วงการเพลงยังไม่ตาย: RS Group รีแบรนด์องค์กรใหม่ กลับมาทำเพลงใต้กลยุทธ์ Entertainmerce

กระทู้สนทนา
RS ค่ายเพลงเก่าแก่ ที่ดำเนินธุรกิจมานานเกือบ 40 ปี ประกาศรีแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ Entertainmerce ที่รวมเอาธุรกิจ Entertainment และ Commerce เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งเปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ RS Group Headquarter บนถนนประเสริฐมนูกิจ

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RS Group หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ เฮียฮ้อ เล่าว่า ในปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้น RS Group ในยุคใหม่ ด้วยการรีแบรนด์อย่างเป็นทางการ ใช้แนวคิดการทำงานแบบ Agile ลดการทำงานที่ยุ่งยาก เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน ปรับทีมการบริหารใหม่ โดยใช้ทีมเดิมที่มีประสบการณ์ ทำงานร่วมกับทีมใหม่ที่มีความสามารถ โดยเฮียฮ้อ เล่าว่า ในปัจจุบัน ธุรกิจของ RS Group มีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนหลักๆ ทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ธุรกิจ Commerce ประกอบด้วย RS Mall และ Life Star
ธุรกิจ Entertainment ประกอบด้วย ช่อง 8 Coolism และ RS Music
โดยกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแบบ Entertainmerce ของ RS นี้ จะต้องใช้ทรัพย์สินที่ RS มีทั้งหมด เช่น ศิลปิน เพลง และช่องทางต่างๆ มาผสมผสานกับธุรกิจ Commerce เพื่อสร้างประสิทธิภาพทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น

ธุรกิจ Commerce: RS Mall แบรนด์เรือธงน้องใหม่ของ RS
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ เล่าว่า ในปี 2557 เกิดความเปลี่ยนแปลงกับวงการทีวีไทย มีช่องทีวีเพิ่มขึ้นจาก 6 ช่อง เป็น 24 ช่อง ในช่วงเวลาข้ามคืน RS จึงตัดสินใจที่จะนำเอาช่วงเวลาโฆษณาที่มีอยู่ครึ่งหนึ่งมาสร้างธุรกิจโดยใช้สายตาของผู้ชมเป็นต้นทุนที่มี เป็นการเอาการซื้อของช็อปปิ้ง มารวมกับความบันเทิง ซึ่งแม้จะไม่มีหน้าร้าน แต่ RS Mall ก็มีฐานลูกค้ากว่า 1.4 ล้านราย และสามารถทำลายสถิติรายได้ 586.2 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
แม้ว่าช่องทางการขายของ RS Mall ส่วนใหญ่จะเกิดจาก Telesale แต่อย่างไรก็ตาม ยอดขายสินค้า RS Mall ผ่านช่องทางออนไลน์ก็เติบโตสูงขึ้นกว่า 80% เช่นเดียวกัน
โดยยอดขายสินค้าบน RS Mall กว่า 60% เป็นสินค้าที่มาจากธุรกิจ Life Star ซึ่งมีหน้าที่ในการทำการวิจัย และพัมนาสินค้า ก่อนที่จะปล่อยสินค้าออกมาวางขาย โดยร่วมมือกับองค์กรและสถาบันต่างๆ ทั่วโลก ซึ่ง ชาคริต พิชญางกูร หัวหน้าเจ้าที่บริหารธุรกิจ Life Star เล่าว่า จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Life Star คือการมีช่องทีวีเป็นของตัวเอง นั่นก็คือ ช่อง 8 ซึ่งการมีช่องทีวีเป็นของตัวเองนี้จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ตามพฤติกรรมของลูกค้า

Life Star คิดเอง ขายเอง ครบวงจร
ในปีนี้ Life Star จะเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 40,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเฮียฮ้อ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมวนี้ จะจับกลุ่มลูกค้าในระดับบน เพราะพฤติกรรมของผู้เลี้ยงสัตว์ ยอมจ่ายเงินให้กับสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว ดูได้จากบางครั้งแชมพูอาบน้ำของสัตว์เลี้ยง มีราคาแพงกว่าแชมพูของคนด้วยซ้ำไป
ส่วนอีกกลุ่มผลิตภัณฑ์คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยการนำเอาศิลปินมาร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยใช้กลยุทธ์ Star Commerce Model โดยศิลปินคนแรกที่จะร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์คือ ใบเตย อาร์สยาม ภายใต้แบรนด์ BT Cosmetics Color Collection

ธุรกิจ Entertainment สื่อและบันเทิง
ช่อง 8 กับกลยุทธ์ “เก้าอี้ 4 ขา” การปรับตัวช่วงโควิด
ในปีนี้ช่อง 8 ได้ปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “เก้าอี้ 4 ขา” เพื่อกระจายรายได้จาก 4 ช่องทางหลักๆ ได้แก่ โดยนงลักษณ์ งามโรจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เล่าว่า กลยุทธ์เก้าอี้ 4 ขา ที่ใช้นี้ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่
มีเดียสปอนเซอร์ สัดส่วน 40%
การจัดอีเวนท์ สัดส่วน 10% โดยอีเวนท์นี้ต้องเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม
การขายลิขสิทธ์ และออนไลน์ สัดส่วน 15%
Entertainmerce สัดส่วน 35% เป็นการนำเอาความบันเทิง สร้างยอดขาย โดยต้องได้ทั้งเรตติ้ง และการสนับสนุนสินค้าของลูกค้า

Coolfahrenheit คลื่นวิทยุยอดนิยมของคนหัวเมืองใหญ่
แม้ว่าที่ผ่านมาหลายคนอาจคิดว่าการในปัจจุบันการฟังวิทยุ อาจไม่ได้รับความนิยมมากเท่าในอดีตแล้ว แต่ความจริงแล้ว ปริญญ์ หมื่นสุกแสง หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจวิทยุ Coolism เล่าว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 Coolism ได้ทำลายสถิติใหม่ มีผู้ฟังเกิน 2 ล้านรายเป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยในปีนี้ Coolism มีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่เรียกว่าแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่
คลื่นวิทยุ Coolfahrenheit สัดส่วนรายได้ 40%
CooLive จัดงานคอนเสิร์ต และเทศกาลดนตรี โดยในปี 2564 จะมีการจัดงานคอนเสิร์ต และเทศกาลดนตรีรวม 10 งาน ซึ่งเฮียฮ้อได้กล่าวเสริมว่า CooLive จะมีการนำเอาคอนเสิร์ตของศิลปินต่างประเทศ เข้ามาจัดในประเทศไทย รวมถึงศิลปินอิสระนอกสังกัด RS ด้วย โดยมีสัดส่วนรายได้ 30%
Coolanything เป็นการเปลี่ยนผู้ฟังคลื่นวิทยุ Coolfahrenheit ให้กลายเป็นลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชัน Coolism โดยคนฟังสามารถดูสินค้าที่ดีเจกำลังเสนอขายอยู่ได้เลย โดยมีสัดส่วนรายได้ 30%

RS Music เมื่อ RS กลับมาทำธุรกิจเพลงอีกครั้ง
หลายครั้งคนอาจคิดว่าธุรกิจเพลงตายไปแล้ว แต่ความจริงธุรกิจเพลงยังไม่ตาย เพราะในปีนี้ RS Music เตรียมปัดฝุ่น 3 ค่ายเพลงในตำนาน คือ Rsiam ค่ายเพลงลูกทุ่ง, Kamikaze ค่ายเพลงวัยรุ่น, และ Rose Sound ซึ่งเป็นค่ายเพลงยุคเก่า ก่อนที่จะกลายมาเป็น RS ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามการกลับมาทำเพลงของ RS Music ในครั้งนี้ สุกฤช สุขสกุลวัฒน์ เล่าว่า ศิลปินของ RS Music ต้องมีตัวตน คาร์เลกเตอร์ และไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน รวมถึงมีฐานแฟนคลับ เพื่อเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแบบ Music Star Commerce

เฮียฮ้อ เล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การจะเป็นศิลปินค่ายเพลงไม่ได้มีความหมาย ศิลปินสามารถสร้างตัวเองได้บนสื่อสังคมออนไลน์ แต่วันนี้ การกลับมาทำเพลงอีกครั้งของทั้ง 3 ค่าย กลยุทธ์ Music Star Commerce จะเป็นการต่อยอดให้กับตัวศิลปิน ตามกลยุทธ์ Entertainmerce ของ RS นอกจากนี้เฮียฮ้อยังเล่าด้วยว่า ศิลปินของ RS นอกจากจะต้องเป็นคนร้องเพลงดี บุคลิกดีแล้ว ศิลปินจะต้องมีตัวตน คาร์เลกเตอร์ และไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน เพราะศิลปินจะกลายเป็นนักธุรกิจที่ RS สนับสนุน

 ที่มา https://brandinside.asia/rs-group-rebrand-to-entertainmerce/
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่