ไม่อยากกลับบ้าน แต่ก็เป็นห่วงแม่ ใจเราแย่ตลอดเมื่อนึกถึงบ้าน

บ้านเรามีกันอยู่ 4 คน
พ่อเราเคยพาเมียชาวบ้านหนี ตอนเรา 5 ขวบ และพากันกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นเราก็ไม่รู้อะไรเป็นอะไรเท่าไหร่ รับรู้ แต่ก็ปล่อยผ่านมันไป ณ ตอนนั้น พ่อถือเป็นคนขยันคนหนึ่ง หนักเอาเบาสู้ ไม่กินเหล้า แต่เล่นหวยใต้ดินหนักมาก ติดเค้าไว้งวดละเป็นหมื่น พ่อเราเรียบร้อยมาก แต่พอโมโห จะชอบทำลายข้าวของ ถ้วยชาม ของในครัว ไม่บ่อย แต่แต่ละทีก็หนักเหมือนกัน ผ่านไปหลายปี เราจบมหาลัย ทำงานที่กรุงเทพ พ่อแม่ไม่สบายจึงลาออกกลับมาอยู่ทำงานที่แถวบ้าน พบว่า นิสัยพ่อเปลี่ยนไป กลายเป็นคนติดเหล้า กลับบ้านมาชอบโวยวายทุกวัน และเป็นคนขี้โม้ หัวหมอ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และที่สำคัญ เราสืบรู้ว่า พ่อแอบคบชู้กับผู้หญิงคนเดิม เราเก็บเงียบไว้ กะจะเคลียร์เงียบๆ ให้กระทบแม่น้อยที่สุด แต่ในที่สุดความก็แตก แม่เราจะเลิก แต่พ่อไม่ยอมรับ แล้วก็ยังทู่ซี้อยู่เหมือนเดิม บอกว่าไม่มีอะไร เวลาผ่านไป 2 ปี บ้านผู้หญิงคนนั้นทะเลาะกันหนักมาก ความแตกว่ายังแอบคบกับพ่อเราอยู่ มันบั่นทอนจิตใจเรามากเลย 
พี่ชาย ตอนเด็กๆโดนพ่อตีประจำ จากเรื่องลักเล็กขโมยน้อย ครั้งแรกตี เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเค้าขโมย แต่จริงๆแล้วไม่ พี่ชายเค้าเลยฝังใจเรื่องนี้มาก โตมาก็เริ่มเกเร เรียนไม่จบ ม. 3 หนีไปอยู่กับเพื่อน ติดยา ขโมยเงิน มีเมีย มีลูก ไม่ทำงาน เป็นอันธพาล เข้าคุก โดนตำรวจจับเป็นประจำ พอโตมาพ่อตีไม่ได้ มันก็จะต่อยพ่อแทน ชอบตวาดใส่แม่ แต่ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโต พ่อแม่จะรักมาก แม้ว่าผิด ก็ช่วยเหลือ สร้างบ้านให้อยู่ ให้สวน ให้ทุกอย่างที่มี เพื่อให้เค้าเอาตัวเองให้รอด แต่ก็มิได้นำพา เค้ายังคงไม่ทำงานทำการ ขอเงินแม่ แม่มักจะไม่ให้ ก็หาเรื่องโวยวาย ไปหาเรื่องทะเลาะชาวบ้าน (เราถือว่าเป็นบุคคลอันตรายคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร) เค้ามีลูกก็ไม่เลี้ยงดู แม่เรารับภาระหมดเลย โรงเรียนก็ไม่ให้ลูกไป ลูกก็เลยขี้เกียจเหมือนพ่อแม่ เราสั่งสอน เด็กมันเถียงกลับ
แม่ ตั้งใจขยันทำงานมากๆ เก็บหอมรอมริบ คนในหมู่บ้านชอบพูดว่า เมื่อก่อนไม่มีบ้านไหนลำบากเท่าบ้านแม่อีกแล้ว ยังเคยเตือนพ่อว่าอย่าดองกับบ้านนี้ ลำบากมาก ตั้งแต่เด็กก็เห็นแม่ทำงานหนักมาก  ไม่เคยเห็นแม่ซื้อเสื้อผ้า มีแต่เค้าแจกให้แม่ใส่ แล้วเรากลับคิดว่าชีวิตเราสบายมาก แม่เลี้ยงลูกทุกคนโตมาด้วยความสบายดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เราช่วยงานแม่ทุกอย่างทุกที่ที่แม่ไป รับรู้ทุกอย่างที่แม่เจอ เรายอมไม่ได้เลย ถ้าใครมาทำร้ายแม่ แม่เราร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ผ่าตัดหัวใจ แต่ใจแม่เข้มแข็งมาก แล้วทุกวันนี้ก็ยังทำงานหนักอยู่ แต่แม่มีแต่ความเครียด จากทั้งพ่อ ทั้งพี่ ทั้งเรา แม่จะเลิกกับพ่อ แต่สุดท้ายก็ไม่เลิก เพราะก็สงสารพ่อด้วย พ่อทำงานแต่ไม่เคยเอาตังให้แม่ เล่นหวยหมด แถมยังเป็นหนี้ ถ้าเลิกกับแม่ไปคงลำบาก ประกอบกับยังมีพี่ชายที่แม่ก็คงรับมือไม่ไหว และเราที่จะออกจากบ้านไป แม่คงแย่ อย่างน้อยพ่อคงช่วยเหลืออะไรแม่ได้บ้าง
เรา  หลังจากเรียนจบ เราส่งเงินให้ที่บ้านครึ่งต่อครึ่งของเงินเดือน แม่บอกให้ใส่ัญชีพ่อไว้ พ่อได้ดีใจ สรุปพ่อใช้เงินหมดเกลี้ยงกับการประกันตัวพี่ชาย เราบอกพ่อว่า ถ้าเขาทำผิดก็ปล่อยเขาไป ไม่ต้องประกันตัว สรุปเราโดนพ่อด่า หาว่าไม่รักครอบครัว พี่ชายได้ประกันตัว แต่ไม่เคยสำนึกถึงพ่อแม่  พอเรารู้สึกว่าควรปกป้องพ่อแม่ที่บ้าน พอมีลู่ทาง เราก็ลาออกไปอยู่บ้าน งานเราไปได้สวย แต่เราทะเลาะกับพ่อเป็นประจำ เราโตแล้ว เรารับไม่ได้กับการกระทำของพ่อ พ่อเคยปาโทรศัพท์ทิ้งอย่างโมโห เมื่อเราโทรหาพ่อตอนที่พ่อแอบไปกับชู้ และพ่อประกาศเด็ดขาดว่าต่อไปไม่ต้องโทรหาเขาอีก พ่อรู้ดีว่าเรารู้ทุกเรื่อง และเราคิดว่าพ่อกลัวเรา เรากับพ่อจึงทะเลาะกันเรื่อยมา บวกกับปัญหาเรื่องพี่ชาย เรื่องหลาน เรื่องพี่สะไภ้ เราเป็นห่วงแม่ คิดอยากพาแม่หนีไป แต่นั่นละ แม่ทนได้ เราเลยได้แต่ทำใจ เราเครียดมาก เราทะเลาะกับทุกคน แม้แต่แม่ เราร้องไห้ทุกวัน เราเครียด เราจิตตก เราไม่รู้ว่าตื่นเช้ามาพรุ่งนี้จะเจอกับอะไร เราจึงคิดได้ว่า งั้นเราหนีไปละกัน ถ้าแม่อยากอยู่ ก็เป็นกรรมของแม่เอง เราจึงเริ่มหางานที่ไกลบ้าน และได้งาน ก่อนเราจะมาทำงาน ทุกคนต่างก็ยินดี พ่อก็ยินดี เรารู้ แต่เรายังทะเลาะกัน พ่อเลยให้พรเรามาว่า คนแบบไปอยู่ไหนก็อยู่ไม่ได้  เราร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึง
ตอนนี้เราออกจากบ้านมาได้ 5 เดือนแล้ว เราคิดถึงบ้าน เป็นห่วงแม่ และทุกคน เราโทรคุยกับแม่ทุกวัน มีคำถามจะถามแม่ว่าพ่อเมามั้ย พี่เป็นไงบ้าง เราก็ไม่กล้าถาม อยากให้สิ่งที่เราคุยกับแม่มีแต่เรื่องดีๆ 
วันหยุดยาวนี้ ที่ทำงานกลับบ้านกันหมด แต่เราไม่กลับ ทุกคนก็จะถามเราว่า ทำไมไม่กลับบ้านบ้าง เราก็ได้แต่ยิ้ม เราคิดถึง แต่ไม่อยากกลับไป เราสืบข่าวคราวจากข้างบ้านตลอด รับรู้ว่ามีปัญหาทุกวัน แต่แม่เราเก็บความรู้สึกเก่ง เราเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง แต่เมื่อเรารู้ เราก็จะไม่สบายใจเลย เครียด และกังวลมาก เรารู้สึกหดหู่มาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่