เกริ่นก่อนว่าผมเองก็เพิ่งกลับมาช่วยบริหารงานของที่บ้านได้ไม่นาน
ประสบการณ์ที่มียังน้อยนิด เพราะเรียนจบและเริ่มทำงานได้แค่เกือบปี
ก่อนหน้านี้ผมทำงานสายที่เรียนจบมาซึ่งไม่ใช่สายที่ทำตอนนี้
แต่ยังดีที่เป็นกิจการของพ่อแม่ตัวเอง เลยทำให้เรียนรู้อะไรได้ไวมาก
เพราะเบื้องบนสั่งมาว่าต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด และรู้ทันเกม อย่าทำให้โดนดูถูก มันเลยเป็นแรงผลักดัน
จนตอนนี้ ผมเริ่มจะเข้าใจระบบทุกอย่าง สงสารก็แต่ผู้จัดการที่ต้องสอนงานเด็กเอ๋อๆ อย่างผมเหมือนกัน
ถ้าไปทำงานที่อื่น ผมคงไม่ผ่านโปรตั้งแต่เดือนแรกแล้ว เพราะไม่ได้จบบริหารมาเลย คนละสายกันอย่างสิ้นเชิง
เริ่มครับ คือตัวบริษัทของผมเนี่ย ระบบมันค่อนข้างเยอะพอสมควร เป็นธรรมดาของงานบริการ
บริษัทของผมนี่จะมีหลังบ้านด้วย คือโรงงานหรือโกดัง ที่คอยผลิตสินค้า และป้อนให้กับบริษัทหน้าบ้านอีกที
ไม่รู้วันดีคืนดี...รึเปล่า? พนักงานคุมสต๊อกดันลาออก เหตุผลผมไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่ก็เข้าใจว่าใครมีที่ที่ดีกว่าก็ไป เป็นธรรมดาไม่ว่ากัน
แล้วคือรุ่นน้องที่รู้จักกันในมหาลัย เขามาสมัครและสอบผ่าน ทั้งโพรไฟล์และความสามารถในด้านของภาษา
จนได้เข้ามาทำงาน โดยตอนนี้น้องเขายังอยู่ในช่วงทดลองงาน ตอนนี้ทำได้ 2 เดือนแล้วโดยประมาณ
แต่ทางหัวหน้างานที่คอยสอนงานน้องเขามาบอกกับผมว่า ถ้าจะไม่ให้น้องคนนี้ผ่านงาน จะว่าอะไรเขามั้ย
เพราะน้องเขาน่าจะบอกพี่คนที่สอนงานว่ารู้จักกับผมเพราะเป็นรุ่นพี่ในมหาลัยเดียวกัน
เหตุผลที่คนสอนงานจะไม่ให้น้องเขาผ่านโปร เพราะน้องคนนี้ทำงานผิดพลาดบ่อย
2 เดือนแล้วยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น ผิดที่เดิมตลอด
บางครั้งนับสต๊อคผิด จนพี่คนสอนงานประสานงานกับฝ่ายผลิตผิดพลาด
มีปัญหากับแผนกอื่นตลอด และยังทำใบกำกับภาษีผิดพลาดซ้ำวันละหลายรอบ
ซึ่งจริงๆคนที่จบมาทางสายบัญชีมา เขาจะรู้เลยว่า การทำใบกำกับภาษีคือจะห้ามผิด ผิดไม่ได้เลย มันมีผลไปถึงกรมสรรพากร
ทีนี้เหมือนทางหัวหน้างานก็หนักใจ กลัวจะมีปัญหา เพราะน้องเขาดันบอกว่ารู้จักกับผม
เขาเลยมาคุยกับผมว่า จะให้เขาตัดสินใจยังไง ถ้าจะไม่ให้ผ่านทดลองงานจะมีปัญหาหรือไม่
ผมเองก็เข้าใจความรู้สึกของคนสอนงานนะ ว่ามันรู้สึกยังไง คงจะอึดอัดมาก แบบเดียวกับผู้จัดการที่สอนงานผมในช่วงแรก
และผมก็เข้าใจความรู้สึกของน้องคนนั้น ว่ารู้สึกยังไง เพราะผมเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขาน้อง
รู้ว่าความเครียด ความกดดัน มันอึดอัดแค่ไหน แต่มันแตกต่างจากผมเพราะผมจะเครียดแค่ไหน อยากจะลาออกวันละร้อยครั้ง มันก็ลาออกไม่ได้นี่สิ
ผมเลยตัดสินว่า จะให้สิทธิ์กับหัวหน้างานที่เป็นคนสอนงานน้องเขาว่าให้ตัดสินไปตามความจริง
ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น เพราะนี่มันสังคมการทำงาน มันคือบริษัท คุณต้องตัดสินใจและรายงานมา ในฐานะหัวหน้างาน ดีกว่าปล่อยให้บริษัทเสียหาย
แต่มันจะดูใจร้ายกับน้องเขาไปมั้ยครับ เพราะผมก็เข้าใจดีว่าช่วงนี้งานมันหายากจริงๆ เศรษฐกิจมันกระทบลงแนวดิ่งตามไปหมด
บริษัทของผมยังโดนผลกระทบเลยครับ เพียงแต่ไม่มากนัก ตอนนี้เริ่มกลับมาสู่สภาพปกติแล้ว เพราะกลุ่มลูกค้ามีหลากหลายไม่ใช่ไทยอย่างเดียว
ที่หนักใจสุดของปัญหานี้คือ คุณแม่ของน้องเขาทัก Facebook มาหาผมเลยครับ!! ว่าขอให้ช่วยลูกเขาผ่านงานได้มั้ย ผมนี่หนักใจเลย
จริงๆถามว่า มันสมควรมั้ยที่จะทักมาถามและให้ช่วยกันแบบนี้ เดี๋ยวนี้มันต้องทำกันถึงขนาดนี้แล้วเหรอ??
เลยคิดว่า ถ้าน้องเขาไม่ถนัดงานสายนี้จริงๆ ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ถนัดและทำได้ดีกว่า
ดีกว่ามาฝืนตัวเอง จนความฝืนของตัวเองมันส่งผลกระทบกับคนอื่นเนี่ยสิ
ผมเลยคิดว่าพรุ่งนี้จะไปคุยกับน้องเขาเองโดยตรง น่าจะเป็นการรักษาน้ำใจกันแบบดีที่สุด
แล้วเพื่อนๆพี่ๆ ในพันทิพมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ คนไหนเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกับผมมั้ยครับ มันน่าหนักใจจริงๆน้อ
ประเมินรุ่นน้องที่จบจากมหาลัยเดียวกันไม่ให้ผ่านงาน จะดูใจร้ายไปหรือเปล่าครับ
ประสบการณ์ที่มียังน้อยนิด เพราะเรียนจบและเริ่มทำงานได้แค่เกือบปี
ก่อนหน้านี้ผมทำงานสายที่เรียนจบมาซึ่งไม่ใช่สายที่ทำตอนนี้
แต่ยังดีที่เป็นกิจการของพ่อแม่ตัวเอง เลยทำให้เรียนรู้อะไรได้ไวมาก
เพราะเบื้องบนสั่งมาว่าต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด และรู้ทันเกม อย่าทำให้โดนดูถูก มันเลยเป็นแรงผลักดัน
จนตอนนี้ ผมเริ่มจะเข้าใจระบบทุกอย่าง สงสารก็แต่ผู้จัดการที่ต้องสอนงานเด็กเอ๋อๆ อย่างผมเหมือนกัน
ถ้าไปทำงานที่อื่น ผมคงไม่ผ่านโปรตั้งแต่เดือนแรกแล้ว เพราะไม่ได้จบบริหารมาเลย คนละสายกันอย่างสิ้นเชิง
เริ่มครับ คือตัวบริษัทของผมเนี่ย ระบบมันค่อนข้างเยอะพอสมควร เป็นธรรมดาของงานบริการ
บริษัทของผมนี่จะมีหลังบ้านด้วย คือโรงงานหรือโกดัง ที่คอยผลิตสินค้า และป้อนให้กับบริษัทหน้าบ้านอีกที
ไม่รู้วันดีคืนดี...รึเปล่า? พนักงานคุมสต๊อกดันลาออก เหตุผลผมไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่ก็เข้าใจว่าใครมีที่ที่ดีกว่าก็ไป เป็นธรรมดาไม่ว่ากัน
แล้วคือรุ่นน้องที่รู้จักกันในมหาลัย เขามาสมัครและสอบผ่าน ทั้งโพรไฟล์และความสามารถในด้านของภาษา
จนได้เข้ามาทำงาน โดยตอนนี้น้องเขายังอยู่ในช่วงทดลองงาน ตอนนี้ทำได้ 2 เดือนแล้วโดยประมาณ
แต่ทางหัวหน้างานที่คอยสอนงานน้องเขามาบอกกับผมว่า ถ้าจะไม่ให้น้องคนนี้ผ่านงาน จะว่าอะไรเขามั้ย
เพราะน้องเขาน่าจะบอกพี่คนที่สอนงานว่ารู้จักกับผมเพราะเป็นรุ่นพี่ในมหาลัยเดียวกัน
เหตุผลที่คนสอนงานจะไม่ให้น้องเขาผ่านโปร เพราะน้องคนนี้ทำงานผิดพลาดบ่อย
2 เดือนแล้วยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น ผิดที่เดิมตลอด
บางครั้งนับสต๊อคผิด จนพี่คนสอนงานประสานงานกับฝ่ายผลิตผิดพลาด
มีปัญหากับแผนกอื่นตลอด และยังทำใบกำกับภาษีผิดพลาดซ้ำวันละหลายรอบ
ซึ่งจริงๆคนที่จบมาทางสายบัญชีมา เขาจะรู้เลยว่า การทำใบกำกับภาษีคือจะห้ามผิด ผิดไม่ได้เลย มันมีผลไปถึงกรมสรรพากร
ทีนี้เหมือนทางหัวหน้างานก็หนักใจ กลัวจะมีปัญหา เพราะน้องเขาดันบอกว่ารู้จักกับผม
เขาเลยมาคุยกับผมว่า จะให้เขาตัดสินใจยังไง ถ้าจะไม่ให้ผ่านทดลองงานจะมีปัญหาหรือไม่
ผมเองก็เข้าใจความรู้สึกของคนสอนงานนะ ว่ามันรู้สึกยังไง คงจะอึดอัดมาก แบบเดียวกับผู้จัดการที่สอนงานผมในช่วงแรก
และผมก็เข้าใจความรู้สึกของน้องคนนั้น ว่ารู้สึกยังไง เพราะผมเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขาน้อง
รู้ว่าความเครียด ความกดดัน มันอึดอัดแค่ไหน แต่มันแตกต่างจากผมเพราะผมจะเครียดแค่ไหน อยากจะลาออกวันละร้อยครั้ง มันก็ลาออกไม่ได้นี่สิ
ผมเลยตัดสินว่า จะให้สิทธิ์กับหัวหน้างานที่เป็นคนสอนงานน้องเขาว่าให้ตัดสินไปตามความจริง
ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น เพราะนี่มันสังคมการทำงาน มันคือบริษัท คุณต้องตัดสินใจและรายงานมา ในฐานะหัวหน้างาน ดีกว่าปล่อยให้บริษัทเสียหาย
แต่มันจะดูใจร้ายกับน้องเขาไปมั้ยครับ เพราะผมก็เข้าใจดีว่าช่วงนี้งานมันหายากจริงๆ เศรษฐกิจมันกระทบลงแนวดิ่งตามไปหมด
บริษัทของผมยังโดนผลกระทบเลยครับ เพียงแต่ไม่มากนัก ตอนนี้เริ่มกลับมาสู่สภาพปกติแล้ว เพราะกลุ่มลูกค้ามีหลากหลายไม่ใช่ไทยอย่างเดียว
ที่หนักใจสุดของปัญหานี้คือ คุณแม่ของน้องเขาทัก Facebook มาหาผมเลยครับ!! ว่าขอให้ช่วยลูกเขาผ่านงานได้มั้ย ผมนี่หนักใจเลย
จริงๆถามว่า มันสมควรมั้ยที่จะทักมาถามและให้ช่วยกันแบบนี้ เดี๋ยวนี้มันต้องทำกันถึงขนาดนี้แล้วเหรอ??
เลยคิดว่า ถ้าน้องเขาไม่ถนัดงานสายนี้จริงๆ ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ถนัดและทำได้ดีกว่า
ดีกว่ามาฝืนตัวเอง จนความฝืนของตัวเองมันส่งผลกระทบกับคนอื่นเนี่ยสิ
ผมเลยคิดว่าพรุ่งนี้จะไปคุยกับน้องเขาเองโดยตรง น่าจะเป็นการรักษาน้ำใจกันแบบดีที่สุด
แล้วเพื่อนๆพี่ๆ ในพันทิพมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ คนไหนเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกับผมมั้ยครับ มันน่าหนักใจจริงๆน้อ