ถ้าพูดถึง girl group ที่ตอนนี้เป็นที่พูดถึงมากวงหนึ่งในเกาหลี มีผลงานเพลงติดอันดับชาร์ตเพลงผ่านตาบ่อยๆ คงไม่พ้นวง
MAMAMOO ซึ่งตอนนี้น่าจะโดนพูดถึงว่าเป็นวง Vocal queen ของเกาหลีไปแล้ว และเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ รวมทั้งไทยเราด้วยที่เริ่มมีฐานแฟนคลับมากขึ้น (ถึงจะไม่มากเท่าด้อมอื่นเนอะ) เราในฐานะคนที่เพิ่งตามมามามูมาได้สักพัก (ไม่ได้ตามตั้งแต่ debut นะฮะ) สังเกตประเด็นนึงเวลาไล่ตามดูเอมวีเพลงเก่าๆ คือ ประเด็น Self esteem หรือการรักและภูมิใจในตัวเอง เป็นประเด็นนึงที่น่าสนใจพอสมควร วันนี้เลยอยากหยิบยกมาเล่า เรียกว่า PR ให้วงไปเลยละกันฮะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แนะนำวงสั้นๆ แบบฉบับพยายามรวบรัดกันก่อนเลยดีกว่า เผื่อใครยังไม่เคยตามดูผลงาน MAMAMOO
1. MAMAMOO (Debut 2014) เกิลกรุปสร้างค่ายของ RBW entertainment (Rainbowbridge) เรียกไทยสั้นๆว่า ค่ายสายรุ้ง ที่เรียกว่าสร้างค่าย เพราะตอนแรกสายรุ้งมีมามามูเป็น “ศิลปินกลุ่ม” กลุ่มแรกเลย รายได้ของสายรุ้งส่วนใหญ่ก็มาจากมามามู เมมเบอร์กับสมาชิกค่ายค่อนข้างสนิทกันมาก เพราะสร้างผลงานเพลงมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น
2. MAMAMOO (มามามู) ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน คือ
SOLAR (Leader and Main Vocal)
Moonbyul (Main Rap)
Wheein (Sub vocal and Main dance)
Hwasa (Sub Rap and Vocal) - มักเน่ของวง
2. ตำแหน่งของเมมเบอร์ สลับไปมาไม่ได้ ไม่ตายตัว บางที vocal ก็โดดมาแรปได้ บางทีแรปก็โดดไป vocal ได้ พูดง่ายๆคือถ้าใครป่วย ให้อีกคนมาร้องแทนตำแหน่งนั้นได้แบบไม่ต้องกังวลอะไร
3. เมมเบอร์ทุกคนสามารถแต่งเพลง + compose ท่าเต้นเองได้
4. เป็นวงที่ใช้ Vocal skill เข้าตีตลาดเกิลกรุปเกาหลีตั้งแต่ช่วงเดบิวต์ เพราะสายรุ้งเคยบอกกับ mamamoo ว่าวงพวกเธอไม่ใช่วงที่สวย หรือหุ่นดีแบบที่ตลาดต้องการตอนนั้น พวกเธอเลยต้องใช้สกิลเรื่องการร้องล้วนๆ เพื่อโปรโมทวง (ถ้าพูดตอนนี้ค่ายคงโดนดราม่าไปแล้ว)
5. ช่วงเดบิวต์แรกๆ ก็ทำให้คนสนใจเลย เพราะส่วนใหญ่ถือไมค์ร้องสดเองทุกสเตจ จนคนตกใจว่านี่พวกเธอใช้เสียงจริงร้อง ไม่ lip-sync เหรอ? (ความจริงก็คือสาวๆเคยให้สัมภาษณ์ว่าลิปไม่เป็น ลิปแล้วพังตลอด 555) และถูกเรียกว่า Monster Rookie ในตอนนั้น
6. มามามู เป็นที่รู้จักคือ เป็นโวค่อลควีน เป็นวงที่ขี้อายมาก เป็นวงไม่ค่อยเรียบร้อย เป็นวงตลกคาเฟ่และเป็นวงผีบ้าในบางครั้ง (555) ถ้าคุณปล่อยให้พวกนางอยู่ด้วยกัน หรือ Run show ของตัวเอง ถ้าเจอสภาพว่าร้องเพลงดีๆได้ 1 เพลงแล้วเล่นตลกบนเวทีอีก 5 นาทีก็คือเรื่องปกติ
ถ้ายกตัวอย่างเพลงที่สื่อถึงคอนเซป Self esteem ได้ชัดมากที่สุดตอนนี้ คือ HIP (Reality in black – 2019)
ถ้าคนที่ฟังเพลงนี้ผ่านๆ จะรู้สึกว่าเป็นเพลงสนุกๆเพลงหนึ่ง เพราะจังหวะเต้นที่ค่อนข้างเร็ว และท่าเต้นเยอะกว่าทุกๆเพลงที่ผ่านมาของมามามู (ปกติมามามู เป็นวงที่ไม่เต้นสับขาละเอียดเท่านี้มาก่อน) แต่ก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่าเอมวีค่อนข้างดึงความสนใจคนดูพอสมควร เพราะถ้าดูจริงๆจะเจอว่ามันมีประเด็นที่มามามูต้องการสื่อสารกับคนดู ซ่อนอยู่เยอะมากๆ ประเด็นที่คนโฟกัสและเป็น Topic ที่พูดกันเยอะสุดๆ คือ แฟชั่นสนามบินของ ฮวาซา ที่แต่งตัวสบายๆเพื่อขึ้นเครื่อง โดยมีเอมวีช่วงนึงเขียนพาดหัวข่าวว่า
“President HWASA dressed RIDICULOUS at the airport” ซึ่งเนื้อเพลงช่วงนั้นฮวาซาได้ร้องว่า
คุณจะไปที่ไหนมันก็ shine ได้ทั้งนั้น มันมีแค่คุณคนเดียวบนโลกนี้นะ แล้วดูที่คุณทำสิคุณกำลังทำอะไร กำลังถ่มน้ำลายใส่หน้าตัวเองเหรอ?
ถ้าคนที่ดูหนังเกาหลีจะรู้ว่าการ
ขาก
(ถ่มน้ำลาย) เป็นการด่าและเหยียดหยาม แนวๆหาเรื่องประมาณนึงของคนเกาหลี ซึ่งประเด็นนี้ก็ตีความไม่ยากเลยว่าเพลงต้องการ Reverse กลับประเด็นเรื่องการแต่งตัวของเธอที่สนามบินต่อพวกแอนตี้แฟนทั้งหลาย ลองยกตัวอย่างคอมเมนท์ที่ฮวาซาโดนมาให้ลองอ่านกันฮะ
She is wearing pants like that, are all pants? What looks like a underwear.
That is Justin Bieber’s fashionㅋㅋㅋ
It seems like she always wants to be a fashion leader who leads the fashion but that makes her look worse.
She’s not a normal person but a celebrityㅋㅋㅋㅋㅋ So she felt like she should wear something unusualㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
It’s strange and it’s really bad.
ความจริงมีเนื้อเพลงในช่วงอื่นด้วยที่เพลงพูดถึงเรื่องการแต่งตัวไว้ด้วยว่า
ความจริงแล้วการที่ฉันจะแต่งอะไรมันก็คือเรื่องของฉันแหละ ขอแค่คุณมีมารยาทกับพวกฉันก็พอแล้ว
และประเด็นนี้ยังถูกพูดถึงในงาน Conference Comeback เปิดตัวอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งสาวๆอยากให้เพลง HIP เป็นเพลงที่ช่วยเตือนคนที่ฟังว่า
ขอให้รักและมีความมั่นใจในตัวเองให้มากพอ ถ้ามัวแต่แคร์คำพูดคนอื่น สุดท้ายคุณก็จะสูญเสียความเป็นตัวเองไป (เฉียบ)
ประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจในเพลง HIP ไม่ได้มีแค่เรื่อง Self esteem เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นเรื่องอื่นๆที่เป็นประเด็นทางสังคมแทรกอยู่ด้วย บางประเด็นกำลังถูกพูดถึงในระดับโลก รวมทั้งไทยตอนนี้อยู่ด้วยนะฮะ เช่น
- Global warming
- Women Career Path (ค่านิยมอาชีพของผู้หญิงเกาหลีปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นแม่บ้านเหมือนแต่ก่อน)
- Genders Equality (ชาย-หญิง-LGBT+)
- Social Interaction and Social responsibilty แบบผิวเผิน
ยอมรับว่าตอนดูครั้งแรกก็ไม่ทันได้สังเกต เพราะกำลังอึ้งกับดนตรีที่ติดหูมาก มาเพื่อแมสสุดๆ และคอนเซปไม่สนสี่สนแปดของพวกนาง 55
แต่พอมาลองค่อยๆดูทีละชอต ถึงได้เห็นดีเทลว่า ความจริงเพลงนี้มันมีความหมายซ่อนอยู่เยอะมากจริงๆ ซึ่งถ้าใครที่ตามมามาูมาตั้งแต่แรก จะรู้ว่า HIP ไม่ใช่เพลงแรกที่พูดถึงประเด็นนี้ โดยเฉพาะเรื่อง ความงาม แต่ยังมีเพลง Yes I am (Purple - 2017) ที่พูดเรื่องค่านิยมความงามของผู้หญิง ซึ่งบางทีพวกเธอก็ไม่ได้วิ่งตาม beauty standard ขนาดนั้น เช่นในเนื้อเพลงที่บอกว่า
บางทีชั้นก็แต่งหน้าบางๆแหละ เพราะมันยุ่งยาก
อืม หน้าชั้นกลม ชั้นรู้ (ช่วงนั้น V-line กำลังมาแรง)
อย่าไปคิดมาก เธอหน่ะเลิศ!
ถ้าพูดภาพรวมจริงๆ มามามูเป็นวงนึงที่โดนด่าจาก anti-fans เรื่องความงามและ Personality เยอะมาก โดนทุกคนตั้งแต่เดบิวต์จนปัจจุบันก็ยังคงโดนอยู่ อาจจะเป็นเพราะไม่ได้ผอม สูง เหมือนภาพจำเดิมๆเกี่ยวกับไอดอลหญิงที่คนเกาหลีเคยชอบในยุคนั้น (ปัจจุบันก็เริ่มลดลงแล้วหล่ะ) ผลงานเพลงที่ออกมาจึงมีประเด็นเหล่านี้แทรกอยู่ในเพลงอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับนิยามคำว่า Beauty standard ในแต่ละช่วงจะนิยามว่ายังไง
ท้ายที่สุดประโยคที่น่าจะพอสรุปการตกผลึกทางความคิดการเป็นศิลปินของสาวๆ ตั้งแต่เดบิวต์มาจนถึงปัจจุบัน สื่อถึงความเป็นตัวตนของมามามูและคอนเซปที่พวกเธอต้องการสื่อสารกับแฟนคลับได้ชัดเจนมากที่สุด คือ ประโยคที่ฮวาซาเคยพูดไว้ใน
คอนเสริต 4season f/w
And I said if I don't fit the beauty standards, I'll set my own standards.
ใครที่อาจจะเคยได้ยินชื่อวง MAMAMOO มาบ้างแต่ยังไม่เคยฟังผลงานเพลงของพวกเธอ ลองเข้าไปฟังกันได้นะฮะ เราค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงเดบิวต์แรกๆ 2014 แนวเพลงแบบมามามูค่อนข้างน้อยมาก เรียกว่าสไตล์เพลงค่อนข้างแหวกกฏทุกอย่างของเกิลกรุปเกาหลีในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ และความเป็นตัวตนของสาวๆก็ยังชัดเจน มาจนถึงปี 2020 ปีหน้าได้ข่าวว่าจะหมดสัญญากับค่ายสายรุ้งแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะต่อหรือไม่ เพราะสาวๆบอกว่า ยังไม่อยากคิดตอนนี้ ไว้ใกล้เวลาๆค่อยมานั่งคุยกัน เลยขอมารีวิว PR วงไว้ก่อนเผื่อใครอยากตามไปดูฮะ
MAMAMOO กับการสื่อสารเรื่อง self esteem และประเด็นทางสังคมอื่นๆผ่านผลงานเพลง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ถ้ายกตัวอย่างเพลงที่สื่อถึงคอนเซป Self esteem ได้ชัดมากที่สุดตอนนี้ คือ HIP (Reality in black – 2019)
ถ้าคนที่ดูหนังเกาหลีจะรู้ว่าการ ขาก
She is wearing pants like that, are all pants? What looks like a underwear.
That is Justin Bieber’s fashionㅋㅋㅋ
It seems like she always wants to be a fashion leader who leads the fashion but that makes her look worse.
She’s not a normal person but a celebrityㅋㅋㅋㅋㅋ So she felt like she should wear something unusualㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
It’s strange and it’s really bad.
ความจริงแล้วการที่ฉันจะแต่งอะไรมันก็คือเรื่องของฉันแหละ ขอแค่คุณมีมารยาทกับพวกฉันก็พอแล้ว
และประเด็นนี้ยังถูกพูดถึงในงาน Conference Comeback เปิดตัวอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งสาวๆอยากให้เพลง HIP เป็นเพลงที่ช่วยเตือนคนที่ฟังว่า
ขอให้รักและมีความมั่นใจในตัวเองให้มากพอ ถ้ามัวแต่แคร์คำพูดคนอื่น สุดท้ายคุณก็จะสูญเสียความเป็นตัวเองไป (เฉียบ)
ท้ายที่สุดประโยคที่น่าจะพอสรุปการตกผลึกทางความคิดการเป็นศิลปินของสาวๆ ตั้งแต่เดบิวต์มาจนถึงปัจจุบัน สื่อถึงความเป็นตัวตนของมามามูและคอนเซปที่พวกเธอต้องการสื่อสารกับแฟนคลับได้ชัดเจนมากที่สุด คือ ประโยคที่ฮวาซาเคยพูดไว้ในคอนเสริต 4season f/w