[Revie ]การสอบ IELTS ในยุคโควิด 2020

สวัสดีค่ะ ออกตัวก่อนเลยนะคะ นี่เป็นรีวิว อย่างเป็นทางการรีวิวแรกของเราเลยค่ะ สารภาพตามตรงมารีวิวเพราะแอบบนเอาไว้ว่า ถ้าสอบผ่านได้คะแนนตามที่ตั้งใจไว้ จะมารีวิวตั้งแต่การเตรียมตัวสอบ จนไปถึงวันสอบ สถานทีสอบและการขอคะแนนสอบ เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในอนาคตต่อไปค่ะ

ก่อนอื่นขอพูดถึง IELTS คร่าวๆ นะคะเผื่อใครยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

IELTS (International English Language Testing System) เป็นการวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษว่าเรามีทักษะทางภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน ทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ ฟัง Listening, พูด  Reading, อ่าน Writing, และ เขียนSpeaking เช่นเดียวกับการสอบ  TOEFL ค่ะ แต่เราขอไม่พูดถึง TOEFL ละกัน เพราะเราไม่เคยสอบ 555+  ในส่วนของIELTS ก็มีหลายแบบให้เลือก ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการนำคะแนนไปใช้ค่ะ  ได้แก่
IELTS Academic สำหรับใช้ศึกษาต่อทั้งในระดับ undergraduate (ต่ำกว่าปริญญาตรี) และ post graduate(ปริญญาโทเอก หรือประกาศนียบัตรชั้นสูงต่างๆ) รวมถึงใช้สำหรับสมัครงานในประเทศหรือบริษัทที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
IELTS General Training   สำหรับใช้อบรมหรือเรียนต่อในระดับต่ำกว่าปริญญา หรือเพื่อย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก หรือเพื่อเอาคะแนนไปสมัครงานเพื่อได้งานที่ดีกว่าในประเทศ
IELTS for UK Visas and Immigration (UKVI) สำหรับ สำหรับวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหราชอาณาจักรซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีก แนะนำให้ไปศึกษาต่อได้ตามลิ้งนี้ค่ะ >>>>  https://www.britishcouncil.or.th/exam/ielts/which-test/uk-visas-immigration

ลักษณะข้อสอบก็จะมีทั้งแบบ เป็น คอมพิวเตอร์ (Computer-delivered Test) และแบบกระดาษ (Paper-based Test) 

โดยศูนย์สอบ IELTS ในประเทศไทย จะมี 2 ศูนย์ ได้แก่
British Council และ IDP ซึ่งมีสาขาใหญ่อยู่ตามภาคต่างๆค่ะ แนะนำลองไปศึกษาที่เว็บขอแต่ละสถาบันดูนะคะ

ราคาค่าสอบซึ่งอัพเดท ณ กรกฎาคม 2563  ราคา 6,900 บาท ทั้ง IELTS General Training และ Academic และ ทั้งแบบคอมพิวเตอร์และแบบกระดาษ และเท่ากันทั้ง 2 สถาบันค่ะ

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เกี่ยวกับศูนย์สอบ และความต่างระหว่าง แบบกระดาษและแบบคอมพิวเตอร์ ขออนุญาตไม่พูดถึงนะคะ เนื่องจากเราสอบแค่แบบคอมพิวเตอร์อย่างเดียวค่ะ
ในส่วนของการสมัครสอบสามารถเข้าไปดูตารางสอบในแต่ละเดือนได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสถาบันได้เลยค่ะ

กลับมาที่เรื่องของเรานะคะ เรื่องมีอยู่ว่าเรามีความจำเป็นต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษ  เพื่อยื่นศึกษาต่อในระดับ post-graduate ในประเทศค่ะ โดยทางมหาวิทยาลัยต้องการ band มากกว่า 5 ในการสมัครเข้าเรียนและจบค่ะ
ดังนั้นเราจึงตัดสินใจสมัครสอบ IELTS Academic ที่ศูนย์สอบ British Council ค่ะ

เพิ่มเติมสำหรับเรา ทำงานแล้วและด้วยลักษณะงาน เป็นงานที่มีเวลาไม่แน่นอน และมีทำงานที่ต่างจังหวัดบางครั้งทำให้เวลาในการเรียนและการเตรียมตัวไม่แน่นอน สำหรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ก็พอมีอยู่บ้างพอฟังออกเขียนได้เล็กน้อย และในการทำงานพูดภาษาไทยเป็นหลัก แทบไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลยค่ะ

เริ่มแรกสุดเลยก็ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเวลาและสถานที่สอบค่ะ อย่างที่บอกเราไม่ค่อยมีเวลาว่าง เรารู้ว่าจะต้องใช้คะแนนประมาณปลายเดือน ธันวาคม 62  เพื่อยื่นคะแนนในช่วง กรกฎาคม 2563 เท่ากับว่าเราก็มีเวลาเตรียมตัวพอสมควรค่ะ แพลนเดิมของเราคือจะรื้อฟื้นภาษาอังกฤษที่พับไปตั้งแต่มัธยม และเตรียมตัวเพื่อสอบเดือน มีนาคม 2563  โดยที่ตอนนั้น เรื่อง Covid-19 ยังไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตมากเท่าในเวลานี้

แรกสุดเลยก็ต้อง มารื้อฟื้นภาษาอังกฤษกันใหม่ค่ะ แต่เรารู้ตัวเลยว่า ถ้าเราเรียนเอง อ่านเอง ต้องไม่รอดแน่ๆ เลยหาคอร์สเรียนออนไลน์ ที่สามารถเลือกเวลาเองได้ มีการ feed back การเรียนของเราได้ ซึ่งบอกเลยค่ะ มีมากมายในอินเตอร์เน็ต แต่เรื่องรีวิวที่เรียนขออนุญาตละเว้นนะคะ เชื่อว่าลางเนื้อชอบลางยาค่ะ ขึ้นกับแนวของแต่ละคนเลย แต่ถ้าใครอยากรู้จริงๆ หลังไมค์มาได้ค่ะ เราก็เรียนมาเรื่อยๆ กะว่าพอเริ่มมั่นใจแล้ว จะลงสมัครสอบช่วงกุมภา 2563 ช่วงนั้นก็มุ่งมั่นมาก ทั้งติวออนไลน์ในวันที่ไม่อยู่เวร และซื้อหนังสือของ Cambridge มาฝึกทำ พอจะสมัครเท่านั้นแหละ….covid ระบาดหนักจ้า แผนการสอบก็เป็นอันพับไป ช่วงนั้นอยู่ต่างจังหวัดด้วย จะเดินทางมากรุงเทพก็ลำบากความขี้เกียจก็มาแทนที่คิดว่าเดี๋ยวค่อยอ่าน ก็หยุดไปประมาณ 3-4 เดือนได้เลยค่ะ กว่าจะเริ่มกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง ก็ปลายเดือน มิถุนายนแล้ว โค้งสุดท้ายจึงตัดสินใจสมัครสอบไป วันที่12 กรกฎาคม 2563 

อย่างที่ได้บอกไปค่ะ เคล็ดลับของเราคือ ฝึกเท่านั้นค่ะ ฝึกทำแบบฝึกหัดทั้ง 4 ทักษะ เพื่อเราจะได้ชินกับการทำข้อสอบรู้แนวทาง ทริคของข้อสอบ เวลาไปเจอจริงจะไม่ตื่นเต้นค่ะ

Listening ก็ฝึกฟังโดยเฉพาะสำเนียง British จากทั้งข่าวและจากข้อสอบ เราชอบการฝึกพาร์ทนี้ที่สุด เพราะตื่นเต้นดีและใช้เวลาไม่นานค่ะ มี 4 parts 40 ข้อ ไล่จากบทสนทนาในชีวิตประจำวันง่ายๆ ไปจนถึงเลคเชอร์ยาวๆ ใน part สุดท้าย เน้นย้ำว่าสำหรับข้อสอบ IELTS จะเป๊ะมากค่ะ คำตอบถ้ามี s ต้องใส่ให้ครบนะคะ และต้องสะกดให้ถูกต้องด้วย ถ้าไม่ครบหรือสะกดผิดแม้ว่าจะอ่านรู้เรื่องแต่ก็ถือว่าคำตอบนั้นผิดและเสียคะแนนไปเลยค่ะ

Reading เราก็ฝึกจากข้อสอบเช่นกันค่ะ passage จะยาวมากๆๆๆๆๆ เน้นว่ามากจริงค่ะ มี 3 passages  รวม 40 ข้อ เรียงจากง่ายไปยาก ให้เวลา 60 นาที  นั่นเท่ากับว่าเราต้องบริหารเวลาให้ดีค่ะ หารมาแล้วได้ เรื่องละ 20 นาทีก็จริง แต่passage แรกง่ายสุด ก็ควรใช้เวลาน้อยสุดค่ะ และฝึกอ่าน scan จับใจความสำคัญหา key word ค่ะ บอกเลยว่าต้องฝึกจริงๆค่ะ ฝึกทำข้อสอบ รวมถึงฝึกจับเวลาจริงๆ ด้วยนะคะ ไม่งั้นพอไปเจอข้อสอบจริง เห็น passage ยาวๆ ตื่นเต้น อ่านไม่รู้เรื่องเลยค่ะ

Speaking อันนี้ก็ชอบเหมือนกัน เราฝึกกับสถาบันที่เปิดเจอในอินเตอร์เน็ตที่หนึ่ง เค้าจะให้นัดเวลากับครูเลยว่าจะเรียนตอนไหน ถึงเวลาฝึกกันทาง call ไลน์ค่ะ ไม่ต้องเห็นหน้าแค่คุยกันฝึกตอบ ฝึกทำ mock test(สอบเสมือนจริง) กับอาจารย์ แล้วอาจารย์จะแนะนำติชม มาเลยค่ะ รวมถึงให้คะแนนเราด้วยค่ะ อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์กับเรามากๆ  โดยspeaking จะมี 3 parts part แรกเป็นตอบคำถามทั่วไป ขึ้นกับ topic ที่อาจารย์เลือกมาค่ะ  part 2 เค้าจะให้บัตรคำถามมา ให้เวลา 1 นาที พร้อมกระดาษและปากกา ให้เราเขียนร่างว่าจะตอบอะไร หลังจากนั้นจะให้เราพูดตอบในเวลา 2 นาที พูดไปค่ะ ห้ามหยุด ส่วน part 3 ก็จะเป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับ part 2 ที่เราตอบไป เห็นมั้ยคะ การฝึกสำคัญมากเพราะจะทำให้เรารู้ ข้อเสีย ข้อดี และเทคนิคในการตอบเวลาที่คิดอะไรไม่ออกแล้ว สำหรับเรา ข้อดีคือเราพูดได้เรื่อยๆเลยค่ะ ข้อเสียที่แก้ไม่ตกเลยคือเรื่องของแกรมม่าตอนพูด มักจะมาผิด tense เสมอเลยค่ะ ช่วยไม่ได้จริงๆ
 
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่