จบมอปลายเราไปเรียนในกรุงเทพเพราะไม่อยากอยู่สังคมแถวบ้าน พอจบมหาลัยก็ได้งานเป็นเลขาผู้บริหารของธนาคารแห่งนึง
จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ป้าเราบอกว่ากลับมาบ้านได้ไหมเพราะที่บ้านไม่มีคนอยู่ พี่ชายลูกพี่ลูกน้องแต่งงานและย้ายออกไปอยู่อีกบ้านนึง
เราก็คิดอยู่นานก็สงสารว่าไม่มีคนคอยช่วยเหลือไปไหนมาไหนลำบาก พ่อเราก็ไม่เอาไหน อากับป้าก็ขับรถอะไรไม่เป็นเลย
เราเลยลองหางานใหม่ พอได้งานเราเลยออกจากที่ทำงานเก่าเมื่อต้นปี ออกมาก็กำลังจะเตรียมไปทำงานพน.โทรไปหาคนของบริษัท
คนของบริษัทบอกว่าตำแหน่งนั้นมีคนทำไปแล้วซึ่งเรางงมากว่าทำไมถึงไม่โทรบอกหรือe-mailมีบอก สุดท้ายเราตกงาน ประจวบกับโควิดมาอีก
พอเวลาผ่านไป คนแถวบ้านก็เริ่มถามว่าเราทำงานอะไร เราบอกว่างอยู่ ไม่ได้ทำ ที่บ้านก็เอาเราไปพูดว่าเราไม่ทำงานไปพูดซะเสียๆหายๆ คนแถวบ้านก็บอกว่าเรามาเกาะที่บ้านกิน เจอหน้าก็ถามอยู่นั้นแหละว่า ทำงานได้แล้ว คือพวกนั้นเขาคิดว่างานมันหาง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ในต่างจังหวัดอะไรก็ไม่สะดวกสักอย่างและในยุคโควิดด้วย ที่บ้านก็ชอบเอาเรื่องเราไปพูด คนอื่นถามก็แทนที่จะเลี่ยงๆตอบ นี่ตอบเขาไปหมดเรื่องอะไรก็พูดไปหมด จนเราต้องบอกว่าเขาถามอะไรถึงนี่ไม่ต้องไปพูดไปตอบ พูดไม่คิด จนทุกวันนี้เราไปตลาดนัดในแมสเดินก้มหน้า ไม่กล้าสบตาใคร ซื้อของเร็วๆเลือกไปในเวลาที่คนยังไม่เยอะ
จนวันเสาร์ที่ผ่านมา อาเราเป็นคนเวลาไปเดินตลาดจะไม่คิดก่อนว่าจะไปซื้ออะไร เดินเจอแล้วค่อยซื้อ เราบอกให้เร็วๆหน่อยเพราะคนเริ่มเยอะ
จนเราเริ่มใจเต้น อยากจะกรี้ด อยากจะร้องไห้ อยากเข้าไปทำร้ายอามากที่ทำอะไรชักช้า แต่เราไม่ได้ทำนะ เรายังคุมอารมณ์ตัวเองได้
แต่เรากัดปากตัวเองเลือดไหล เพราะเรากลัวคนเยอะๆกลัวคนมาทัก (เหตุผลที่เราไปเรียนกทมเพราะเราไม่อยากโดนเปรียบเทียบ ไม่อยากจมอยู่กับที่ คนแถวบ้านชอบบอกว่าเราเรียกไม่จบ จะท้องบ้างแหละ เราเลยอยากหนีไปไกลๆ มันเหมือนเป็นปมเราที่อยากได้ดีไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูก แต่ตอนนี้ชีวิต

เหมือนวนกลับมาที่เดิมที่คนอื่นดูถูก )
คนที่บ้านเอาเรื่องเราไปพูดให้คนอื่นฟังจนเริ่มกลัวการเข้าสังคม
จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ป้าเราบอกว่ากลับมาบ้านได้ไหมเพราะที่บ้านไม่มีคนอยู่ พี่ชายลูกพี่ลูกน้องแต่งงานและย้ายออกไปอยู่อีกบ้านนึง
เราก็คิดอยู่นานก็สงสารว่าไม่มีคนคอยช่วยเหลือไปไหนมาไหนลำบาก พ่อเราก็ไม่เอาไหน อากับป้าก็ขับรถอะไรไม่เป็นเลย
เราเลยลองหางานใหม่ พอได้งานเราเลยออกจากที่ทำงานเก่าเมื่อต้นปี ออกมาก็กำลังจะเตรียมไปทำงานพน.โทรไปหาคนของบริษัท
คนของบริษัทบอกว่าตำแหน่งนั้นมีคนทำไปแล้วซึ่งเรางงมากว่าทำไมถึงไม่โทรบอกหรือe-mailมีบอก สุดท้ายเราตกงาน ประจวบกับโควิดมาอีก
พอเวลาผ่านไป คนแถวบ้านก็เริ่มถามว่าเราทำงานอะไร เราบอกว่างอยู่ ไม่ได้ทำ ที่บ้านก็เอาเราไปพูดว่าเราไม่ทำงานไปพูดซะเสียๆหายๆ คนแถวบ้านก็บอกว่าเรามาเกาะที่บ้านกิน เจอหน้าก็ถามอยู่นั้นแหละว่า ทำงานได้แล้ว คือพวกนั้นเขาคิดว่างานมันหาง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ในต่างจังหวัดอะไรก็ไม่สะดวกสักอย่างและในยุคโควิดด้วย ที่บ้านก็ชอบเอาเรื่องเราไปพูด คนอื่นถามก็แทนที่จะเลี่ยงๆตอบ นี่ตอบเขาไปหมดเรื่องอะไรก็พูดไปหมด จนเราต้องบอกว่าเขาถามอะไรถึงนี่ไม่ต้องไปพูดไปตอบ พูดไม่คิด จนทุกวันนี้เราไปตลาดนัดในแมสเดินก้มหน้า ไม่กล้าสบตาใคร ซื้อของเร็วๆเลือกไปในเวลาที่คนยังไม่เยอะ
จนวันเสาร์ที่ผ่านมา อาเราเป็นคนเวลาไปเดินตลาดจะไม่คิดก่อนว่าจะไปซื้ออะไร เดินเจอแล้วค่อยซื้อ เราบอกให้เร็วๆหน่อยเพราะคนเริ่มเยอะ
จนเราเริ่มใจเต้น อยากจะกรี้ด อยากจะร้องไห้ อยากเข้าไปทำร้ายอามากที่ทำอะไรชักช้า แต่เราไม่ได้ทำนะ เรายังคุมอารมณ์ตัวเองได้
แต่เรากัดปากตัวเองเลือดไหล เพราะเรากลัวคนเยอะๆกลัวคนมาทัก (เหตุผลที่เราไปเรียนกทมเพราะเราไม่อยากโดนเปรียบเทียบ ไม่อยากจมอยู่กับที่ คนแถวบ้านชอบบอกว่าเราเรียกไม่จบ จะท้องบ้างแหละ เราเลยอยากหนีไปไกลๆ มันเหมือนเป็นปมเราที่อยากได้ดีไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูก แต่ตอนนี้ชีวิต