หัวใจแห่งจินตนาการ

กระทู้สนทนา
บ่ายคล้อยของเดือนตุลาคม แม้ฝนจะตกหรือไม่ดาริณี วงศ์แสวงโชคก็ยังจดจ่อกับหน้าจอแล้วครุ่นคิด ผมสีดำสนิทรวบเป็นมวยไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ เมื่อเช้าเธอทำงานบ้านส่วนใหญ่ไปแล้วช่วงบ่ายจึงเป็นคิวของงานประจำของหล่อนบ้างคือเขียนนิยาย และนิยายที่เธอชอบเขียนมากที่สุดคือแนวแฟนตาซี
 
            “ทำไมช่วงนี้เขียนไม่ออกเลยนะ” เธอรำพันกับตัวเองเบา ๆ ในห้องทำงาน ลมร้อนระอุจากภายนอกบอกว่าเย็นนี้ฝนอาจตก ด้วยความเบื่อหญิงสาวจึงเปิดไลน์ในสมาร์ทโฟนเล่น ไม่แค่เธอเท่านั้น เพื่อนของเธอยังบ่นออกมาทางไลน์ด้วยว่าหัวตัน 
 
            เหมือนกับทุกครั้ง ดาริณีต้องนับหนึ่งถึงสิบก่อนจะปิดหน้าจอมือถือแล้วหันมาทางคอมพิวเตอร์เพื่อเขียนนิยายต่อ
 
            “เอาไงต่อดีอลูการ์ด แกจะนำทางมิยะไปทางไหนต่อดี น้ำพุสีรุ้งดีไหม อัพเกรดดาบด้วย” ดาริณีบ่นถึงนิยายที่เธอกำลังเขียนอยู่ พระเอกต้องช่วยนางเอกกลับไปกู้บ้านเมืองพร้อมกับตนจะได้ล้างแค้น “หรือจะตีป้อมดี” เธอหัวเราะกับตัวเองว่าจะเล่นเกมมือถือแก้เบื่อดีไหม แล้วมือของหญิงสาวก็บรรเลงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์สู่คอมพิวเตอร์อย่างชำนิชำนาญ
 
            ช่วยด้วย!
 
            เสียงร้องของผู้หญิงดังแว่วมาตามสายลม มือของดาริณีหยุดกึก หญิงสาวเงี่ยหูฟังอีกครั้งว่าเสียงดังมาจากไหน พอได้ยินเสียงอีกครั้งเธอก็เหลียวมองไปรอบตัวเพราะต้นเสียดังมาจากห้องของเธอแน่ ๆ แล้วเธอก็พบกับกลุ่มหมอกเรืองแสงประหลาดสีเงินก่อร่างขึ้นด้านหลัง หญิงสาวลุกพรวดขึ้นทันที! ในใจคิดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน
 
            แล้วแสงสีเงินก็หนาแน่นจึ้นจนมองเห็นเป็นรูปร่าง ผู้มาเยือนเป็นหญิงสาววัยรุ่นผมสีเงินยาวมัดเป็นหางม้าด้วยที่รัดผมสีฟ้า ชุดรัดรูปสีฟ้าประกายเงินพร้อมธนูสีเงินในมือ อีกทั้งยังมีหูแหลมเรียวเหมือนเผ่าเอลฟ์ในการ์ตูนอีก มันเหมือนตัวละครในเกมมือถือที่เธอเล่น และเป็นหนึ่งในตัวละครที่เธอเอามาใช้ในนิยายด้วย!
 
            “นี่มันมิยะนี่นา” หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด ตัวละครในเกมและนิยายมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอได้อย่างไร
 
            “คุณคนเขียน ฉันออกมาจากโลกแห่งนิยาย ฉันต้องการความช่วยเหลือ” ผู้มาเยือนที่มีรูปลักษณ์เหมือนตัวละครบอกกับดาริณี เธอยังลังเลอยู่ว่าจะเชื่อดีหรือไม่
 
            “เชื่อฉันนะคะคุณคนเขียน ฉันมาที่มิติของคนแต่งเพื่อขอความช่วยเหลือ” ผู้อ้างว่ามาจากโลกนิยายร้องบอก เมื่อเห็นว่าดาริณีไม่ยอมเชื่อจึงต้องบอกความลับของตัวละครที่มีแต่คนแต่งเท่านั้นที่รู้ “ฉันจะบอกความลับของฉันที่อยู่ในนิยายของคุณให้ฟัง...ความจริงฉัน มิยะรู้อยู่แล้วว่าพ่อของอลูการ์ดเป็นคนฆ่าพ่อและเนรเทศแม่ของมิยะที่ตั้งท้องออกไปจากเมือง แต่เพราะอลูการ์ดเป็นผู้มีพระคุณจึงสองจิตสองใจอยู่ว่าจะแก้แค้นดีไหม และตัวอลูการ์ดเองก็ไม่รู้ว่าพ่อของตนเป็นกบฏ...คราวนี้เชื่อฉันหรือยัง”
 
            “ตรงนี้ฉันเตรียมเอาไว้เป็นไคลแม็กซ์นี่นา” ดาริณีเริ่มเชื่อแขกของวันนี้ “แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร...” ดาริณีพลั้งถามโดยลืมไปว่าเธอเป็นคนแต่งเรื่องนี้เอง
 
            “ฉันไม่รู้ คุณยังไม่ได้เขียนต่อ! และจะไม่มีต่อแน่หากคุณไม่ยอมฟังฉัน ได้โปรด ฉันขอร้อง” แขกที่อ้างตนเป็นตัวละครในนิยายขอความเมตตา
 
            ดาริณียอมแพ้ เธอหันเก้าอี้ทำงานมาทางด้านหลังแล้วนั่งลง จากนั้นก็บอกให้ตัวละครในนิยายของเธอพูดสิ่งที่ต้องการ
 
            “ในโลกแห่งจินตนาการที่พวกเราอยู่ ทุกสิ่งถูกสรรสร้างขึ้นด้วยความสามารถของคนในโลกมนุษย์ ยิ่งพวกเขาจินตนาการถึงสิ่งใดมากพอ สิ่งนั้นก็จะปรากฏเป็นตัวตนในโลกของเรา โดยเฉพาะจากงานศิลปะต่างๆในโลกมนุษย์ นิยาย ภาพวาด ละครต่าง ๆ” ตัวละครในนิยายของดาริณีเริ่มอธิบาย
 
            “ทำให้นึกถึงนิยายเรื่องนั้นเลยนะ...ช่างเถอะ ๆ บ่นกับตัวเองน่ะ” ดาริณีนึกถึงนิยายเรื่องหนึ่งที่มีแก่นลักษณะเดียวกันนี้
 
            “ผู้ที่ปกครองพวกเราและใช้พลังของเธอสร้างสมดุลต่าง ๆ ในโลกมีคนเดียวคือราชินีแห่งดวงดาว เดิมโลกของพวกเราไม่มีที่สิ้นสุด ทุกครั้งที่มีสิ่งใหม่จากโลกมนุษย์ราชินีแห่งดวงดาวจะยืดขยายโลกออกเพื่อรองรับมัน...แต่ตอนนี้ราชินีแห่งดวงดาวหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้โลกของเราไม่พอเปิดรับจินตนาการของมนุษย์”
 
            “นิยายทุกเรื่องเลยหรอ เรื่องเกิดใหม่เป็นนายทุนของเขมกรมีไหม แล้วร้อยรักลวงตาของเกตุแก้วเพื่อนฉันล่ะ เขาฝันอยากเจอทิวากรพระเอกของเรื่องตลอดเลย” ดาริณีนึกถึงงานเขียนต่างๆของเพื่อนเธอ
 
            “ทิวากรเขาสนิทกับอลูการ์ด ถ้าผู้สร้างเรื่องมีปฏิสัมพันธ์กัน เรื่องราวและตัวละครจะอยู่ใกล้กันตามไปด้วย...ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ เหล่าตัวละครที่ยังมีความสัมพันธ์กับคนเขียนอยู่ต่างก็คิดหาวิธีแก้เรื่องนี้ เพราะถ้าไม่มีราชินีแห่งดวงดาวโลกแห่งจินตนาการจะไม่มีที่ว่างสำหรับอะไรใหม่ ๆ สิ่งเก่า ๆ จะหมดพลัง เหี่ยวเฉา และสูญสลายไปในที่สุด” 
 
            “หรือนั่นจะเป็นสาเหตุที่เหล่านักเขียนหัวตัน เรื่องใหญ่ ๆ” ดาริณีพยักหน้าหงึก ๆ “แล้วจะแก้ยังไงล่ะ”
 
            “ต้องอาศัยเหล่ามนุษย์ผู้เขียน ให้พวกเขาร่างภาพตัวตนของราชินีแห่งดวงดาว แล้วพระนางจะถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง” ตัวละครพูด “แผนคือ พวกเราเหล่าตัวละครที่ยังมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ผู้แต่งอยู่จะพาเหล่ามนุษย์ผู้แต่งที่เชื่อเรื่องของพวกเราเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการของพวกเรา พาท่านเหล่านั้นไปยังบ่อศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่สถิตของราชินีแห่งดวงดาว  แล้วช่วยกันสร้างราชินีคนใหม่ขึ้นมาจากขุมพลังของผู้เขียน”
 
            “แล้วจะไม่ตีกันตายหรือ” ดาริณียกเสียง หน้าฉากของวงการนักเขียนนั้นดูเงียบสงบทว่าคลื่นไต้น้ำนั้นรุนแรงด้วยอีโก้ของนักเขียนแต่ละคนที่คิดว่าตนเก่งที่สุด
 
            “เรื่องนั้น เราต้องเชื่อในตัวของมนุษย์ค่ะ”
 
            ตัวละครของดาริณีโบกมือไปข้างหลัง ปรากฏเป็นแผ่นกระจกใสมองเข้าไปเห็นเป็นบ้านคนกับต้นไม้อยู่
 
            “จะยอมไปไหม เพื่อพวกข้า” ตัวละครยื่นมามาทางดาริณี
            “เอาสิ ดีกว่ามานั่งหัวตันอยู่แล้ว” ดาริณีจับมือตัวละครสาวพร้อมผจญภัยเหมือนนิยายที่เธอเขียน...
 
            แค่พริบตาเดียวที่ร่างของดาริณีผ่านความเย็นเยือกเหมือนผิวน้ำ พอหญิงสาวลืมตาอีกครั้งรอบด้านก็เปลี่ยนไปเป็นเมืองที่แปลกประหลาด ใบไม้ที่มีทุกสีสันตั้งแต่ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แล้วก็แดง เหมือนที่เธอบรรยายไว้ในเนื้อเรื่องไม่มีผิด แล้วยังสัตว์แปลก ๆ อาทิเช่น สุนัขหกขา แมวตัวอ้วนกลมเหมือนลูกบอล กระต่ายหูสว่านที่กระโดดไปมาระหว่างพุ่มไม้ ไม่นับรวมสัตว์ในเทพนิยายอย่างมังกรหรือยูนิคอร์นด้วย 
 
            “ขอต้อนรับท่านผู้เขียนสู่ดินแดนแห่งนิยายของท่าน ดินแดนแห่งนักรบบัลลังก์รัก” ตัวละครของดาริณีโค้งเคารพหญิงสาวอย่างให้เกียรติ “อยากชมอาณาจักรที่ท่านสร้างก่อนไหม หรือจะทำงานกันเลย”
 
            “ฉันอยากเจออลูการ์ด อยากเห็นปราสาทพาฝัน อยากเห็นมังกรชั่วร้ายกับมังกรเทพ อยากเห็นรายละเอียดทุกอย่างเลยว่าที่ฉันเขียนจะออกมาเป็นแบบไหน” ดาริณีนับนิ้วด้วยความตื่นเต้น 
 
            “โลภจังเลยท่านผู้เขียน บางอย่างถ้ายังไม่ถึงเวลาของเนื้อเรื่องก็ยังไม่ปรากฏหรอกนะท่าน” เสียงนุ่ม ๆ ของผู้ชายเรียกดาริณีให้หันไปดู เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มผมสีเหลืองอ่อน ร่างกายบึกบึนแต่งตัวด้วยผ้าสีฟ้าเนื้อหนา ที่มือขวาเขาใส่กรงเล็บเหล็กอยู่
 
            “อลูการ์ด!” ดาริณียิ้มกว้าง “เหมือนที่จินตนาการไว้เป๊ะเลย” 
 
            “เจ้าพานางมาได้จริง ๆ ด้วยมิยะ แนวคิดของท่านนักปราชญ์มังกรต้องเป็นจริงได้แน่” ตัวละครชายพูด
 
            “จูบกันให้ดูหน่อยสิ” ดาริณีพูดโดยไม่หัวเราะเลย “อย่างแรกที่อยากเห็นคือพวกเธอสองคนจูบกัน เดี๋ยวนี้”
 
            “ท่านคนเขียนเข้าใจผิดแล้วค่ะ” ตัวละครหญิงรีบแก้ความเข้าใจใหม่ “ความสัมพันธ์ของเราเป็นเหมือนบทละครเท่านั้น บทบาทกับตัวตนของพวกเราแยกกันชัดเจน เราไม่ได้ชอบกันจริง ๆ จะให้ทำอย่างว่าก็เกินไป”
 
            “ฉันเคยเขียนให้เธอสองคนจูบกันแล้วครั้งหนึ่งนี่ ตอนที่อลูการ์ดติดพิษแล้วมิยะต้องป้อนยาแก้ทางปาก” ดาริณีได้โอกาสแกล้งตัวละครของเธอตามใจชอบ “ขอแค่ครั้งเดียว แล้วกลับทำงานกันเลย ไม่อย่างนั้นก็ลอยชายกันแบบนี้แหละ” 
 
            ตัวละครในนิยายทั้งคู่มองกันอย่างเก้อเขิน ในโลกแห่งจินตนาการทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนและนักแสดงนำร่วมเท่านั้น จะให้ทำอย่างคู่รักก็ออกจะเกินไป แต่ในเมื่อคนสั่งเป็นเหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดพวกเขาจึงต้องยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
            “เอาไว้ไปอธิบายกับดารารายเองนะอลูการ์ด ข้าไม่อยากทำเลยจริง ๆ” ตัวละครหญิงขอโทษ
 
            “ดารารายไหน มีแฟนแล้วหรืออลูการ์ด” ดาริณีอดแซวไม่ได้ “ยังไงก็ต้องจูบกันให้ฉันเห็นสักครั้ง”
 
            แม้จะกล้ำกลืนฝนทนตัวละครทั้งสองก็เอาริมฝีปากแตะกันเล็กน้อยแล้วรีบถอยออกห่างกันทันที มิยะเขินจนหน้าแดงก่ำ ส่วนอลูการ์ดมีสีหน้าเหมือนทำผิดพลาดอย่างมหันต์ 
 
            “ก็แค่นี้แหละ!” ดาริณีตบเข่าฉาด “ทำอย่างไรข้าจะช่วยโลกแห่งนี้ไว้ได้ รีบพาไปเลย” คุณคนเขียนยอมเข้าเรื่องเสียที...
 
 
            แม้จะมีอาการเก้อเขินอยู่บ้าง ตัวละครทั้งสองก็ทำหน้าที่นำทางดาริณีได้เป็นอย่างดี หญิงสาวผู้เขียนเรื่องราวต่อเติมเป็นโลกแห่งจิตนาการนี้เห็นเมืองที่เธอสรรสร้างขึ้นก็รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูกที่มันเป็นความจริงขึ้นมาแม้จะอยู่ต่างโลกก็ตาม
 
            “เรากำลังนำทางท่านไปยังบ่อน้ำกลางดินแดน มันคือจุดกำเนิดของดินแดนต่าง ๆ ในโลกแห่งนี้ มันเชื่อมต่อถึงกันหมดทุกเรื่องราว รวมไปถึงราชินีผู้ปกครองโลกจินตนาการนี้ด้วย” ตัวละครหญิงอธิบาย
 
            ไม่นานผ่านถนนคดเคี้ยวดาริณีก็มาถึงบ่อน้ำขนาดใหญ่กลางสี่แยก มันเป็นบ่อหินที่มีขอบโลหะแข็ง ๆ น้ำข้างในนิ่งสนิทใสเหมือนกระจกแก้ว ดูอย่างไรมันก็เหมือนบ่อน้ำธรรมดา
 
            “ต้องใช้คาถาสั่งให้มันทำงาน ข้าจะเปิดให้ท่านดูว่ามีใครมาถึงบ่อน้ำของตัวเองแล้วบ้าง” ตัวละครหญิงเอ่ยคำ
 
            เงาในบ่อน้ำพลันเปลี่ยนไป ครั้งแรกเปลี่ยนเป็นนักเขียนเรื่องแนวสยองขวัญที่ดาริณีรู้จัก
 
            “คุณภาคินี่นา” ดาริณีอุทาน
 
            แล้วมันก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ส่วนมากเป็นคนที่ดาริณีรู้จักและนับถือเป็นอาจารย์ อย่างเช่นอาจารย์ทมยันตี หรือพี่ลวิตนักเขียนคนโปรดของเธอ ยิ่งเงาเปลี่ยนไปมากเท่าไรยิ่งฉายภาพคนรู้จักในวงการนักเขียนมากเท่านั้น
 
            “เยอะไหมท่าน พวกเราเชื่อใจมนุษย์ผู้แต่งเสมอ ท่านเป็นผู้แต่งเรื่องเหมือนกัน อย่าประเมินพวกเดียวกันต่ำไปเลย” ตัวละครหญิงยิ้มกว้างให้ดาริณี
 
            “คนพวกนี้เหมือนกับฉัน ยอมมาที่นี่เพื่อช่วยโลกแห่งจินตนาการ” หญิงสาวตาลุกวาว “แล้วต้องทำไงต่อ”
 
            “ตอนนี้ต้องรอก่อนค่ะ ท่านนักปราชญ์มังกรจะติดต่อมาผ่านบ่อน้ำนี้เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว” 
 
            “แล้วนักปราชญ์มังกรคือใคร” ดาริณีถาม
 
            “ที่ปรึกษาของราชินีแห่งดวงดาวค่ะ ไม่มีใครรู้ว่าเขาอายุเท่าไหร่ แต่เขาเป็นผู้รวมรวมความรู้ทั้งหมดในโลกแห่งนี้เอาไว้”
 
 (มีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่