รบกวนขอคำปรึกษา จาก ท่านผู้รู้หน่อยนะครับ ว่าขณะนี้ควรซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้แล้วหรือยัง?
ผมมีความสนใจ ที่อยากจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
แต่มีข้อกังวลอยู่หลายประเด็น
ประเด็นที่ 1 เมื่อมาดูเรื่องระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งวิ่งได้ประมาณ 3xx กม.ต้นๆ เท่านั้น ซึ่งหากผมเดินทางจาก อ.เมือง จ.ยะลา ไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีระยะทางเพียง 130 กม. รวมไป-กลับ เป็นระยะทาง 260 กม. รวมการขับขี่รถเวียนในเมืองด้วย น่าจะประมาณ 300 กม.กว่าๆ ก็ใกล้เคียงแบบหวุดหวิด ระบบไฟฟ้าในแบตเตอรี่อาจจะเหลือไม่พอ หากขับเร็วเกินไป หรือมีระยะทางที่ขับขี่วนเวียนมากเกินไป จึงทำให้กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะแบตเตอรี่ อาจมีไม่เพียงพอ อาจต้องจ่ายค่าโรงแรมเพิ่มขึ้น หากต้องนานพัก เพื่อชาร์จรถให้แบตเตอรี่เต็ม สำหรับเดินทางต่อไป หากขับจาก กทม. มา จ.ยะลา ระยะทาง 1,200 กม.เศษ อาจใช้เวลาหลายวัน (ประมาณ 4 วัน) ในการเดินทางกลับถึงบ้าน
ประเด็นที่ 2 เมื่อดูเรื่องราคา ซึ่งเทียบดูรถไฟฟ้าในตลาดที่มีขายอยู่ อาทิ MG ZS EV ซึ่ง ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท , Mine Spa 1 ราคา 1 ล้านต้นๆ ฯลฯ ซึ่งผมยังมีความรู้สึกว่ายังแพงไป เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า ในต่างประเทศ
ประเด็นที่ 3 MG ZS EV ที่มีความยาวตัวรถเพียง 4.314 ม. เทียบกับรถเดิมที่ใช้คือ Nissan March ที่มีความยาวตัวรถเพียง 3.78 ม. ซึ่งยาวขึ้นถึง 0.5 ม. (50 cm) ซึ่งก็มากพอสมควร บางครั้งการหาที่จอดรถในเมือง ค่อนข้างยากพอสมควร รถที่มีความยาวน้อยจะได้เปรียบในส่วนนี้มากๆ MG ZS EV อีกทจึงมีขนาดที่ใหญ่ไปสักนิด (ถ้าสั้นๆเล็กแบบ Nissan March ก็น่าจะดี)
ประเด็นที่ 4 ปัจจุบัน มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หลายๆยี่ห้อ ที่วิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะผลิตและนำมาจำหน่ายในเมืองไทยหรือไม่ จะต้องรออีกนานเท่าไหร่ อาทิ Nissan Ariya เป็นต้น
เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นและข้อกังวลในการตัดสินใจว่า ควรจะซื้อรถไฟฟ้าในขณะนี้ หรือไม่ หรือควรรอสักระยะหนึ่ง ให้มีตัวเลือกรถไฟฟ้าที่มีความจุแบตเตอรี่ ที่มากกว่านี้ มีตัวเลือกขนาดรถที่เล็กกว่านี้ (แต่ไม่เล็กเกินไปเหมือน Fomm one) และ ควรรอให้รถไฟฟ้า ยี่ห้ออื่นๆ ผลิตออกมาขายเป็นคู่แข่ง เพื่อราคารถจะถูกลงกว่านี้สักหน่อย เพื่อจะได้รถที่มีสามารถวิ่งได้ระยะทางที่มากขึ้นได้ อีกทั้งกังวลว่า รถที่เราซื้อวันนี้แล้ว หากวันหน้า-ปีหน้า มีรถให้ออกมา ที่มีความจุของแบตมากขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น แต่รถไฟฟ้าคันเก่าของเราที่ซื้อในปีนี้ ไม่สามารถ upgrade ความจุแบตไม่เหมือนรถในปีหน้าได้
จึงขอรบกวนที่ผู้รู้ช่วยชี้แนะ และให้คำปรึกษาด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง หวังว่าทุกท่านจะกรุณา ช่วยแนะนำเพื่อความเป็นประโยชน์แก่ผม และเพื่อนอีกหลายท่าน ที่มีความกังวลใจเช่นเดียวดับผมด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณยิ่ง มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
รบกวนขอคำปรึกษา จาก ท่านผู้รู้หน่อยนะครับ ว่าขณะนี้ควรซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้แล้วหรือยัง?
ผมมีความสนใจ ที่อยากจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
แต่มีข้อกังวลอยู่หลายประเด็น
ประเด็นที่ 1 เมื่อมาดูเรื่องระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งวิ่งได้ประมาณ 3xx กม.ต้นๆ เท่านั้น ซึ่งหากผมเดินทางจาก อ.เมือง จ.ยะลา ไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีระยะทางเพียง 130 กม. รวมไป-กลับ เป็นระยะทาง 260 กม. รวมการขับขี่รถเวียนในเมืองด้วย น่าจะประมาณ 300 กม.กว่าๆ ก็ใกล้เคียงแบบหวุดหวิด ระบบไฟฟ้าในแบตเตอรี่อาจจะเหลือไม่พอ หากขับเร็วเกินไป หรือมีระยะทางที่ขับขี่วนเวียนมากเกินไป จึงทำให้กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะแบตเตอรี่ อาจมีไม่เพียงพอ อาจต้องจ่ายค่าโรงแรมเพิ่มขึ้น หากต้องนานพัก เพื่อชาร์จรถให้แบตเตอรี่เต็ม สำหรับเดินทางต่อไป หากขับจาก กทม. มา จ.ยะลา ระยะทาง 1,200 กม.เศษ อาจใช้เวลาหลายวัน (ประมาณ 4 วัน) ในการเดินทางกลับถึงบ้าน
ประเด็นที่ 2 เมื่อดูเรื่องราคา ซึ่งเทียบดูรถไฟฟ้าในตลาดที่มีขายอยู่ อาทิ MG ZS EV ซึ่ง ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท , Mine Spa 1 ราคา 1 ล้านต้นๆ ฯลฯ ซึ่งผมยังมีความรู้สึกว่ายังแพงไป เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า ในต่างประเทศ
ประเด็นที่ 3 MG ZS EV ที่มีความยาวตัวรถเพียง 4.314 ม. เทียบกับรถเดิมที่ใช้คือ Nissan March ที่มีความยาวตัวรถเพียง 3.78 ม. ซึ่งยาวขึ้นถึง 0.5 ม. (50 cm) ซึ่งก็มากพอสมควร บางครั้งการหาที่จอดรถในเมือง ค่อนข้างยากพอสมควร รถที่มีความยาวน้อยจะได้เปรียบในส่วนนี้มากๆ MG ZS EV อีกทจึงมีขนาดที่ใหญ่ไปสักนิด (ถ้าสั้นๆเล็กแบบ Nissan March ก็น่าจะดี)
ประเด็นที่ 4 ปัจจุบัน มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หลายๆยี่ห้อ ที่วิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะผลิตและนำมาจำหน่ายในเมืองไทยหรือไม่ จะต้องรออีกนานเท่าไหร่ อาทิ Nissan Ariya เป็นต้น
เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นและข้อกังวลในการตัดสินใจว่า ควรจะซื้อรถไฟฟ้าในขณะนี้ หรือไม่ หรือควรรอสักระยะหนึ่ง ให้มีตัวเลือกรถไฟฟ้าที่มีความจุแบตเตอรี่ ที่มากกว่านี้ มีตัวเลือกขนาดรถที่เล็กกว่านี้ (แต่ไม่เล็กเกินไปเหมือน Fomm one) และ ควรรอให้รถไฟฟ้า ยี่ห้ออื่นๆ ผลิตออกมาขายเป็นคู่แข่ง เพื่อราคารถจะถูกลงกว่านี้สักหน่อย เพื่อจะได้รถที่มีสามารถวิ่งได้ระยะทางที่มากขึ้นได้ อีกทั้งกังวลว่า รถที่เราซื้อวันนี้แล้ว หากวันหน้า-ปีหน้า มีรถให้ออกมา ที่มีความจุของแบตมากขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น แต่รถไฟฟ้าคันเก่าของเราที่ซื้อในปีนี้ ไม่สามารถ upgrade ความจุแบตไม่เหมือนรถในปีหน้าได้
จึงขอรบกวนที่ผู้รู้ช่วยชี้แนะ และให้คำปรึกษาด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง หวังว่าทุกท่านจะกรุณา ช่วยแนะนำเพื่อความเป็นประโยชน์แก่ผม และเพื่อนอีกหลายท่าน ที่มีความกังวลใจเช่นเดียวดับผมด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณยิ่ง มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ