❤/มาลาริน/8 ก.ค.ไทยติดเชื้อโควิด 5 ราย กลับจากยูเออี-อียิปต์ WHOกลับลำโควิดติดเชื้อทางอากาศ ฟิลิปปินส์ล้มแผนปลดล็อกดาวน์

ไทยพบติดเชื้อ‘โควิดนำเข้าเพิ่มอีก 5 ราย กลับจาก “ยูเออี-อียิปต์”

วันพฤหัสบดี ที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.59 น.


 
ไทยพบติดเชื้อ‘โควิดใหม่ 5 ราย กลับมาจาก “ยูเออี-อียิปต์” ยังเก่งไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 45 วันแล้ว

วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักกันของรัฐ โดยทั้ง 5 รายนั้น เดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย แยกเป็น เพศชาย 3 ราย หญิง 1 ราย อาชีพรับจ้าง ส่วนอีก 1 ราย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 22 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอียิปต์  ขณะนี้ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นเวลา 45 วัน

https://www.banmuang.co.th/news/politic/198451

'หมอมนูญ'เผย'WHO'กลับลำอีกแล้ว ยอมรับ'โควิด'ติดเชื้อทางอากาศได้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 10.16 น.



9 ก.ค.63 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า
 
องค์การอนามัยโลกกลับลำอีกแล้ว ยอมรับโรคไวรัสโควิด-19 ติดต่อกันทางอากาศ

ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก คนเริ่มขาดความมั่นใจในคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ล่าช้า และกลับไปกลับมา จากเดิมที่เคยบอกว่าไม่มีหลักฐานยืนยันมากพอว่า หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาเป็นทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเวลาออกไปในที่สาธารณะ จากเดิมคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถ้าไม่มีอาการ โอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นน้อยมาก เปลี่ยนมาเป็นคนไม่มีอาการก็แพร่เชื้อได้
 
เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ยังยืนยันต่อเนื่องว่าโรคไวรัสโคววิด-19 แพร่กระจายได้แค่ 2 วิธี คือโดยหายใจรับเชื้อในละอองขนาดใหญ่ (droplet) ที่คนป่วยขับออกมาเวลาพูด ไอ จามในระยะใกล้ชิด 1 เมตรเข้าร่างกายโดยตรง และผ่านละอองใหญ่ที่มีเชื้อไวรัสตกลงบนพื้นผิวเวลาผู้ป่วยพูด ไอ จาม คนอื่นไปสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วเอามือไปจับตา จับจมูก

องค์การอนามัยโลกให้ความสําคัญกับการติดเชื้อทางมือจากพื้นผิวมากกว่าการหายใจเอาละอองน้ำลายเข้าโดยตรง เน้นให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ และล้างมือบ่อยๆ ขฌะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติของสหรัฐฯ (CDC) ได้ลดความสำคัญของการติดต่อทางสัมผัส ว่าสำคัญน้อยกว่าการติดต่อทางการขับละอองเสมหะออกมาโดยตรงเวลาพูด ตะโกน ร้องเพลง ไอ จาม
 
สำหรับละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน (droplet nuclei หรือ aerosol) แพร่ทางอากาศ (airborne) ลอยไปได้ไกลกว่า 8 เมตร ตามทิศทางของลม องค์การอนามัยโลกเชื่อว่าเกิดน้อยมาก เกิดในกรณืพิเศษในโรงพยาบาลเท่านั้น เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ทำหัตถการกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอ เช่นเวลาดูดเสมหะ หรือใส่ท่อหายใจ

ล่าสุดหลังจากที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 239 คนจาก 32 ประเทศได้รวมกลุ่มกัน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ WHO ยอมรับว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อทางอากาศ (Airborne) และไม่จำเป็นต้องเกิดในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากมีข้อมูลเพียงพอที่ยืนยันเชื้อติดต่อทางอากาศละอองฝอยขนาดเล็กสามารถแขวนลอยในอากาศ มีชีวิตได้หลายชั่วโมง และพร้อมที่จะเข้าปอดเมื่อสูดหายใจเข้าไป
 
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ขอให้องค์การอนามัยโลกปรับคำแนะนำนอกจากการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ควรให้ความสำคัญของการหมุนเวียนของอากาศ การถ่ายเทระบายอากาศ ใช้ตัวกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้โคมไฟรังสีอัลตราไวโอเลต (UVC) ฆ่าเชื้อโรคลอยในอากาศ ในสถานที่อากาศปิด ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ มาตรการเหล่านี้ควรถูกนำมาใช้เพิ่มเติมจากมาตรการป้องกันอื่นๆก่อนหน้านี้เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19
ในที่สุดองค์การอนามัยโลกกลับลำอีกครั้ง ยอมรับว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายทางอากาศได้

ผมเคยออกความเห็นเมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในสนามมวยลุมพินีซึ่งเป็นสถานที่ปิด ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จากเซียนมวยหนึ่งคนที่ติดเชื้อจากคนในครอบครัวกลับจากประเทศอิตาลี เซียนมวยคนนี้เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ สามารถแพร่กระจายเชื้อให้คนในสนามมวยวันนั้นกว่า 50 คน การแพร่เชื้อเช่นนี้เป็นไปได้วิธีเดียว คือ ติดต่อทางอากาศ ละอองฝอยขนาดเล็กล่องลอยออกมาในอากาศเวลาเซียนมวยตะโกนเชียร์ ลอยไปได้ไกลมากกว่า 10 เมตรแล้วแต่ทิศทางของลมจากเครื่องปรับอากาศพาไป ใครโชคร้ายอยู่ในทิศทางของลม หายใจเอาละอองฝอยขนาดเล็กเข้าไป ทำให้ปอดติดเชื้อ การแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางอากาศจริงๆแล้ว สำคัญยิ่งกว่าการแพร่กระจายเชื้อทางพื้นผิวผ่านมือ ตอนนั้นคนไทยด้วยกันยังไม่ยอมรับ เพราะเชื่อองค์การอนามัยโลก

ต่อไปนี้คนไทยควรฟังหูไว้หูทุกเรื่องที่องค์การอนามัยโลกออกคำแนะนำ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องไวรัสโควิด-19 อย่างเดียว

องค์การอนามัยโลกกลับลำอีกแล้ว ยอมรับโรคไวรัสโควิด-19 ติดต่อกันทางอากาศ ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19...

โพสต์โดย หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC เมื่อ วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2020

https://www.naewna.com/local/504205



'ฟิลิปปินส์'ล้มแผนเลิกล็อกดาวน์ หลังพบติดโควิดวันเดียว2.5พันราย
วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 12.57 น.



9 ก.ค.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในฟิลิปปินส์ สะสมอยู่ที่ 50,359 ราย หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วานนี้ 2,539 ราย ซึ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบสูงสุดใน 1 วัน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,314 ราย
 
ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ กล่าวทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องทบทวนแผนยกเลิกคลายล็อกดาวน์ และต้องเปิดเศรษฐกิจประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของชาวฟิลิปปินส์

“ผมขอโทษที่ไม่อาจเปิดเศรษฐกิจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ เพราะยังพบผู้ติดเชื้อพุ่งสูง และสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ข้างหน้าก็ยากเกินกว่าคาดเดา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องไตร่ตรองการเปิดเศรษฐกิจเมืองอย่างรอบคอบ” ปธน.ดูเตอร์เต กล่าว 

https://www.naewna.com/inter/504246

ไทยยังไม่ติดเชื้อภายในประเทศมาเป็นเดือนกว่าแล้วนะคะ

หวังว่าอีก 5 ,6 วันข้างหน้าเราจะไม่มีข่าวติดเชื้อในประเทศจากผลของการผ่อนปรนเฟส 5

คุณหมอ ยง ท่านแจ้งว่า W H O กลับลำว่าโควิดอาจติดเชื้อจากการฟุ้งกระจายในอากาศล่องลอยไปได้ทั่ว

คุณหมอท่านก็เคยวินิจฉัยไว้เช่นนั้นค่ะ  หมอไทยเก่งกว่านะคะ 

ทุกอย่างในคำแนะนำของหมอ เชื่อได้ค่ะ

ส่วนเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ก็ล้มแผนที่จะปลดล็อคแล้วค่ะ เพราะติดเชื้อวันหนึ่งเกิน สองพันคน  ต้องเลือกสุขภาพแทนเศรษฐกิจ

ประเทศไทยค่อยผ่อนปรนไปทีละนิด  ทำได้ดีเยี่ยม ได้ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยมาถูกทางค่ะ....😄



คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 21
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) วันที่ 9 ก.ค. 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 9 กรกฎาคม 2563





รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19  ณ วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,202 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 5 ราย)
   -ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 45
   -และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 5 ราย
เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)
รักษาหายป่วยแล้ว 3,085 ราย (96.35%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 11 ราย)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้
- มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร (2 ราย) และจังหวัดชลบุรี (2 ราย)
- มาจากประเทศอียิปต์ 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดสมุทรปราการ

สถานการณ์โลกในวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 12 ล้านรายแล้ว โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกยังคงอยู่ในหลัก 2 แสนราย

สำหรับสถานการณ์ในอาเซียนวันนี้ อินโดนีเซียมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 1,853 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 68,079 รายแล้ว ในขณะที่ฟิลิปปินส์วันนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 5 หมื่นรายแล้ว โดยมีการรายงานสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 2,486 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/2917637908361762

แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม​ 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19
ณ​ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม​ 2563





























รวมสไลด์แถลงสถานการณ์โควิด-19 จาก ศบค.
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161602382124761


“ปราการด่านสำคัญในการป้องกันโควิด-19 ไม่ได้อยู่ที่ กระทรวง ทบวง กรม แต่อยู่ทึ่การสวมหน้ากาก การล้างมือ และรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล“

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน
โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161668725451460




มาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันโควิด-19
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161614225456910







"กองทัพบกเผยแพร่ภาพ ผบ.ทบ.สหรัฐ และคณะ เข้ารับการตรวจโควิด -19 ขณะเดินทางถึงไทย"

ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ เข้ารับการตรวจ Nasopharyngeal Swab COVID-19 Test ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง โดยมีผู้บัญชาการทหารบก พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์  เดินทางไปให้การต้อนรับ พร้อมทั้งให้ข้อมูลมาตรการของไทยเกี่ยวกับการต้อนรับแขกต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ Gen. James C. McConville  ได้ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย  พร้อมอนุญาตให้เผยแพร่ภาพ SWAB TEST นี้

โดยคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ถือเป็นแขกต่างประเทศคณะแรกที่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถือเป็นมาตรฐานและแนวทางการต้อนรับคณะแขกต่างประเทศในโอกาสต่อไปด้วย

Cr. SMART Soldiers Strong ARMY
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161611858790480


พฤติกรรมการป้องกันตนเอง
• ภาพรวมพฤติกรรมป้องกันตนเอง ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.84
• สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.92
• กินอาหารร้อน และใช้ช้อนกลางของตนเอง ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.90
• ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.88
• ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่น ในระยะน้อยกว่า 2 เมตร ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.79
• ไม่ว่างไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก ค่าเฉลี่ยประเทศ 0.73
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161674762117523


รัฐบาล ยืนยันการใช้งบประมาณปี 64 จัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์คุ้มค่า คำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด

กรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุให้นายกรัฐมนตรี นำงบประมาณปี 64 ของกระทรวงกลาโหมสำหรับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไปกู้วิกฤติเศรษฐกิจนั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงชัดเจนถึงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว

และมีการตรวจสอบกับสำนักงบประมาณ ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ทุกประการ โดยเป็นงบประมาณผูกพันข้ามปีสำหรับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการผลิต และการแบ่งชำระ

ขณะนี้ ประเทศมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอาวุธยุทธโธปกรณ์ ให้มีความเพียงพอ เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการสนับสนุนงบ ให้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันมีอาวุธยุทโธปกรณ์เก่าประมาณร้อยละ 80 และเพื่อทดแทนไม่ให้ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุง

ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ภารกิจป้องกันตามชายแดน ต้องใช้กำลังพลจำนวนหลายหมื่นคนในการดูแลพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนสามารถยุติได้ระดับหนึ่ง จากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

ต้องขอขอบคุณฝ่ายค้านที่แสดงความเป็นห่วง ถึงการใช้งบประมาณของปี 64 ในครั้งนี้ แต่ขอให้มีความเข้าใจ และห่วงใยถึงลูกหลานที่เป็นทหาร จำเป็นจะต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียด้วย

ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจได้ว่านายกรัฐมนตรี จะดูแลการดำเนินการทุกอย่างอย่างดีที่สุด และใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ และประชาชนมากที่สุด

สำหรับในส่วนของงบประมาณที่นำมาให้ความช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูประเทศ นั้นอยู่ในงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
https://www.facebook.com/PMOCNEWS/posts/313021306749865
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่