เราสมัยเด็กๆก็เป็นเด็กทั่วไปที่ตั้งใจเรียน ไม่นอกลู่นอกทาง เรียนได้อันดับต้นๆของห้อง เราภูมิใจที่เราได้เรียนสายวิทย์ได้เรียนฟิสิกเคมีชีวะ อยากเรียน รู้สึกสนุกกับมัน และฝันว่าจะได้ทำงานทั่วไปที่มีความสุขมีอุปสรรคบ้างก็ต้องอดทน เข้ามหาลัยด้วยคณะยอดนิยม คณะวิศวกรรมโยธา ตอนเรียนวิชาคำนวณไปได้ดี แต่วิชาภาคสนามจะห่วยมากแม้จะเป็นวิชาเเดียวกัน เราไม่มีความสุขเลยเวลาทำงานสนาม แต่ก็คิดว่าอดทนเดียวมันก็ผ่านไป เคยอยากลาออกก็หลายครั้งแต่ไม่มีที่ไป และวิชาคำนวณทำได้ดีก็คิดว่าเดียวก็คงผ่านไปได้ เราทนจนเราจบ ตลอดเวลาที่เราเรียน เรารู้สึกเสียตัวตนของเราไปทีละนิด เราปิดตัวมากขึ้น เจอคนน้อยลง เราเห็นแววตาเพื่อนที่ดูสนุกมีความความสุขความฝันกับสิ่งที่เรียน เราคิดถึงแววตาเราแบบนั้นสมัย ม.ปลายสายวิทย์จัง แต่เราก็คิดว่าชั่งมัน เราอาจจะแค่คิดมาก ทำงานได้ตังก็พอ เราก็จะมีความสุข พ่อแม่ก็จะมีความสุข จนจบออกมาเราก็ไปทำงานด้านที่เราจบมา ไปคุมงานก่อสร้าง ไปงานสนาม เพราะคิดว่าอยากลองเปิดใจ อยากได้ประสบการณ์ ตลอดเวลาที่ทำงานเราไม่สบายใจเลยกับสภาพแวดล้อมหน้างาน ลักษณะงานที่ต้องออกต่างจังหวัดบ่อยๆ สมัยเด็กเราเกลียดการเข้าค่ายมาก555 ลักษณะงานที่อยู่ไม่เป็นที่ เลิกไม่เป็นเวลา สังคมเพื่อนร่วมงานที่มองว่าเราร่างกายอ่อนแอกว่า เหมือนไม่ได้รับการยอมรับจากคนงานหรือเพื่อนร่วมงาน เราก็อดทนทำต่อไป คิดว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ดีกว่า เราก็ทำเพื่อให้ได้ตังก็พอ ตลอดเวลางานเราพยายามไปอยู่ห้องธุรการ เหมือนอึดอัดไม่อยากอยู่หน้างาน เรามองคนที่ทำงานด้านเอกสารและคิดตลอดเลยนะว่าเราแค่อยากมาทำงานแบบนี้แค่นี้ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่ที่ของเรากลับเป็นหน้างานข้างนอกไม่ใช่ที่นี่ เราเสียใจมาตลอดเลยนะว่าเราทำอะไรผิด เราถามข้อมูลกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้านนี้ ว่าเรียนอะไรควรมีสกิลแบบไหนลักษณะงานเป็นยังไง แล้วเราก็ลองทำ แต่สักพักเราก็ต้องกลับไปหน้างานอีกแล้ว จนเราเครียดมาก ได้ตังมาเราก็ให้พ่อแม่ ซื้อของเหมือนชดเชยที่เราไปอยู่หน้างาน เหมือนคนเมามาก แต่ไม่เมานะปกติเราไม่กินเหล้า จนเรามองหาทางออกว่าไม่มีอาชีพอื่นอีกแล้วหรอที่จะได้ตังเหมือนกันโดยที่เราไม่ต้องรู้สึกแบบนี้ เราตัดสินใจลาออก ไปเป็นติวเตอร์เป็นครู การเป็นติวเตอร์สนุกมากเลยได้สอนในสิ่งที่เราถนัด แต่เป็นงานรายได้ไม่แน่นอน เราเลยไปทำเป็นครูโรงเรียน ต่างกับติวเตอร์มาก มีกิจกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก สุดท้ายก็เหมือนกับงานโยธาที่เราต้องออกหน้างาน อยู่งานภาคสนาม ด้วยการที่ครูผู้ชายเป็นประชากรส่วนน้อยถ้าเทียบกับครูผู้หญิง งานจัดสถานที่ออกหน้างานไปดูสถานที่จึงเป็นงานครูผํ้ชาย เราตัดสินใจลาออกอีกครั้ง เพื่อทำงานออกแบบเขียนแบบที่ออฟฟิต ตอนแรกเราสบายใจนะที่เราได้งานออฟฟิตแบบที่เราคาดหวัง แต่ด้วยความที่เป็นวิศวกรเราก็ต้องออกไปดูหน้างานหรือใช้ความรู้ด้านหน้างาน ซึ่งพอเราไม่มีประสบการณ์มันก็ทำให้งานไปต่อไม่ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาความกังวลนี้มันทำให้เราติดนิสัยเจอใครก็จะถามว่าเขาเรียนคณะอะไร พยายามอ่านหรือฝึกสกิลที่น่าสนใจ ทั้งงานตัดต่อ งานออกแบบกราฟฟิค งานตกแต่งภายใน การตลาด การเงิน เราอยากเรียนใหม่ อยากมีชีวิตใหม่ แต่ก็กลัวว่าจะเสียเปล่า ทำโยธาต่อไปก็รู้สึกไม่อยากดูล้ำลึกลงไปทุกที เราควรเลือกความถูกต้องคือยอมทำงานหน้างานให้ได้เงินพ่อแม่เราสบายเราสบาย หรือเราควรไปเรียนใหม่ คณะแนวบริการ การเงิน คอมพิวเตอร์ หรืออะไรที่ทำให้เราจบมาแล้วอยู่ในงานออฟฟิต ตอนนี้เราอายุ25แล้วยิ่งนานเวลาก็ยิ่งผ่าน เราควรจะยอดทำงานหน้างานเพื่อเติบโตเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเป็น แต่เป็นความถูกต้อง หรือควรเลือกที่จะมีชีวิตใหม่ ไปสู้ให้เต็มที่ แต่แน่นอนมันจะทำให้เราเสียรายได้ และไม่รู้จะทำสำเร็จมั้ย แต่ถ้าทำสำเร็จเราจะได้ชีวิตแบบที่ควรจะเป็นของเรากลับคืน แต่ถ้าเราทำงานสนามแล้ว เราก็มีรายได้ปานกลาง และเห็นอนาคตที่เราน่าจะเรียนใหม่แล้วมีความสุขรายได้ปานกลางหรือดี เราคงเสียใจไปตลอดชีวิตที่ได้ไม่ลงมือแก้ไขชีวิตเรา และยอมดำดิ่งสู่การเสียความเป็นตัวเองของเราไป
เคยต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจมั้ย