เรื่องนี้...มันเริ่มตั้งแต่ตอนป.4
เราสมัยเมื่อก่อนเป็นคนร่าเริงอัชฌาสัยดี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีเลิศ มีเพื่อนฝูงเยอะมาก(เกือบทั้งโรงเรียนเลยเหลือแค่ศูนย์เด็กเล็ก)
เรื่องมันเริ่มจากเราเป็นคนที่"น่าแกล้ง"มากคนหนึ่ง วันๆหนึ่งโดนยั่วโมโหไปไม่รู้กี่ครั้งแต่มันเป็นการแกล้งแบบเด็กๆ ที่เดียวเดี๋ยวก็ลืมไป จนวันหนึ่งเทอม2ป.4 จู่ๆเหมือนเพื่อนทั้งห้องค่อยๆแบนเรา ซึ่งอินี่มันไม่รู้ตัว! ใช่! เราโดนแบนแบบไม่รู้ตัว! ความสัมพันธ์ระหว่างคนในห้องค่อยๆห่างเหินทีละนิด ทีละนิดแบบไม่มีใครรู้ กระทั่งวันหนึ่งตอนใกล้ๆพักเที่ยง เรากำลังเดินลงไปกินข้าวแล้วจู่ๆเหมือนมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า
"อยู่คนเดียวก็สบายดีนิ"
ตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มนั่งแยกกับคนอื่นๆ ไปหามุมเงียบๆไม่มีคนอยู่นั่งทานข้าวนั่งเล่น(คนเดียว)
เรื่องในห้องเรียนก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร เวลามีงานกลุ่มก็แบ่งๆกันทำ มีพูดคุยบาง อะไรบาง ไม่ถึงขั้นโดนเกลียดทั้งห้อง..มั้ง
มีคนกลุ่มหนึ่งในห้อง-ไม่สิ..แค่2-3คนที่เป็นตัวการเป็นที่แค้นมาก
คนแรกคือคนที่เคยได้ชื่อว่า"เพื่อนสนิท"แต่มันกลับคอยจับผิดไปทุกเรื่อง ปากร้ายปากแรง ด่าเจ็บ เถียงไม่เคยชนะ ตอนแรกก็ปล่อยเฉยไม่สนใจ แต่พอนานๆเข้า มันเริ่มไม่ไว้เคยคิดย้ายโรงเรียนเพราะคนๆนี้หลายรอบ(แต่สุดท้ายก็ไม่ออกอยู่ดี แม่ไม่ให้ออก)
คนต่อมาคือคนที่เคยคิดว่าเป็น"คนดี"...จะว่ายังไงดี..คนๆนี้คือคนที่เราไม่อยากยุ่งรองลงมาจากคนแรก คนๆนี้เหมือนคนที่ทำตัวเป็นแม่พระพ่อพระทั้งๆที่ถือมีดเตรียมฆ่าเราตลอดเวลา นางเป็นคนฉลาดสวย สมองดี เรากับนางถือว่าทำตัวแบบ*น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำโคลน*(ต่างคนต่างอยู่) แต่ก็ถือว่าเกลียดเหมือนกัน
พอนานๆเข้าจนป.6เราเริ่มกลับเข้าหาเพื่อนในห้อง เริ่มตีสนิทพูดคุยต่างๆ เหมือนมันจะดีขึ้นทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม...แต่มันไม่ใช่
เรามีเพื่อน..แต่ไม่เหมือนแต่ก่อนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุกสบายใจ
มีพี่(ไม่แท้)ต่างชั้น..แต่เหมือนจะไม่เอ็นดูเราแบบแต่ก่อน
พอมานึกอีกที...
ตัวเราก็เปลี่ยนไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว...
เปลี่ยนจากคนช่างพูดช่างเจรจา เป็นคนเงียบๆชอบอยู่คนเดียว
เปลี่ยนจากเด็กหญิงที่สดใสร่าเริง เป็นเด็กสาวผู้เงียบขรึม
เปลี่ยนจากคนช่างยิ้ม เป็นคนทำหน้าอมทุกส์อยู่ตลอด(แม่ชอบพูดแบบนั้น)
ตอนแรกก็คิดว่ามันก็ดี โอเคแล้ว...
แต่ก็ไม่ใช่เหมือนเคย
นิสัยที่เปลี่ยนไปแล้วกำลังเปลี่ยนอีกครั้ง...
อย่างที่เราบอกด้านบนว่าเราแค้นคนที่เคยได้ชื่อว่า"เพื่อนสนิท"มาก ตลอดเวลามันคอยจิกกัด ทั้งด่าตรงๆและอ้อมๆตลอด คอยจับผิดแล้วซ้ำเติมเวลาเราทำพลาด
พอเราทำเป็นไม่สนใจ นินทาระยะเผาขน(ซึ่งเราไม่สนใจ)
ยิ่งมันเริ่มทำแรงขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งทำเป็นไม่สนใจมันมากเท่านั้น...
ทั้งเจ็บใจตัวเองที่ขี้ขลาดทั้งอายต่อคนรอบข้างผสมกับความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็น"เรา"มันทวีขึ้น...
มากขึ้น มากขึ้น และมันยิ่งมากขึ้น
จนสุดท้ายมันก็ระเบิดออกมาเป็น"ความด้านชา"
และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไม...จู่ๆมันก็หยุด
มันหยุดแกล้ง มันหยุดด่า มันหยุดนินทา
"ทำไม?"
เป็นคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา...
ทุกๆอย่างค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันจะไม่ดีขึ้นและมีแต่จะพังลง
ช่วงแรกๆมันก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมาหรอกแค่นานๆที
แม่ชอบด่าเราที่เล่นโทรศัพท์จนเกินไป(ซึ่งยอมรับจริงๆว่าเล่นมากไป แต่บางครั้งมันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้)แม่ด่าเราชนิดที่ว่าแอบไปนั่งร้องไห้(แบบไม่มีเสียง) เราก็โทษฟ้าโทษดิน และโทษตัวเอง
วนลูปแบบนั้นเรื่อยๆจนมันร้องไม่ออก
เพราะว่ามันหลงเหลือแค่ความรู้สึกผิด
เป็นแบบนั้นจนวันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แม่ขอให้เราบีบขาให้ แต่เราเมินและเดินออกมา...
ถามว่ารู้สึกผิดไหม..บอกเลยว่ามาก
แต่ถ้าถามว่างั้นเล่ามาทำไม่...
เพราะตอนที่เดินเมินออกมา...หน้ามัน"กำลังอมยิ้ม"...
พอกลับมานึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้แอบขนลุกกับตัวเองเบาๆ แต่พอมานึกอีกทีก็รู้สาเหตุ
เวลาเราเจ็บเราจะฝืนยิ้มแล้วความรู้สึกเจ็บมันก็จะหายไป...นั้นคือสิ่งที่เราเป็นและทำมัน
ดังนั้นเวลาที่เราเจ็บมากๆเราก็จะยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว มันเป็นความเคยชินที่กลายเป็นความด้านชา เคยถามตัวเองว่าถ้าครอบครัวเลยเราคนเดียวเราจะเสียใจไม่
คำตอบคือ...ความว่างเปล่า
ไม่รู้สึกเสียใจ ไม่รู้สึกยินดี ไม่รู้สึกเศร้าใจเคยคิดเล่นไว่าถ้าวันนั้นมีอยู่จริงเราจะร้องไห้ออกมาไม?
ยิ้มเพราะเจ็บ?
เฉยชาเพราะเคยชิน
ไม่สนใจใครนอกจากตัวเองและครอบครัว
เรากำลังกลายเป็นอะไรกันแน่...
ใครก็ได้ช่วยตอบที...
#เหมือนจะกลายเป็นไบโพล่านิดๆแล้วจิ(•‿•)
เหมือนตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปและเหมือนว่ากำลังค่อยๆสร้างบุคลิกที่2ขึ้นมา
เราสมัยเมื่อก่อนเป็นคนร่าเริงอัชฌาสัยดี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีเลิศ มีเพื่อนฝูงเยอะมาก(เกือบทั้งโรงเรียนเลยเหลือแค่ศูนย์เด็กเล็ก)
เรื่องมันเริ่มจากเราเป็นคนที่"น่าแกล้ง"มากคนหนึ่ง วันๆหนึ่งโดนยั่วโมโหไปไม่รู้กี่ครั้งแต่มันเป็นการแกล้งแบบเด็กๆ ที่เดียวเดี๋ยวก็ลืมไป จนวันหนึ่งเทอม2ป.4 จู่ๆเหมือนเพื่อนทั้งห้องค่อยๆแบนเรา ซึ่งอินี่มันไม่รู้ตัว! ใช่! เราโดนแบนแบบไม่รู้ตัว! ความสัมพันธ์ระหว่างคนในห้องค่อยๆห่างเหินทีละนิด ทีละนิดแบบไม่มีใครรู้ กระทั่งวันหนึ่งตอนใกล้ๆพักเที่ยง เรากำลังเดินลงไปกินข้าวแล้วจู่ๆเหมือนมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า
"อยู่คนเดียวก็สบายดีนิ"
ตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มนั่งแยกกับคนอื่นๆ ไปหามุมเงียบๆไม่มีคนอยู่นั่งทานข้าวนั่งเล่น(คนเดียว)
เรื่องในห้องเรียนก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร เวลามีงานกลุ่มก็แบ่งๆกันทำ มีพูดคุยบาง อะไรบาง ไม่ถึงขั้นโดนเกลียดทั้งห้อง..มั้ง
มีคนกลุ่มหนึ่งในห้อง-ไม่สิ..แค่2-3คนที่เป็นตัวการเป็นที่แค้นมาก
คนแรกคือคนที่เคยได้ชื่อว่า"เพื่อนสนิท"แต่มันกลับคอยจับผิดไปทุกเรื่อง ปากร้ายปากแรง ด่าเจ็บ เถียงไม่เคยชนะ ตอนแรกก็ปล่อยเฉยไม่สนใจ แต่พอนานๆเข้า มันเริ่มไม่ไว้เคยคิดย้ายโรงเรียนเพราะคนๆนี้หลายรอบ(แต่สุดท้ายก็ไม่ออกอยู่ดี แม่ไม่ให้ออก)
คนต่อมาคือคนที่เคยคิดว่าเป็น"คนดี"...จะว่ายังไงดี..คนๆนี้คือคนที่เราไม่อยากยุ่งรองลงมาจากคนแรก คนๆนี้เหมือนคนที่ทำตัวเป็นแม่พระพ่อพระทั้งๆที่ถือมีดเตรียมฆ่าเราตลอดเวลา นางเป็นคนฉลาดสวย สมองดี เรากับนางถือว่าทำตัวแบบ*น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำโคลน*(ต่างคนต่างอยู่) แต่ก็ถือว่าเกลียดเหมือนกัน
พอนานๆเข้าจนป.6เราเริ่มกลับเข้าหาเพื่อนในห้อง เริ่มตีสนิทพูดคุยต่างๆ เหมือนมันจะดีขึ้นทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม...แต่มันไม่ใช่
เรามีเพื่อน..แต่ไม่เหมือนแต่ก่อนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุกสบายใจ
มีพี่(ไม่แท้)ต่างชั้น..แต่เหมือนจะไม่เอ็นดูเราแบบแต่ก่อน
พอมานึกอีกที...
ตัวเราก็เปลี่ยนไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว...
เปลี่ยนจากคนช่างพูดช่างเจรจา เป็นคนเงียบๆชอบอยู่คนเดียว
เปลี่ยนจากเด็กหญิงที่สดใสร่าเริง เป็นเด็กสาวผู้เงียบขรึม
เปลี่ยนจากคนช่างยิ้ม เป็นคนทำหน้าอมทุกส์อยู่ตลอด(แม่ชอบพูดแบบนั้น)
ตอนแรกก็คิดว่ามันก็ดี โอเคแล้ว...
แต่ก็ไม่ใช่เหมือนเคย
นิสัยที่เปลี่ยนไปแล้วกำลังเปลี่ยนอีกครั้ง...
อย่างที่เราบอกด้านบนว่าเราแค้นคนที่เคยได้ชื่อว่า"เพื่อนสนิท"มาก ตลอดเวลามันคอยจิกกัด ทั้งด่าตรงๆและอ้อมๆตลอด คอยจับผิดแล้วซ้ำเติมเวลาเราทำพลาด
พอเราทำเป็นไม่สนใจ นินทาระยะเผาขน(ซึ่งเราไม่สนใจ)
ยิ่งมันเริ่มทำแรงขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งทำเป็นไม่สนใจมันมากเท่านั้น...
ทั้งเจ็บใจตัวเองที่ขี้ขลาดทั้งอายต่อคนรอบข้างผสมกับความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็น"เรา"มันทวีขึ้น...
มากขึ้น มากขึ้น และมันยิ่งมากขึ้น
จนสุดท้ายมันก็ระเบิดออกมาเป็น"ความด้านชา"
และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไม...จู่ๆมันก็หยุด
มันหยุดแกล้ง มันหยุดด่า มันหยุดนินทา
"ทำไม?"
เป็นคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา...
ทุกๆอย่างค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันจะไม่ดีขึ้นและมีแต่จะพังลง
ช่วงแรกๆมันก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมาหรอกแค่นานๆที
แม่ชอบด่าเราที่เล่นโทรศัพท์จนเกินไป(ซึ่งยอมรับจริงๆว่าเล่นมากไป แต่บางครั้งมันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้)แม่ด่าเราชนิดที่ว่าแอบไปนั่งร้องไห้(แบบไม่มีเสียง) เราก็โทษฟ้าโทษดิน และโทษตัวเอง
วนลูปแบบนั้นเรื่อยๆจนมันร้องไม่ออก
เพราะว่ามันหลงเหลือแค่ความรู้สึกผิด
เป็นแบบนั้นจนวันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แม่ขอให้เราบีบขาให้ แต่เราเมินและเดินออกมา...
ถามว่ารู้สึกผิดไหม..บอกเลยว่ามาก
แต่ถ้าถามว่างั้นเล่ามาทำไม่...
เพราะตอนที่เดินเมินออกมา...หน้ามัน"กำลังอมยิ้ม"...
พอกลับมานึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้แอบขนลุกกับตัวเองเบาๆ แต่พอมานึกอีกทีก็รู้สาเหตุ
เวลาเราเจ็บเราจะฝืนยิ้มแล้วความรู้สึกเจ็บมันก็จะหายไป...นั้นคือสิ่งที่เราเป็นและทำมัน
ดังนั้นเวลาที่เราเจ็บมากๆเราก็จะยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว มันเป็นความเคยชินที่กลายเป็นความด้านชา เคยถามตัวเองว่าถ้าครอบครัวเลยเราคนเดียวเราจะเสียใจไม่
คำตอบคือ...ความว่างเปล่า
ไม่รู้สึกเสียใจ ไม่รู้สึกยินดี ไม่รู้สึกเศร้าใจเคยคิดเล่นไว่าถ้าวันนั้นมีอยู่จริงเราจะร้องไห้ออกมาไม?
ยิ้มเพราะเจ็บ?
เฉยชาเพราะเคยชิน
ไม่สนใจใครนอกจากตัวเองและครอบครัว
เรากำลังกลายเป็นอะไรกันแน่...
ใครก็ได้ช่วยตอบที...
#เหมือนจะกลายเป็นไบโพล่านิดๆแล้วจิ(•‿•)