สงสัยจริงๆค่ะ เพราะลูกเราโตแล้ว เรียนจบ และมีงานทำแล้ว เลยไม่ค่อยเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้ เรียนกันเป็นบ้าเป็นหลังบางครั้งเห็นอนุบาลก็เริ่มติวเข้า ป.1 กันแล้ว พ่อแม่รุ่นใหม่ บ้านไหนมีแนวทางเลี้ยงลูกกันแบบไหนบ้างค่ะ? ส่วนตัวคิดว่าการเรียนรู้ควรเป็นไปตามวัยเนอะ ตอนที่ลูกเราเล็กๆก็เรียนแค่ศิลปะ ดนตรี กีฬา เท่านั้นเรียกว่าเน้น EQ เป็นหลัก และเริ่มเรียนพิเศษน่าจะ ประมาณ มอสาม แต่ไม่จริงจังมาก เรียนตามเพื่อนมากกว่า เรียนจริงจังก่อนเข้ามหาวิทยาลัยปีเดียวตอนมอหก (เรียน 7 วันเลยนะคะ) เพราะเค้าอยากเรียนเอง
ส่วนตัวเราว่า วัยเด็กๆก็ให้เล่น ให้ทำอะไรที่สนุกสนานและได้เรียนรู้ไปพร้อมกันน่าจะดีกว่า (อันนี้พูดจากประสบการณ์ในการเป็นครูเด็กเล็ก ) เราได้เห็นเด็กที่เติบโตมาด้วยการเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ค่อยมีทักษะชีวิตเลย ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่เป็นกรุ๊ปลีดเดอร์พาเด็กไปเรียนซัมเมอร์ในต่างประเทศ เด็กที่เรียนเก่งมากๆ แต่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ทั้งที่อยู่ในวัย 12-13 ปี มีเยอะนะคะ เรียกว่าต้องประกบติดตลอด ไม่อย่างนั้นหายค่ะ พอต้องไปอาศัยอยู่กับบ้านโฮส ปัญหาที่ตามมาคือไม่พยายามเข้าใจกฏ กติกาของบ้าน ทำความสะอาดห้องตัวเองไม่เป็น เพราะไม่เคยถูกฝึกมาให้ทำ การที่เด็กต้องไปอาศํยกับครอบครัวต่างชาติ ก็เหมือนกับการซื้อหวยเลย บ้างบ้านก็แสนดี ซักผ้าให้ อาหารก็แสนจะอร่อย บ้างบ้านก็ไม่ทำอะไรให้เลยนอกจากอาหาร บางมื้อนี้อยากจะถาม เอาอะไรให้ตูกินว่ะ555เด็กบางคนปรับตัวได้ดี ก็แฮปปี้ แต่บางคนปรับตัวไม่ได้อยากเปลี่ยนโฮส เพราะไม่ชอบ อยากบอกตรงนี้เลยว่าการเปลี่ยนโฮสในต่างประเทศ เป็นเรื่องซีเรียส เราสามารถเปลี่ยนได้ต้องมาจากสาเหตุที่เป็นรูปธรรม เช่น โฮสไม่ดูแล บ้านไม่สะอาด เด็กอยู้ด้วยแล้วเจ็บป่วย เป็นต้น เราไม่สามารถเปลี่ยนโฮสได้เพราะเหตุผลทางความร็สึกนะคะ เช่น หนูไม่ชอบอาหาร หนูไม่ชอบทำโน่น ทำนี่ ประมาณนี้ไม่ได้นะคะ ฉะนั้นใครที่มีแผนในอนาคตว่าต้องการให้ลูกๆไปแลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรมกับครอบครัวต่างชาติ ล่ะก็ ควรฝึกทักษะให้ชีวิตให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นตั้งแต่เล็กๆน่าจะดีกว่า การให้เด็กรับผิดชอบงานบ้านเล็กน้อยๆก็เป็นสิ่งที่ควรทำ มากกว่ามานั่งเรียนในห้องกวดวิชาเล็กก่อนวัยอันสมควร อันนี้เป็นความคิดเห็นของเรานะคะ ใครมีไอเดียการเลี้ยงลูกในยุคนี้ ช่วยแชร์ไอเดียด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ทำไมเด็กๆสมัยนี้เรียนพิเศษกันตั้งแต่เล็กๆ?
ส่วนตัวเราว่า วัยเด็กๆก็ให้เล่น ให้ทำอะไรที่สนุกสนานและได้เรียนรู้ไปพร้อมกันน่าจะดีกว่า (อันนี้พูดจากประสบการณ์ในการเป็นครูเด็กเล็ก ) เราได้เห็นเด็กที่เติบโตมาด้วยการเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ค่อยมีทักษะชีวิตเลย ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่เป็นกรุ๊ปลีดเดอร์พาเด็กไปเรียนซัมเมอร์ในต่างประเทศ เด็กที่เรียนเก่งมากๆ แต่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ทั้งที่อยู่ในวัย 12-13 ปี มีเยอะนะคะ เรียกว่าต้องประกบติดตลอด ไม่อย่างนั้นหายค่ะ พอต้องไปอาศัยอยู่กับบ้านโฮส ปัญหาที่ตามมาคือไม่พยายามเข้าใจกฏ กติกาของบ้าน ทำความสะอาดห้องตัวเองไม่เป็น เพราะไม่เคยถูกฝึกมาให้ทำ การที่เด็กต้องไปอาศํยกับครอบครัวต่างชาติ ก็เหมือนกับการซื้อหวยเลย บ้างบ้านก็แสนดี ซักผ้าให้ อาหารก็แสนจะอร่อย บ้างบ้านก็ไม่ทำอะไรให้เลยนอกจากอาหาร บางมื้อนี้อยากจะถาม เอาอะไรให้ตูกินว่ะ555เด็กบางคนปรับตัวได้ดี ก็แฮปปี้ แต่บางคนปรับตัวไม่ได้อยากเปลี่ยนโฮส เพราะไม่ชอบ อยากบอกตรงนี้เลยว่าการเปลี่ยนโฮสในต่างประเทศ เป็นเรื่องซีเรียส เราสามารถเปลี่ยนได้ต้องมาจากสาเหตุที่เป็นรูปธรรม เช่น โฮสไม่ดูแล บ้านไม่สะอาด เด็กอยู้ด้วยแล้วเจ็บป่วย เป็นต้น เราไม่สามารถเปลี่ยนโฮสได้เพราะเหตุผลทางความร็สึกนะคะ เช่น หนูไม่ชอบอาหาร หนูไม่ชอบทำโน่น ทำนี่ ประมาณนี้ไม่ได้นะคะ ฉะนั้นใครที่มีแผนในอนาคตว่าต้องการให้ลูกๆไปแลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรมกับครอบครัวต่างชาติ ล่ะก็ ควรฝึกทักษะให้ชีวิตให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นตั้งแต่เล็กๆน่าจะดีกว่า การให้เด็กรับผิดชอบงานบ้านเล็กน้อยๆก็เป็นสิ่งที่ควรทำ มากกว่ามานั่งเรียนในห้องกวดวิชาเล็กก่อนวัยอันสมควร อันนี้เป็นความคิดเห็นของเรานะคะ ใครมีไอเดียการเลี้ยงลูกในยุคนี้ ช่วยแชร์ไอเดียด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ