม่ได้ เลยหนีออกจากบ้านและย้ายไปอยู่บ้านเพื่อนจนเรียนจบม.6
 
หลังจบม.6 เราก็วางแผนย้ายกลับมาอยู่บ้านย่าเราที่กรุงเทพเพื่อเรียนต่อมหาลัย แต่ช่วงนั้นย่าเราป่วยหนักและมาเสียชีวิตตอนช่วงที่เราจบม.6พอดี เราก็เลยเคว้งต่ออีกรอบ เหมือนไม่รู้จะหันไปทางไหน เหมือนไม่เหลือใครแล้วตอนนั้น แต่ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป เราก็ส่งตัวเองเรียนมหาลัยจนจบ โดยทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย รับผิดชอบค่าเทอมและค่ากินอยู่เองทั้งหมด พอเรียนเรียบป.ตรีจบมีงานทำก็เหมือนว่าชีวิตจะดีขึ้น ต้องบอกก่อนว่าบ้านหลังที่อยู่นี้เป็นบ้านของย่าเรา ซึ่งตอนนั้นมีเรา พ่อ และครอบครัวอา อาศัยอยู่ (เรากับพ่อไม่คุยกันมาตั้งแต่ย่าเสีย แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน)  
 
ผีซ้ำด้ำพลอย วันหนึ่งเราโดนหมายศาลขับไล่ออกจากบ้าน เนื่องจากลูกของย่าเรา(ป้า) ให้ย่าเราทำพินัยกรรมไว้ก่อนย่าจะเสีย หลอกล่อให้ย่ายกบ้านหลังนี้ให้เป็นชื่อป้าเราคนเดียว เราก็รู้เรื่องฟ้องศาลระหว่างป้ากับพ่อของเราเรื่องบ้านมาตลอดโดยอาสะใภ้เป็นคนมาเล่าให้เราฟัง แต่คือก็ไม่ได้รู้รายละเอียดเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นเราก็ไม่ได้คุยกับพ่อเรามานานแล้ว จนมารู้เรื่องว่าโดยหมายศาลขับไล่2วันสุดท้ายก่อนถึงกำหนดวัน ตอนนั้นคือสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรกับชีวิตอีก แล้วต้องทำยังไงกับชีวิตต่อไป พ่อเราย้ายไปอยู่กับภรรยาใหม่ของเค้า เราเลยเก็บของย้ายไปอยู่ห้องเพื่อนก่อนเพื่อตั้งหลักว่าจะทำยังไงต่อไป ซึ่งโชคดีที่เพื่อนทุกคนซัพพอทเราดีมาก ทุกคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรา จนเราเริ่มตั้งหลักชีวิตได้ เริ่มซื้อคอนโดและทุกอย่างในชีวิตเริ่มดีขึ้น เราเริ่มมีเงินเดือนส่งให้พ่อและแม่ทุกเดือน เราสบายใจที่จะส่งเงินให้พวกท่านแทนการโทรไปหาหรือไปหา และพ่อกับแม่เราก็ไม่เคยโทรหาหรือมาหาเราสักครั้ง นานๆเราจะไปหาพ่อเราทีเพราะเราไม่อยากมีปัญหากับภรรยาใหม่ของพ่อ 
 
ครั้งนึงพ่อเราเคยขอโทษเราว่าที่ชีวิตเราเป็นแบบนี้ก็เพราะเค้า ว่าถ้าวันนั้นเค้าไม่ทิ้งครอบครัวไป พ่อไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเราเลยเพราะท่านบอกท่านรู้สึกผิดที่ทำให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้ ซึ่งเราไม่ได้โกรธหรืออะไรนะ เพราะมันผ่านมาละ เราเชื่อเสมอว่าอะไรที่ฆ่าเราไม่ตายมันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ส่วนแม่เราหลังจากที่หายไปเป็นสิบๆปีโดยไม่เคยดูดำดูแดงเราเลย วันนี้พอรู้ว่าเราเริ่มตั้งตัวได้ ก็จะไลน์มาขอเพิ่มมากกว่าเงินเดือนที่เราส่งให้ทุกเดือน เริ่มมีดราม่าเรียกร้องบุญคุณหรือพูดอะไรให้เรารู้สึกนอย ทุกครั้งที่ไลน์มาหาเรา จะมีแต่ค่าใช้จ่ายต่างๆให้ซื้อนั่นซื้อนี่ให้ แต่ไม่เคยโทรหาเราสักครั้ง ไม่เคยถามเราว่าเราสบายดีมั้ย เหนื่อยมั้ย กินข้าวหรือยัง หรือทำอะไรอยู่ แต่เราก็ไม่กล้าพูดกับแม่ตรงๆนะ กลัวท่านจะเสียใจ แต่อีกใจก็อยากถามว่าที่ผ่านมาหายไปไหนมา หรือถ้าก่อนหน้านี้หายไปเป็นสิบๆปีแล้ว แล้วตอนนี้กลับมาเรียกร้องอะไรทำไมไม่หายไปเหมือนเดิม กลายเป็นว่ากลับมาก็คุยกันแค่เรื่องเงิน หรือบอกรักเราเพื่อต้องการให้ซื้ออะไรให้ ตอนนี้เรามีอาการไม่อยากรับรู้หรือแม้กระทั่งเปิดอ่านไลน์จากแม่ เพราะกลัวว่าจะต้องมีเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกหรือเสียเงินอีกแน่นอน เราเคยบอกว่าตอนนี้เราไม่มีเงิน แต่สิ่งที่แม่ตอบกลับมาคือรอให้เงินเดือนเราเข้าก่อนก็ได้ค่อยซื้อให้เค้า มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่อินกับความรักและมีคำถามตลอดเวลา หรือว่านี่คือความรัก...!?! เราควรทำตัวยังไงให้ ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่