สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
ถ้าเป็นเรา เราคงยอมรับในผลของมัน ยังไงเราก็สอบสู้คุณไม่ได้เองอยู่แล้ว คุณจะเลือกอะไรมันก็เรื่องของคุณ
แต่เราคงไม่ขอคบคุณในฐานะอะไรก็ตาม ทั้งเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน เราจะขออยู่ห่าง ๆ คนแบบคุณค่ะ
เราคงจำไว้เป็นบทเรียน ไม่ควรเห็นแก่คนแบบคุณเลย
ยิ่งคุณมาบอกว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่สนิท เรายิ่งรู้สึกนับถือน้ำใจเขา
เขาไม่สนิทกับคุณ แต่เขายังมีน้ำใจกับคุณอะ
แต่เราคงไม่ขอคบคุณในฐานะอะไรก็ตาม ทั้งเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน เราจะขออยู่ห่าง ๆ คนแบบคุณค่ะ
เราคงจำไว้เป็นบทเรียน ไม่ควรเห็นแก่คนแบบคุณเลย
ยิ่งคุณมาบอกว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่สนิท เรายิ่งรู้สึกนับถือน้ำใจเขา
เขาไม่สนิทกับคุณ แต่เขายังมีน้ำใจกับคุณอะ
ความคิดเห็นที่ 6
1. ใครก็ตามมาถามทีแรกว่าจะสมัครแผนกไหน ผมอาจจะไม่บอก
หรือตอบแบบกั๊กๆ ว่าคงสมัครทั้งสอง หรืออาจจะตอบว่ายังไม่ตัดสินใจ
2. ถ้าเกิดเผลอบอกเขาไป แล้วเปลี่ยนใจก็จะกลับไปบอกเขาว่าเปลี่ยนใจแล้ว
ถือว่าเรามีภาระต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขา
อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าสนิทหรือไม่สนิทหรอก ทำอะไรตรงไปตรงมาสบายใจกว่า
เดินไปไหนมาไหนในบริษัทจะได้ไม่ต้องก้มหน้ารู้สึกผิดต่อใคร
หรือตอบแบบกั๊กๆ ว่าคงสมัครทั้งสอง หรืออาจจะตอบว่ายังไม่ตัดสินใจ
2. ถ้าเกิดเผลอบอกเขาไป แล้วเปลี่ยนใจก็จะกลับไปบอกเขาว่าเปลี่ยนใจแล้ว
ถือว่าเรามีภาระต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขา
อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าสนิทหรือไม่สนิทหรอก ทำอะไรตรงไปตรงมาสบายใจกว่า
เดินไปไหนมาไหนในบริษัทจะได้ไม่ต้องก้มหน้ารู้สึกผิดต่อใคร
แสดงความคิดเห็น
ถ้าเราสัมภาษณ์แบบหว่านแหจนได้งาน แต่เพื่อนไม่ได้งาน ดูเป็นคนเห็นแก่ตัว win-lose ไหมคะ
เดิมเรากับเพื่อทำงานในบริษัทหนึ่ง(ขอไม่เผยชื่อ) แล้ววันหนึ่งบริษัทที่ใหญ่กว่าแต่อยู่ในเครือเดียวกันเปิดรับสัมภาษณ์งาน 2 แผนก(รอบนี้เปิดสมัครเฉพาะคนที่อยู่ในบริษัทในเครือยังไม่ได้เปิดรับบุคคลภายนอกเพราะอยากได้คนมีประสบการณ์โดยตรงกับทางบริษัท)
แผนกแรก เป็นแผนกใหญ่ งานเป็นระบบ ดีสุด มีโอกาสเติบโตได้แสดงความสามารถตัวเองมากๆ
แผนกสอง แผนกไม่ใหญ่เท่าแผนกแรกแต่ก็ดีกว่างานเดิมที่พวกเราทำทั้งคู่ โอกาสเติบโตสู้แผนกแรกไม่ได้
ช่วงประกาศรับสมัคร ช่วงแรกๆ A มาถามเราว่าเราจะเลือกแผนกไหน ตอนนั้นเราก็คิดว่าคงเลือกแผนกสอง เพราะคงมีโอกาสได้มากกว่าเราเลยบอก A ไปว่าเราจะเลือกแผนกสอง A เลยบอกว่าถ้าเป็นเช่นนั้น A จะขอเลือกสมัครแผนกแรกนะ
แต่พอใกล้ถึงวันปิดรับสมัครเรากลับเลือกสมัครทั้งแผนกแรกและสอง แต่ A เลือกสมัครแค่แผนกแรกอย่างเดียวซึ่ง A ไม่ได้มาถามซ้ำอีกรอบว่าเราเลือกกี่แผนกและเราก็ไม่ได้บอก A ว่าเราเลือกไปทั้ง2 แผนก (คือเราไม่ได้โกหกแต่แค่ไม่ได้บอกให้ A รู้ว่าเราเลือกไปทั้ง 2 แผนก)
สรุปเราผ่านสัมภาษณ์ทั้งแผนกแรกและแผนกสอง (A เหมือนจะติดสำรองอันดับ1 ของแผนกแรก คือถ้าเราสละสิทธิ์ A จะได้งานนี้)
สุดท้ายเราเลยเลือกแผนกแรกและสละสิทธิ์แผนกสองไปทำให้A เสียใจมากเพราะ
1. เขาบอกว่าเขายอมไม่เลือกแผนกสองเพราะไม่อยากไปเป็นคู่แข่งเราเพราะเข้าใจว่าเราเลือสมัครแต่แผนกสอง
2. ถ้าเราเลือกงานแผนกสอง A ก็จะได้งานแผนกแรกพวกเราจะ win-win ทั้งคู่แต่ถ้าเราเลือกงานแผนกแรกเราจะได้แต่ A จะไม่ได้อะไรเลยเท่ากับ win(เรา)-lose(A)
สรุปคือเรารู้ตัวว่าเห็นแก่ตัวนะคะแต่อยากรู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นๆจะเลือก win-win คือได้ทั้งคู่แต่สิ่งที่เราได้จะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดแต่ทุกคนมีแต่ได้หรือเลือก win-lose แล้วตัวเองได้สิ่งที่ดีที่สุดแต่อีกคนจะ lose ไปเลย