ถ้าเกิดว่า ไม่มีการแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวันให้กันและกัน เราจะรักกันได้ไหม?

เรารู้จักคนคนนึงเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ
ตอนนั้นเขาเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 4 เจอกันครั้งแรกช่วงกีฬาเหล่า
วันนั้นไม่ได้เชียร์กีฬาเลยค่ะ มัวแต่ไปเดินสวีทกัน 5555
เป็นความสัมพันธ์ที่เรียกว่าคนคุยค่ะสำหรับเรา ไม่ได้มีอะไรมากมาย
.
ช่วงนั้นเขาจะเล่าชีวิตประจำวันให้เราฟัง ตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเวลานอน
ก็เรียนๆฝึกๆอะค่ะ วันศุกร์ก็กลับบ้าน พักเสาร์ อาทิตย์ จะมีบางสัปดาห์ที่สลับมาเจอเราบ้าง
ไปเจอครอบครัวเขาบ้าง เป็นอย่างงี้มาเรื่อยๆ ก็เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักดีนะคะ
แต่จะทรมานใจหน่อย เพราะไม่ค่อยได้คุยได้เจอกัน
.
จนกระทั่งมาถึงช่วงฝึกภาคสนาม ที่ต้องไปฝึกหลักสูตรจู่โจ่ม หายไปเกือบ 3 เดือนเลยค่ะ
ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำยังไงที่ทำให้อยู่ให้ได้ คิดถึงมาก แต่ต้องหาอะไรมาทำให้ยุ่งๆ
ตลอดเกือบ 3 เดือน เราไลน์หาเขาวันละ 1 ข้อความยาวๆ ว่าวันนี้ไปทำอะไร เป็นยังไง
แล้วก็ทำเขาว่าเป็นยังไงบ้าง ถึงจะรู้ว่า ไม่มีการตอบกลับมาก็เถอะ
หวังว่าออกจากป่ามา ก็คงทึ่งที่เห็นไลน์เรา แล้วคงอ่านครบทุกอันที่ส่งไป
.
วันที่จบหลักสูตร เรากะจะไปแสดงความยินดี แต่ดันติดงาน เลยทำได้แค่ส่งช่อดอกไม้แสดงความยินดีไป
ผ่านเพื่อนที่มีแฟนอยู่ชั้นเดียวกัน วันนั้นเขาก็ติดต่อเรามาตอนเย็นตอนกินเลี้ยง
ทั้งๆที่ช่วงสายๆก็ติดเครื่องหมาย ได้พักก็ว่างแล้ว แต่เราก็ไม่ได้อะไรค่ะ คิดว่าคงยุ่งๆ
เพราะครอบครัวเขาก็ไปแสดงความยินดี
.
หลังจากฝึกภาคสนามเสร็จ ขึ้นชั้นปีที่ 5
ความสัมพันธ์เราเริ่มลดลงเรื่อยๆค่ะ ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้เจอกัน
เราเริ่มรู้สึกแปลกๆตั้งแต่ไปฝึกค่ะ คือเราแปลกใจตรงที่ว่า จะมีแฟนที่ไปฝึกด้วยกัน
จะลงสตอรี่ที่เป็นนักเรียนที่ไปฝึกด้วยกัน แอบโทรมา คือเราก็งงว่าทำไมติดต่อได้
ทำไมคู่อื่นถึงได้มีความพยายามที่จะโทรหากัน แล้วเราละ?
แต่ก็ทำได้แค่ตั้งคำถาม เพราะเรามันก็แคีคนคุย ก็ไม่สนใจอะไรค่ะ ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
.
เวลาเขาอยู่ รร.เราก็ไม่ได้คิดมากอะไร
ก็คงเรียนๆฝึกๆ แต่น้อยมาก ที่หาเวลามาคุยกันก็ก่อนนอน
ปกติที่เคยไลน์มาหลังจากตื่นนอนก็ไม่ค่อยมี วันศุกร์ที่ได้ปล่อยก็เริ่มหาเหตุผล
มาอ้างว่าต้องกลับบ้าน เราก็ทำอะไรไม่ได้ก็ทำได้แค่เข้าใจ
พักหลักมาเราแทบไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนกันเลยค่ะ จนเราอดคิดไม่ได้ว่ามีคนอื่นหรือเปล่า
.
เราเลยให้เพื่อนไปสืบ สุดท้ายมีจริงๆค่ะ
เขาคบกันก่อนหน้าที่จะมาเจอเราครั้งแรกช่วงกีฬาเหล่า
และวันที่จบหลักสูตร ผญ.คนนั้นก็ไปแสดงความยินดี
ตอนนั้นก็แอบคิดว่า ช่อดอกไม้เราที่ตั้งใจส่งไปให้อยู่ที่ไหนกันนะ
เสียใจมากค่ะ เราไม่รู้ว่าเขามีใครก่อนหน้า ถ้ารู้เราก็คงไม่ยุ่ง
และไม่ต้องมาตั้งใจรออะไรแบบนี้ ตอนนั้นก็ตีตัวออกห่างมาค่ะ
ไม่ยุ่งเกี่ยวอีกเลย
.
และเวลาผ่านไป เขาเรียนจบเป็นนายทหารใหม่
พอดีเรามีพี่ที่เป็นญาติกันก็อยู่รุ่นเดียวกันกับเขา เราเลยมีโอกาสได้ไปแสดงความยินดี
แต่ไม่ได้เจอกันนะคะ ไม่ได้ถ่ายรูปหรืออะไรกัน
แล้วเย็นวันนั้นเขาก็ทักมา บอกว่าเจอเราที่ รร. แต่เขาไม่กล้าทัก
เราก็เลยถามทำไมไม่ทัก คือเราไม่ได้อะไรแล้ว
.
แล้วเขาก็เล่าเรื่อง ผญ.คนนั้นให้ฟัง ว่าเลิกกันสักพักแล้วนะ
เราก็รับฟัง แต่ไม่ได้อะไร เขาก็ทักหาเราทุกวัน โทรมา
ทำทุกอย่างเหมือนวันแรกที่รู้จักกันเลยค่ะ
แต่เปลี่ยนจากวัยนักเรียนเป็นวัยทำงานแทน มันก็จะเริ่มยุ่งยากมากขึ้นหน่อย
เขาก็คอยรายงานเรา ทักมาหาโทรมา จนความรู้สึกเราเริ่มเปลี่ยน
มันก็เลยอยากที่จะเริ่มเรียนรู้กันใหม่
.
แต่เราก็พยายามนึกถึงเรื่องแย่ๆที่เขาทำกับเรา
เราก็ให้เพื่อนไปดูว่าเลิกกันจริงๆไหม จะได้ไม่พลาดเหมือนคราวก่อนอีก
สรุปก็เลิกกันจริงๆ เราเลยเปิดใจกับเขาค่ะ
เราคุยกันมาสักพักก็ดีมาตลอด พยายามจะหาเวลาเจอกัน
เผื่ออะไรจะดีขึ้นจากเดิม แต่หมวดใหม่ไม่ค่อยว่าง
เราเลยได้แค่ติดต่อกันผ่านโซเชียล 
.
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงปัจจุบันนี้ค่ะ
เขาเปลี่ยนไปจากเดิม เงียบหายไปทั้งวัน กลับมาก็ก่อน
ปกติเราไม่เคยตามเขานะคะ ตั้งแต่เรียนจนวัยทำงาน
ไม่จู้จี้ ไม่จุกจิก เขาว่างเขาก็คงโทรมา เริ่มให้เหตุผลอีกว่า
ไปดื่มกับรุ่นพี่ที่กองพันมา เป็นน้องเล็กปฏิเสธไม่ได้เลย (ปกติเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ)
เราก็เข้าใจ เพราะต้องเข้าสังคมไรงี้
.
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราเริ่มน้อยใจเข้า
รู้สึกว่าทำไมแรกๆที่พยายามจะกลับมา ถึงได้ติดต่อกันได้ตลอด
พยายามโทรมา รายงานได้ทั้งวันขนาดนั้น
แล้วทุกวันนี้บอกไม่ว่าง อย่านอยด์เลย ทำงานเหนื่อย
บางวันก็ไม่โทรมา ทั้งๆที่เวลาได้คุยกันจริงๆคือก่อนนอน แต่มีแค่ไลน์มาบอก
ว่าง่วง ฝันดีนะครับ บอกแค่นี้แหงะหายไป
.
จนเราแทบสัมผัสไม่ได้เลยว่า จริงๆแล้วเราคุยอะไรกันอยู่
หรือความสัมพันธ์นี้มันเรียกว่าอะไร จนเราหาโอกาสคุยเรื่องนี้กับเขา
ก็ถามว่าไม่หายไปได้ไหม หรือถ้าจะไม่ว่างก็ไลน์บอกหน่อย
ไม่ใช่หายไปทั้งวันแบบนี้ และเราอยากรอแบบมีเป้าหมาย ไม่ได้อยากรอเก้อ
เขาก็สัญญาว่าจะปรับปรุงตัวค่ะ เพราะเราบอกว่าจะไม่อยู่ต่อแล้ว เหนื่อยถ้าต้องมาคุยอะไรแบบนี้
มันไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนกันเลย แล้วเราจะไปกันรอดเหรอ
.
แรกๆหลังจากที่คุยเรื่องนี้กันไป เขาก็ทำตัวดีขึ้น
เราก็คุยกันว่าจะไปเจอกันเมื่อไหร่ดี นู่นนี่นั่น
ผ่านไปไม่นาน เขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เราก็รู้สึกแย่อีก
พีคไปกว่านั้นคือ เราดันไปเจอ ผญ.คนเก่าของเขาลงรูปเขาในเฟซ
ออกแนวเพ้อๆ คิดถึงอะไรแบบนี้ เราเห็นเรายิ่งไม่สบายใจ
เขาก็บอกเราว่า อยากรู้อยากถามอะไรก็บอกกันนะ
.
เราก็พูดถึง ผญ.คนนั้น 
ถามว่า “ยังคิดถึงเขาอยู่ไหมคะ” เขาตอบมาว่า “ ก็มีบ้าง
ยังไม่ชินกับการไม่มีใครคอยดูแล”
ตอนนั้นเราฟังแล้วจุกมากค่ะ เพราะเราไม่เคยได้ดูแล ได้ใช้ชีวิตกับเขาเลย
กะว่าจะเงียบๆและหายไป รู้สึกไม่อยากอยู่ต่อ
ก็บอกเขาไปว่า จริงๆเธอไม่มีเวลา ทำงานยุ่งๆขนาดนั้น เราก็ไม่รู้จะน้อยใจเธอไปทำไมเนอะ
เราไม่ได้เป็นไรกันสักหน่อย ก็เลยบอกเขาว่า เธอตั้งใจทำงานเธอนะคะ สู้ๆค่ะ 
เขาก็พูดกลับมาว่า เราคุยกันมาขนาดนี้แล้ว เราจะไม่ได้เป็นอะไรกันแน่ๆเหรอ?
.
ตอนนั้นเราเงียบค่ะ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาก็ขอไม่ให้เราหนีหายจากเขาไปไหน 
เราก็เสียใจมาก ไม่รู้ที่อยู่แบบนี้มันเรียกว่ารักไหม แต่ก็เลือกที่จะอยู่
แต่ก็คิดว่าคงเสียเวลาแน่ๆ ถ้ายังเป็นกันแบบนี้ 
เราอยากให้มั่นคงค่ะ ไม่อยากเล่นๆแล้ว เพราะต่างทำงานกันแล้ว
.
และยังคิดว่า ถ้าคุยกันต่อแบบนี้
เขาที่เป็นทหารไม่มีเวลาว่างเลย ไม่มีเรื่องราวแลกเปลี่ยนกัน
มันจะไปกันรอดเหรอ มันจะรักกันได้เหรอ
เราควรออกมาดีไหมคะ หรือทุกคนมีความคิดเห็นว่ายังไง
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
พร้อมรับฟังทุกความเห็นค่ะ...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่