ขอสอบถามผู้เชี่ยวหรือผู้มีความรู้เกี่ยวกับ Bluetooth หรือ BlueBorne หน่อยนะคะ

ได้อ่านข่าวเมื่อ ปี 2560 เกี่ยวกับเรื่อง การ Hack ผ่าน Bluetooth เนื้อหามีประมาณนี้ค่ะ

" ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยบริษัทรักษาความปลอดภัย Armis ซึ่ง BlueBorne ใช้ช่องโหว่ของบลูทูธในการเจาะเข้าเครื่องของเป้าหมาย ทำให้มีอุปกรณ์กว่า  5,300 ล้านเครื่องตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้มากที่สุด แฮคเกอร์สามารถเชื่อมต่อกับมือถือของคุณผ่านบลูทูธโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว เพราะแฮคเกอร์ไม่จำเป็นต้องจับคู่ (Pair) กับอุปกรณ์ที่ใช้โจมตีหรือเปิดโหมดค้นหาอุปกรณ์ (Discovery mode) เลย หลายคนเองก็มีพฤติกรรมเสี่ยงเพราะมักจะเปิดบลูทูธเอาไว้โดยไม่เคยปิดเลยทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เมื่ออยู่ในรัศมีทำการ"

แหล่งที่มา :
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เขาบอกประมาณว่า Windows หรือระบบปฏิบัติการต่างๆ เช่น อัพแพท กันยายน 2560ขึ้นไป=ปลอดภัย , IOS 9.3 ขึ้นไปปลอดภัย(บางเว็บบอก IOS 10ขึ้นไป) อะไรประมาณนี้ค่ะ ทีนี้ เมื่อก่อนจำได้ว่าเคยใช้ iPhone 5s IOS 9.2 เลยเป็นกังวลเรื่องการถูกแฮคนี้อะค่ะ =_=;; 
หลายๆเว็บจะบอกถึงวิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด คือ การที่ปิดการใช้งานบลูทูธ
พฤติกรรมการใช้งาน : หนูไม่เคยเปิดใช้ Bluetooth พร่ำเพื่อเลย เคยเมื่อต่อลำโพง(ซึ่งเป็นที่บ้าน)
                              : เคยแชร์เน็ตมือถือเพื่อเชื่อมกับคอม (กระจายฮอตสปอร์ตจากมือถือ) แล้วมันชอบเปิด Bluetooth เอง ซึ่งพอมันเปิด ก็จะเข้าใช้
                                 ไอคอน Home ของไอโฟน เพื่อกด"ศูนย์ควบคุม" (หรือทางลัดก็คือการลากนิ้วจากล่างหน้าจอปัดขึ้นบน) แล้วกดปิดปุ่ม Bluetooth 
                                 สัญญลักษณ์ของมันที่ขึ้นข้างๆตัวแบต ก็หายไปค่ะ
สิ่งที่สงสัย ? 
1. หนูลองปิดปุ่ม Bluetooth จากศูนย์ควบคุม(การปัดล่างจอขึ้นบน) แล้วเข้าไปดู "การตั้งค่า" ตรงฟังชั่น Bluetooth เขียนว่า ไม่ได้เชื่อมต่อ >
    (เคยลองค้นหาอุปกรณ์Bluetoothด้วยเครื่องคอม ก็ไม่พบสัญญาณนะคะ) พอเรากดเข้าไปปุ๊ป ปุ่ม บลูทูธ เป็น On สีเขียวอยู่ แต่ไม่มีสัญลักษณ์ Bluetooth ขึ้นข้างๆแบต (ลองทดสอบค้นหาอุปกรณ์จากคอมอีกที ก็ไม่พบมือถือค่ะ)
2. ถ้าเราเข้าไปใน "การตั้งค่า" แล้ว เลื่อนปุ่ม On สีเขียว เป็น สีขาว(ปิด)  มันจะแตกต่างกันอย่างไรไหม

**ปล.1 ถ้าท่านไม่เข้าใจ ถ้าสะดวกลองทำตามดูนะคะ แต่ที่หนูลอง ผลลัพธ์มันคือปิดการใช้งาน Bluetooth เหมือนกันนะ
**ปล.2 เพียงแค่การขึ้นคำว่า "ไม่ได้เชื่อมต่อ" ถ้าเรากดเข้าไป มันเหมือนเป็นการพร้อมสแตนบายเลย มันจะค้นหาอุปกรณ์อื่นทันทีค่ะ แต่ที่ลองคนอื่นยังค้นหาเราไม่เห็นนะ เพราะไอคอน Bluetooth เรายังไม่ขึ้นข้างแบตอะค่ะ ยกเว้นเราไปเลื่อนปุ่ม ปิดแล้วเปิดใหม่นะ

คำถาม ?
1. จากสิ่งที่สงสัยแล้วทดสอบเบื้องต้นมา การที่ปิดสัญลักษณ์ Bluetooth จากศูนย์ควบคุม(การปัดล่างจอขึ้นบน) แล้วเข้าไปใน "การตั้งค่า" ขึ้นคำว่า "ไม่ได้เชื่อมต่อ >"  มีค่าเท่ากับการปิดการใช้งานของ Bluetooth เหมือนกับ ที่เราไปเลื่อนปุ่มปิดในการตั้งค่าใช่มั้ยคะ? (ถ้าเลื่อนปิดแล้ว ดูในการตั้งค่า มันจะขึ้นว่า "ปิด" ไม่ได้ขึ้นว่า "ไม่ได้เชื่อมต่อ"
2. จากคำถามเดิมเลยค่ะ เน้นคำตอบที่กระชับขึ้น การที่เช้าไปในการตั้งค่า Bluetooth ขึ้นว่า "ไม่ได้เชื่อมต่อ" กับ "ปิด" มีผลลัพธ์ที่ปลอดภัยเหมือนกันมั้ยคะ?
3. การที่จะแฮคได้ระดับนี้ มันควรเป็นระดับเทพที่ถ้าจะลงมือกระทำก็ต้องมีเป้าหมายปะคะ? หรือ การที่ระดับเทพที่ทำได้แบบนี้ คงไม่มาทำกับคนทั่วไปปะคะ? (มีแหล่งข่าวอ้างอิง ในข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ)

ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
1. บางเว็บบอก ระยะเมตรของ Bluetooth ไม่เท่ากัน เห็นมากสุดบอก ระยะ10เมตร
2. บางเว็บบอกข้อมูลมาประมาณนี้ว่า "แน่นอนว่าช่องโหว่นี้ได้ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์จำนวนมากที่มีการใช้งานบลูทูธ เช่น สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยีอย่าง Internet of Things อีกด้วย โดยอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานบลูทูธแล้ว เกิดอยู่ในรัศมีการรับส่งสัญญาณของอุปกรณ์ที่ใช้โจมตี มีโอกาสที่จะถูกขโมยข้อมูลหรือถูกติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องได้ในทันที่ 
แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่ามีมุ่งโจมตีสู่สาธารณะ รวมถึงยังไม่พบว่ามีการนำช่องโหว่นี้มาใช้โจมตีโดยแก่บุคคลทั่วไป แต่ก็หมายถึงความเสี่ยงที่อาจถูกโจมตีได้หากมีการมุ่งประสงค์ร้ายเกิดขึ้นมาจริงๆ และนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่ องค์กรธุรกิจต่างๆจะต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน"

แหล่งที่มา :
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สิ่งที่กลัว คือ ตอนนั้นมีรูปและวิดีโอส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมไว้ในเครื่อง iPhone อะค่ะ -,,- เลยเป็นเครียด
รบกวนผู้ที่มีความรู้หรือเชี่ยวชาญด้านนี้ตอบให้ทีนะคะ เพื่อจะได้ลดความกังวลใจลงได้บ้าง
ขอจริงจังซีเรียส ไม่ล้อเล่นหรือไม่จงใจพูดก่อกวนนะคะ Please.... ขอบคุณมากนะคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่