ผมสับสนกับเรื่องนี้มากช่วยให้คำปรึกษาและแนะนำผมทีครับ
ผมต้องเกริ่นก่อนว่าตัวผมเองไม่ใช่ผู้ชาย 100% ครับครอบครัวและญาติๆรู้กันหมดและไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ครับครอบครัวยอมรับ
- ผมขอพูดถึงตัวละครในเรื่องก่อนนะครับคนที่ผมกำลังรู้สึกสับสนอยู่คือ
ลูกพี่ลูกน้องแท้ๆของผมเองครับเป็นลูกชายของน้า(น้องสาวของแม่ครับ)แต่เราอยู่คนละจังหวัดครับ ในทุกๆปีญาติๆจะมารวมตัวกัน 2-3 ครั้ง ผมจะมีโอกาสได้เจอกับน้องในช่วงนั้นครับผมกับน้องสนิทกันมากครับด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันในวัยเด็กก็เลยสนิทกันมากๆกินนอนเที่ยวเล่นตัวแทบติดกันตลอดเวลาเลยเวลาที่ญาติๆรวมตัวกันน้องจะวิ่งมาหาผมเป็นคนแรกเลยและน้องซนมากครับจนบางทีผมต้องหนีไปเล่นกับเพื่อน แต่ในเวลาที่ผมโดนรังแกน้องจะคอยปกป้องผมตลอดเลยครับ
เรื่องมีอยู่ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ผมไปเรียนในเมืองต้องพักหอและฝึกงานเป็นปีๆ ผมแทบไม่ได้กลับมาเจอครอบครัวเลยครับผมก็ไม่ได้เจอกับน้อง 3 ถึง 4 ปีได้ พอเรียนจบเราก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นเพราะผมว่างมากบวกกับช่วง covid-19 ผมเลยยังไม่ไปหางานทำมันจะทำให้เราเจอกันบ่อยขึ้นและมีโอกาสได้กลับมาเที่ยวด้วยกันเหมือนเดิมพูดคุยกันเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ความรู้สึกผมมันไม่เหมือนเดิมทุกครั้งที่เราคุยกันเหมือนผมรู้สึกและรับรู้อะไรบางอย่างในตัวของน้องเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ "ผีเห็นผี" และผมก็ไม่เคยมองใครพลาดว่าเป็นหรือไม่เป็น เหมือนผมมองออกว่าน้องก็ไม่ใช่ผู้ชาย 100% เพราะที่ผ่านมาน้องไม่เคยมีแฟนเลยไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาในชีวิตเลยและพ่อกับแม่ของน้องก็เคยพูดขึ้นมาว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน้องจะเป็นผู้ชายหรือเปล่ารู้สึกแปลกๆกับตัวลูกชายของตัวเอง เพราะทุกครั้งน้องแทบจะไม่พูดกับใครเลยแต่พออยู่กับผมกลับร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดไม่หยุดหัวเราะและมีความสุขตลอดเหมือนได้เป็นตัวของตัวเอง และผมก็เห็นสายตาที่มันมากกว่าคำว่าน้อง มันทำให้ผมเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนไปหรือเหมือนเดิมแต่เพิ่มมากขึ้นในส่วนอื่น จนทำให้ผมเริ่มมาสังเกตในเวลาที่อยู่ด้วยกันหลายๆครั้งเช่นเวลาที่ผมนั่งอยู่คนเดียวเขาจะพยายามมาอยู่ใกล้ๆตลอดผมเล่นอะไรจับอะไรจะทำตามเสมอหรือเวลาเขาทำอะไรอยู่เขาจะคอยมองตลอดว่าเรามองเขาอยู่หรือเปล่าเวลาจะไปอาบน้ำก็ถอดเสื้อเดินวนไปวนมาไม่ยอมไปสักทีผมก็เลยแอบแซวไปว่าเฮ้ยหุ่นดีจังถึงยอมไปอาบน้ำและ อีกหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนน้องกำลังจะสื่อถึงอะไรสักอย่างหรืออาจอยากบอกความรู้สึกอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูดด้วยตัวผมเองก็รู้สึกไปแล้วเหมือนกันเหมือนเรารู้กัน 2 คนแต่ผมก็ไม่กล้าที่จะพูดไปเหมือนกันเพราะกลัวว่าอาจจะเกิดจากความสับสนและคิดไปเองของผมแต่ผมก็ยังเชื่อในตัวเองว่าผมมองประเภทเดียวกันออกจริงๆ
พอน้องกลับไปมันยิ่งทำให้รู้เลยว่าผมคิดไปไกลมากแล้วเพราะทำให้ผมแทบกินข้าวไม่ได้นึกถึงแต่เรื่องน้องอย่างเดียวไม่เป็นอันกินอันนอนเลยทีเดียว
ผมควรทำยังไงดีครับกับเรื่องแบบนี้เรื่องทั้งหมดนี้ผมคิดไปเองหรือคิดมากไปผมสับสนมากครับหรือถ้าเกิดผมกับน้องสองคนรักกันแบบนั้นจริงๆมันจะผิดไหมครอบครัวจะรับเรื่องพวกนี้ได้หรือเปล่าแต่ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมากๆช่วยให้คำปรึกษาและคำแนะนำผมทีครับผมไม่มีทางออกจริงๆ
"ความรู้สึกที่ผมมีให้น้องมันคือความรักจากพี่คนหนึ่งที่หวังดีและห่วงใยน้องจริงๆครับแต่มันแค่มีในบางส่วนเพิ่มเข้ามามากกว่าเดิมเท่านั้นเอง"
รักน้องตัวเองแบบ คู่รัก ผมต้องจัดการกับความสับสนนี้ยังไงครับ
ผมต้องเกริ่นก่อนว่าตัวผมเองไม่ใช่ผู้ชาย 100% ครับครอบครัวและญาติๆรู้กันหมดและไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ครับครอบครัวยอมรับ
- ผมขอพูดถึงตัวละครในเรื่องก่อนนะครับคนที่ผมกำลังรู้สึกสับสนอยู่คือ ลูกพี่ลูกน้องแท้ๆของผมเองครับเป็นลูกชายของน้า(น้องสาวของแม่ครับ)แต่เราอยู่คนละจังหวัดครับ ในทุกๆปีญาติๆจะมารวมตัวกัน 2-3 ครั้ง ผมจะมีโอกาสได้เจอกับน้องในช่วงนั้นครับผมกับน้องสนิทกันมากครับด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันในวัยเด็กก็เลยสนิทกันมากๆกินนอนเที่ยวเล่นตัวแทบติดกันตลอดเวลาเลยเวลาที่ญาติๆรวมตัวกันน้องจะวิ่งมาหาผมเป็นคนแรกเลยและน้องซนมากครับจนบางทีผมต้องหนีไปเล่นกับเพื่อน แต่ในเวลาที่ผมโดนรังแกน้องจะคอยปกป้องผมตลอดเลยครับ
เรื่องมีอยู่ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ผมไปเรียนในเมืองต้องพักหอและฝึกงานเป็นปีๆ ผมแทบไม่ได้กลับมาเจอครอบครัวเลยครับผมก็ไม่ได้เจอกับน้อง 3 ถึง 4 ปีได้ พอเรียนจบเราก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นเพราะผมว่างมากบวกกับช่วง covid-19 ผมเลยยังไม่ไปหางานทำมันจะทำให้เราเจอกันบ่อยขึ้นและมีโอกาสได้กลับมาเที่ยวด้วยกันเหมือนเดิมพูดคุยกันเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ความรู้สึกผมมันไม่เหมือนเดิมทุกครั้งที่เราคุยกันเหมือนผมรู้สึกและรับรู้อะไรบางอย่างในตัวของน้องเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ "ผีเห็นผี" และผมก็ไม่เคยมองใครพลาดว่าเป็นหรือไม่เป็น เหมือนผมมองออกว่าน้องก็ไม่ใช่ผู้ชาย 100% เพราะที่ผ่านมาน้องไม่เคยมีแฟนเลยไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาในชีวิตเลยและพ่อกับแม่ของน้องก็เคยพูดขึ้นมาว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน้องจะเป็นผู้ชายหรือเปล่ารู้สึกแปลกๆกับตัวลูกชายของตัวเอง เพราะทุกครั้งน้องแทบจะไม่พูดกับใครเลยแต่พออยู่กับผมกลับร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดไม่หยุดหัวเราะและมีความสุขตลอดเหมือนได้เป็นตัวของตัวเอง และผมก็เห็นสายตาที่มันมากกว่าคำว่าน้อง มันทำให้ผมเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนไปหรือเหมือนเดิมแต่เพิ่มมากขึ้นในส่วนอื่น จนทำให้ผมเริ่มมาสังเกตในเวลาที่อยู่ด้วยกันหลายๆครั้งเช่นเวลาที่ผมนั่งอยู่คนเดียวเขาจะพยายามมาอยู่ใกล้ๆตลอดผมเล่นอะไรจับอะไรจะทำตามเสมอหรือเวลาเขาทำอะไรอยู่เขาจะคอยมองตลอดว่าเรามองเขาอยู่หรือเปล่าเวลาจะไปอาบน้ำก็ถอดเสื้อเดินวนไปวนมาไม่ยอมไปสักทีผมก็เลยแอบแซวไปว่าเฮ้ยหุ่นดีจังถึงยอมไปอาบน้ำและ อีกหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนน้องกำลังจะสื่อถึงอะไรสักอย่างหรืออาจอยากบอกความรู้สึกอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูดด้วยตัวผมเองก็รู้สึกไปแล้วเหมือนกันเหมือนเรารู้กัน 2 คนแต่ผมก็ไม่กล้าที่จะพูดไปเหมือนกันเพราะกลัวว่าอาจจะเกิดจากความสับสนและคิดไปเองของผมแต่ผมก็ยังเชื่อในตัวเองว่าผมมองประเภทเดียวกันออกจริงๆ
พอน้องกลับไปมันยิ่งทำให้รู้เลยว่าผมคิดไปไกลมากแล้วเพราะทำให้ผมแทบกินข้าวไม่ได้นึกถึงแต่เรื่องน้องอย่างเดียวไม่เป็นอันกินอันนอนเลยทีเดียว
ผมควรทำยังไงดีครับกับเรื่องแบบนี้เรื่องทั้งหมดนี้ผมคิดไปเองหรือคิดมากไปผมสับสนมากครับหรือถ้าเกิดผมกับน้องสองคนรักกันแบบนั้นจริงๆมันจะผิดไหมครอบครัวจะรับเรื่องพวกนี้ได้หรือเปล่าแต่ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมากๆช่วยให้คำปรึกษาและคำแนะนำผมทีครับผมไม่มีทางออกจริงๆ
"ความรู้สึกที่ผมมีให้น้องมันคือความรักจากพี่คนหนึ่งที่หวังดีและห่วงใยน้องจริงๆครับแต่มันแค่มีในบางส่วนเพิ่มเข้ามามากกว่าเดิมเท่านั้นเอง"