ข่วยวิเคราะห์ mazda2 จะยังใส่เครื่อง "Diesel" 1500 ทำตลาดไปอีกนานแค่ไหน ถึงยุติไลน์ผลิต

ณ ตอนนี้ ในกลุ่มรถระดับราคาหรือ segment พอกัน  มีแค่ mazda2 เท่านั้น ที่ยังใส่เครื่องยนต์ ดีเซล อยู่
อยากทราบแนวโน้มในอนาคตว่ามันจะยังอยู่ ทำตลาด ไปได้นานแค่ไหน
เพราะเห็น cx รุ่นใหม่ 2020 ก็เหลือแค่เครื่องยนต์เบนซินแล้ว

และคนกลุ่มไหนที่จะเลือกซื้อ mazda2 deisel ในขณะที่ เขาสามารถซื้อรุ่นอื่นที่สูงกว่าได้ในราคาเท่าๆกัน

แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
สถานการณ์ 1.5D ของ 2 ตอนนี้หนะหรอครับ

ลูกค้าที่จะซื้อตอนนี้มีแค่ คนที่ใจรักและชอบในสมรรถนะของเครื่องบล็อคนี้ที่ให้พละกำลังดีในตอนต้นตามสไตล์ดีเซล​แรงบิดสูงมาในรอบต่ำ ควบคู่กับ Handling การควบคุมรถที่ทำได้ดีในระดับที่รถขนาดนี้จะให้ได้ หรือต้องการโมต่อได้เองและไม่ต้องห่วงเกียร์มากนัก และ... แค่นี้แหละครับ

เพราะถ้าเจาะกันไปจริงๆ
- มือ 1 ตัว minor change 2020 ราคาป้ายมันถูกอัพไปจนเริ่มต้นที่ 782,000 บาทแล้ว โดยออพชั่นของรุ่นเริ่มต้นนี้เทียบเท่าตัวเบนซิน 1.3G 648,000 บาท ซึ่งต่างกันแค่เครื่องยนต์ งานวิศวกรรม​ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ดิสก์เบรกหลัง และขนาดล้อ เท่านั้นเลยครับ ซึ่งต่างจากรุ่นปีเก่าๆ หน้าเดิม ที่เคยมีรุ่นออพชั่นพื้นฐาน (ที่ก็อัพให้ไม่น้อยเลยในปีหลังๆ)​ ในราคาต่ำกว่า 700,000 ให้เลือกอยู่ และเอาเข้าจริงลูกค้าที่รับได้ในความอืดของ 1.3G แต่ได้รถที่มีเปลือกเหมือนกัน Handling คล้ายกันเบากว่ากันไม่มาก ก็ไม่มีใครอยากจ่ายเพิ่มเป็นแสนเพื่อเอาดีเซล​ครับ
- และถ้าเอามันไปเทียบกับคู่แข่ง 1.0 Turbo ที่มีความสดใหม่มากกว่า กลายเป็นว่าเครื่อง 1.5D บล็อคนี้แซงได้แค่ตอนออกตัว ความเร็วปลายก็โดนคู่แข่งบางตัวกินไปแล้วถ้าขับมาจริงไม่อคติ และถ้าพูดถึงเรื่องน้ำมันที่ประหยัดของ 1.5D ก็กลายเป็นคู่แข่งที่ประหยัดด้อยกว่าหน่อย แต่ได้ราคารถที่ถูกกว่าตั้งแต่ซื้อ ก็เป็นส่วนต่างเอามาเติมน้ำมันจนคุ้มกว่าไปแล้ว หรือถ้าเทียบตัวรถในแง่ Handling ก็ยังเอาส่วนต่างราคาไปโมต่อเพิ่มมาได้อยู่
- นี่ยังไม่นับ CX-3 ที่ดั๊มราคาลงมาเริ่มต้น 768,000 โดยหั่นออพชั่นออกแต่ยังใช้เครื่อง 2.0G ซึ่งถึงแรงดึงจะไม่ดีเท่า 1.5D แต่ภาพรวมมันก็ไหลกว่าตั้งแต่ออกตัวยันความเร็วปลาย ซึ่งเอาใจสายโมแรงเข้ามาอีก และยังไม่นับ Handling ที่ดีกว่า 2 แต่รุ่นใหม่ๆ อาจจะติดเบาไปบ้าง
ซึ่งบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่ย่อหน้าบน กลุ่มตลาดทั่วไปก็ไม่มีใครเอา 1.5D แล้วครับ

นี่ยังไม่นับถึงปัญหา ถึงแม้เรื่องเครื่องสั่นเร่งไม่ขึ้นที่เป็นปัญหาของ 1.5D จริงๆ จะแก้ไขมาหมดจนรุ่นปีหลังๆ เริ่มไม่ได้ยิน แต่ชื่อเสียงไม่ได้สร้างแค่วันเดียวครับ บวกกับน้ำดันของตัว 2.2D รุ่นพี่ของมัน ลูกค้ามีภาพจำว่าดีเซลมีปัญหา​ไปแล้ว
และนี่ยังมีอะไหล่อายุขัยสั้นที่ยังต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อีกนะ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมี "วาล์วน้ำไฟฟ้า" ของชุดหม้อน้ำปกติที่เริ่มจะเสียกันมาบ้างแล้ว อายุเฉลี่ย 4-5 ปี แต่ราคาศูนย์​ก็ไม่เบาเลย

แต่... ชื่อก็แย่ ขายก็แพง มีแต่สาวกที่ซื้อ แล้ว 2 จะเลิกขาย 1.5D เร็วๆ นี้มั้ย?
ตอนนี้ที่มีข้อมูลและเท่าที่ตอบได้ก็คือ "ยัง" ครับ Mazda ยังไม่มีแผนผลิตและพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับรถขนาดเล็กที่ให้สมรรถนะดีนอกจาก 1.5D และ 1.5G ที่มีอยู่ตอนนี้ครับ และแน่นอนว่าเกณฑ์สิทธิภาษี Eco car phase 2 ของไทยเราที่ทำให้ต้องมาในรูปแบบ 1.5D และ 1.5G ก็หมดสิทธิ์​ไป ถ้าเลิกขาย 1.5D คือไม่มีต​ัวที่แรงพอที่จะต่อกร​คู่แข่งได้แล้วครับ ก็ยังต้องขายต่อไปแม้การตลาดจะไม่ปังแล้ว และ Skyactiv-D ในตลาดโลกภาพรวมตอนนี้คือยังไม่มีแผนพัฒนาเครื่องใหม่มาแทน 1.5D บล็อคนี้ บล็อคสุดท้ายที่ออกมาก็เป็น 1.8D ใน 3/CX-30 เมืองนอก และก็ไม่มีอีก
ที่เหลือก็รอดูอนาคตกันต่อไปครับ ผมกลัวว่าตัวแรงที่มันสามารถมาแทน 1.5D ได้ในไทย มันจะมาในรูปแบบ 1.3G + M Hybrid เอาหนะสิ
ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าต้องแก้ปัญหาด้วยการถอดระบบบำบัดไอเสียออก แบบนี้ก็น่าเลิกขายครับ มันไม่ใช่เครื่องที่ดีแล้วแบบนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่