หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ไปกันนะไปกาญจนบุรี 3 วัน 2 คืน สุดชิคๆ แบบอิหยังวะ ?? ด้วยงบ 2,500 บาท
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
เดินป่า
เที่ยวภูเขา
อำเภอไทรโยค
จังหวัดกาญจนบุรี
สวีดัด สวัสดีค่าาาทุกคน คิดถึงกันไหมเอ๋ย ?? วันนี้เราก็จะมาเล่าประสบการณ์การเดินทางไปกาญจนบุรีคนเดียวแบบสาวน้อยแบกเป้ โดยจะเล่าสรุปทุกค่าใช้จ่ายให้ฟังนะคะ รอบนี้ไปแบบประหยัดไหม ก็ไม่ค่อยประหยัดเท่าไหร่ค่ะ แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าที่ได้ไปแน่นอนค่ะ มา !! จะรอช้าอยู่ใยมาเข้าเรื่องกันเลย เริ่มแรกเราจองที่พักจาก Agoda ก็ได้ที่พักคือที่ 'ญาญี โฮมสเตย์' นะคะ ราคาไม่แพงรวมทุกอย่างก็ 445 บาทค่ะ โดยพาหนะที่เราไปรอบนี้ก็จะเป็นรถไฟเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือต้องไปขึ้นที่ฝั่งธนค่ะ (ไม่เคยข้ามไปฝั่งธนเลยค่ะ555555) ด้วยความไม่มีอะไรให้กลัวเพราะใจจะไปให้ได้ ไปค่ะข้ามไปฝั่งธนกันโดยรถไฟไปกาญจะมีรอบ 07.50 น. นะคะราคาตั๋ว 39 บาทค่ะ ที่หมายที่เราจะไปคือไทรโยคนะคะ
ในระหว่างนั่งรอรถไฟเราก็จะไม่ลืมและขาดไม่ได้เลยสิ่งนี้คือออ
ซาลาเปาค่ะ (ใครอยากเป็นสปอนเซอร์ซาลาเปาต้องมาแล้วค่ะ555) ลูกนี้ซื้อมา 12 บาทรองท้องก่อนรถไฟมา และไม่นานเกินรอรถไฟก็เทียบชานชาลาแล้ววววว ปู้นๆๆๆ
ป่ะ ไปเดินทางกันเลยค่าาาาา ! ในการเดินทางรอบนี้เราก็ไม่ลืมเวฟข้าวกล่องมากินระหว่างทางนะคะและที่สำคัญรอบนี้เราไม่ลืมช้อนจ้าาา ได้กินสมใจแล้วสักที (ฉันจะไม่ยอมใช้มือจกข้าวกินหรอกนะ ! ) ขอบอกเลยว่าเดินทางรถไฟรอบนี้มีดีอย่างนึงคือวิวรอบๆค่ะ วิวสวยมากกกกกกกกกกก มากแบบมากๆ เหมาะสำหรับคนชิลล์ๆ เน้นไปแบบไม่เร่งรีบจิบลมชมธรรมชาติแบบหัวเหนียว (ขนาดสระก่อนเดินทางนะเนี่ยแต่หัวเหนียวได้ไงคิดดู๊ !! บางทีรู้สึกเหมือนหัวขึ้นเกลือด้วยค่ะ 555555) มา ! ไม่รอช้าพอเข้าเขตเมืองกาญเราก็เจอกับจุดแรกคือสะพานรถไฟข้ามแม่นํ้าแคว แต่รู้สึกช่วงนี้นํ้าน้อยนิดหน่อย
ยังแอบเสียดายที่ลงวีดีโอไม่ได้ หึ้ยยยยยยยยย ถ้าลงได้นะสวยกว่านี้แน่น๊อนนนนจริ๊งงงง (จะเสียงสูงทำไมฟะ) แต่ยังไม่ถึงสถานีที่เราจะต้องลงเพราะหนทางเราอีกยาวไกล ไปค่ะไป นั่งจนดากบานไปข้าง
ภาพบรรยากาศข้างทางแบบยั่วๆจ้าาา สวยมากกกกกกกก เมฆแบบว่าเยอะมาก เยอะแบบจัดๆ
ในส่วนนี้กำลังจะถึงตรงที่เขาเลื่องลือกันในนามว่า "สะพานมรณะ" นั้นเองงงงงง ถึงชื่อจะแลดูน่ากลัวแต่วิวสวยมากเช่นกัน
สวยใช่ไหมล้าาาาาาา (ต้องตอบว่าสวยเท่านั้นนะ !! นี่คือคำสั่งจาก จขกท อิอิ)
นั่งชมวิวริมหน้าต่างเพลินจนเริ่มรู้สึกตัวแปลกๆ ?? เหมือนโดนสายคู่นึงกำลังจ้องมอง (หรือแอบมองกันนะ) เราเลยหันไปมองปรากฎว่าเจอกับ ...
น้องงงงง !! มาแอบมองดูว่าพี่ทำอะไรอยู่ 555555 ไอ้เราก็ตกใจหมดเลยว่าใครกำลังจ้องมองเราเลยไม่ลืมที่จะแชะๆ จนผู้ปกครองของน้องหัวเราะในความไร้เดียงสาของลูกน้อยและหลังจากเรานั่งกันจนดากเปียกในที่สุดดดดดด เวลาที่เรารอคอยก็มาถึงในที่สุดเราก็ถึงสถานีนํ้าตกสักทีประมาณ 13.00 น. กว่าๆ
จากตัวสถานีนํ้าตกไปที่พักไม่ไกลกันมากค่ะสามารถเดินเท้าได้พร้อมกับเดินชมวิวระหว่างเดินไปด้วย อู้ววว มันชั่งกราวใจอีน้อยยิ่งนักเพราะรอบๆทางมีแต่ภูเขาเขียวสดส่วนบรรยากาศไม่ต้องพูดถึงค่ะรีบถอดแมสรวบรวมลมท้อง สู๊ดดดดด สดชื่นมากกกและร้อนแดด .... ๆ (เติมเองเลยค่ะหยาบคายเหมือนเดิม5555) ไม่นานเกินรอเราก็ได้ถึงที่พักบอกเลยว่าเป็นที่พักที่แบบวิวดีมากกกก แถมเจ้าของที่พักพี่แกใจดีน่ารักมากเลยค่ะเห็นแขกเดินสังเคราะห์แดดร้อนๆ ไม่รีรอรีบให้แม่บ้านพาไปยังห้องพักแถมเปิดแอร์ให้พร้อม (น่ารักประทับใจมากค่ะ) ไม่ลืมที่จะรีวิวห้องแน่นอนค่ะเผื่อใครสนใจนะคะ โดยห้องที่เราจองเป็นห้องนอนกับห้องนํ้ารวม แต่ห้องแบบมีห้องนํ้าในตัวก็มีค่ะแต่จะอีกราคา
ส่วนบรรยากาศรอบๆของที่พักนะคะ มา !! ตามมาเดี๋ยวพาไปดูกัน
ส่วนอันนี้เป็นร้านอาหารนะคะขอบอกว่าอาหารอร่อยมากกก ราคาไม่แพงด้วยค่ะมารอบนี้ไม่ไปเซเว่นแล้วจ้าา คุณแม่ครัวน่ารักใจดีแถมให้อาหารเยอะมากจนทานไม่หมด 55555 เหมือนอยู่บ้านตัวเองเลยค่ะ
ลานจอดรถก็กว้างค่ะเหมาะสำหรับคนขับรถมาเอง เป็นไงคะถูกใจใช่ไหมล้าาาาา ที่พักทั้งถูกและดีแบบนี้ใครจะไม่มาพักได้ล่ะคะ (พี่เจ้าของเขาบอกมาว่าปกติที่พักแกไม่ค่อยว่างยิ่งช่วงเทศกาลคือเต็มหมด แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงคนเดินทางน้อยเลยเงียบสงบถูกใจเจ้อย่างแร๊งงงง)
พอเราชมรอบๆ เลยไปคุยกับพี่เจ้าของที่พักเรื่องเช่ารถมอไซค์จะอยู่ที่ราคา 200 บาทจากปกติ 300 นะคะ พอตกลงอะไรเสร็จพี่แกก็ไม่ลืมจะถามว่าเดินทางมาเหนื่อยๆกินอะไรมารึยัง?? ก่อนจะยื่นเมนูให้ (ตอนแรกแอบกลัวราคาจะแรงไม่ใช่ไรนะคะ งกค่ะงก !! ตามสเต็ปรับบทนางงกค่ะแต่ผิดคาดอาหารไม่แพงแถมได้เยอะด้วยค่ะ) อย่างผัดไทกุ้งโสดดดด ราคา 60 บาทค่ะ
หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยเราก็ไปนั่งถามพี่เจ้าของที่พักว่ามีที่เที่ยวที่ไหนสวยๆไหมคะ พี่แกเลยแนะนำให้แฟนของพี่แกแนะนำเพราะแฟนพี่แกจะรู้จักที่เที่ยวสวยๆมากกว่า จากนั้นแฟนของพี่เจ้าของที่พักไม่รอช้าปักหมุดในกูเกิ้ลแมพเพี๊ยบเลยจ้าาา (ใจเย็นคุณพี่น้องจะไปไหวไหมเนี่ยยย) เขาก็บอกบางที่เป็นอุทยานซึ่งตอนนั้นอุทยานยังไม่เปิดก็ต้องตัดออกไป แต่เรามีที่นึงในใจที่ดูในกูเกิ้ลแมพแล้วอยากไปดูด้วยตาตัวเองว่ามันจะเป็นยังไงเหมือนที่จินตนาการไว้ไหม 55555 ไม่รอช้าค่ะหลังจากทานข้าวเสร็จพักสักหน่อยก็เตรียมแง๊นแล้วจ้าาา เราเริ่มออกเดินทางตอนช่วงบ่ายสองกว่าๆ แต่ก่อนออกมาพี่เจ้าของที่พักก็บอกอย่าซิ่งมากนะค่อยๆไป (ยังกะพี่สาวห่วงน้องสาว) พอเราขี่มาได้สักพักไม่ลืมที่จะถ่ายภาพระหว่างทาง อย่าช้าค่ะจอดรถ แชะ ! ไปหนึ่งที
ไปค่ะขี่ไปต่อเป้าหมายของเรา 100 กว่าโลค่ะจะช้าไม่ได้ขับไปชมวิวระหว่างทางไปฟินมากๆ แทบอยากจะนอนกลิ้งที่ข้างถนนเลยแต่ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวรถที่ผ่านไปผ่านมาเขามองไม่เห็นจะเหยียบเอา 5555 โดยระหว่างทางที่เราขี่ไปก็มีช่วงลุ้นกันแบบภาษาอีสานจะเรียกว่า "กัดแข่วยุมดาก" เลยทีเดียวเพราะว่านํ้ามันจะหมดค่ะ !! ใช่ค่ะอีกไกลด้วยค่ะกว่าจะเจอปั๊มประมาณอีก 30 กว่าโลถึงปั๊มด้วยความที่แบบอีนี่ต้องขี่ไปลุ้นไปจะหมดระหว่างทางไหมน้อ บิดแรงก็ไม่ได้ด้วยเดี๋ยวหมดไวต้องค่อยๆไปจนไปถึงปั๊มรีบเติมไปทันทีทันใด 60 บาทเก๋ๆ (ก่อนออกมาพี่เจ้าของที่พักเขาเติมมาให้เต็มถังแล้วนะคะ) พอเติมเสร็จเราก็เปิดกูเกิ้ลแมพกางดูก่อนว่าจะไปไหนดี แต่ด้วยแฟนพี่เจ้าของที่พักเขาแนะนำมาว่าเขื่อนวชิรลงกรณ์ก็สวยนะ ไม่รอช้าค่ะฉันไปที่นี้แหละ ไป!! นํ้ามันเต็มถังก็อุ่นใจบิดเร็วไวไปโลดจ้าาา จนเรามาถึงเขื่อนแล้วบอกเลยว่าใหญ่อลังสมกับ.... ที่เลื่องลือนั้นแหละค่ะ (ไม่หารโน๊ะ)
แค่นี้ว่าอลังการแล้วต้องขึ้นไปสันเขื่อนค่ะ ไปค่ะไปไม่รอช้าควบมอไซค์บิดขึ้นไปสันเขื่อน ขอบอกเลยว่าแจ่มมากกกก แจ่มแบบจัดๆเลยสมชื่อจริงๆ
โอะไม่ลืมซิกเนเจอร์แว่นโกะของเรา อิอิ
ระหว่างยืนชื่นชมอยู่ดีๆ ละอองฝนตกลงหัวค่ะ อยู่ไม่ได้แล้วววว (ตอนแรกก็คิดว่าจะกลับเลยแต่ไหนๆมันได้มาแล้วไปตรงที่ที่เราอยากไปดีกว่าแบบมันต้องให้เห็นกับตาว่ามันจะสวยแบบที่เราจินตนาการไว้ไหม) เราดูเวลาประมาณเกือบจะ 17.00 น. ก็รีบไปยังที่ตรงที่เราอยากไปต่อเลยค่ะ พอไปถึงแอบผิดหวังนิดหน่อยค่ะมันไม่เหมือนกับภาพในหัวตอนจินตนาการไว้แต่มันก็ไม่ได้แย่นะคะก็สวยเหมือนกันแต่แค่ไม่เหมือนภาพในหัวที่เราคิดไว้ก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้หายอยากรู้สีกที (ฮันแหน่ ไม่ลืมที่จะเก็บไว้หรอกนะเพราะฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้ง 100 กว่าโล !! จะให้ฉันกลับไปมือปล่าวไม่ได้มันไม่ใช่ฉัน !!)
แหมะ มันช่างหล่อเท่ห์เหมือนรถตัวเองซะจริงๆ (เช่าเขามาอย่าลืมๆ) เอาล่ะถึงเวลาต้องขี่กลับอีก 100 กว่าโล แต่วิวริมทางมันก็สวยอีกแล้วไม่แชะไม่ใช่ฉัน!!
ทิวทัศน์สวยเหมือนอยู่เมืองเหนือ อู้วววว (ฝนจะลงหัวแล้วยังมีหน้ามาถ่ายรูปอีกอีนี่นิ !!) ไปค่ะบิดต่อไปค่ะ และในส่วนนี้คือจะไม่มีรูปวิวริมทางแล้วนะคะเพราะต้องแข่งกับเวลามากเพราะใกล้มืดแต่จะขอเล่าตอนระหว่างขี่รถกลับให้ฟังนะคะก็คือตอนที่ขี่อยู่มันมืดมากแถมเสียวหลังสุดๆ (เป็นคนกลัวผีนะคะแต่พยายามหลอกตัวเองว่ามันไม่มีจริง TT__TT ) แล้วด้วยความที่แบบทางมืดลองนึกตอนขี่ทางป่าทางเขาสิคะ ไฟไม่มีมีแต่แสงไฟจากป้ายที่กระทบไฟเรามันมืดน่ากลัวมากจนมีรถมอไซค์คันนึงขี่ตามหลังเรามาแบบเหมือนบิดตาม ไอ้เราก็ด้วยความกลัวแบบถ้าเขาขี่มาเทียบเราเขาอาจจะถีบรถเราได้และอาจจะปล้นเราด้วย ด้วยความกลัวอีนี่รีบบิดหนีจ้าแต่บิดหนีไม่สู้จนมอไซค์คันนั้นแซงไปจนพอเรามองจากเสื้อกันหนาวเห็นว่าเป็นผู้หญิงเราก็โล่งใจแล้วแต่ดันเหลือบไปมองกระจกคือแบบข้างหลังมืดมากเสียวหลังสุดๆ อีนี่ก็แบบเออรีบบิดตามคันหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทางแสงไฟ ไอ้เราก็บิดบรื้นนน ตามค่ะตามยังกะเจ้าหนี้ทวงเงิน แล้วสงสัยมอไซค์ที่เราบิดตามอาจจะคิดกับเราแบบเดียวตอนแรกเลยกลายเป็นว่าเขาบิดหนีเราค่ะ ใช่ค่ะ เขาบิดหนีเราเราก็บิดตาม บิดหนีบิดตามไล่กันไปมาอยู่อย่างนั้น5555 (ก็หนูกลัวง่าาาาไปด้วยกันนะจ๊ะพี่จ๋า TT ) สุดท้ายเราก็มาถึงช่วงที่ไม่มีรถสักคันผ่านไม่มีแสงไฟ โอ้ว มันช่างน่ากลัวอะไรแบบนี้ไม่กล้ามองกระจกเลยค่ะ มองข้างหน้าอย่างเดียว หยึ จนไปถึงที่พักก็เกือบจะ 2 ทุ่ม โอะเราลืมว่าเราเติมนํ้ามันขากลับด้วย 50 บาทนะจ๊ะแฮะๆ พอถึงที่พักแบบปลอดภัยแล้วพี่เจ้าของที่พักเขาก็ถามกินอะไรมารึยัง รีบไปสั่งป้าเขาไว้นะเดี๋ยวครัวจะปิดแล้ว (พี่แกขายกับข้าวเก่งมากค่ะ ! อีนี่ก็กินบ้าจี้กินเก่งมากเช่นกันค่ะ) เราสั่งโจ๊กไก่ร้อนๆกินแก้หนาว ราคา 35 บาทค่ะ แล้วเดี๋ยวมาเล่าต่ออีกนะคะ อิอิ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เดินทางจากสถานีรถไฟกาญจนบุรี ไปเขื่อนศรีนครินทร์ เดินทางไปอย่างไรครับ
ตามหัวกระทู้เลยครับ คือ จขกท. มีแพลนจะนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรีกับเพื่อน แล้วลงที่สถานีรถไฟกาญจนบุรี แต่รีสอร์ทที่จะเข้าพักอยู่เขื่อนศรีนครินทร์ เลยอยากทราบว่า ถ้าเราจะนั่งรถประจำทาง หรือรถอะไรก็แล้วจ
เนบิวลาสีขาว
ถามทางครับ กาญจนบุรี-เขื่อนวชิราลงกรณ์
สอบถามเส้นทางครับ จะขี่มอเตอร์ไซค์ทำความเร็วได้ดั่งใจเเต่ใจป๊อดมืดแล้วแค่ร้อยกว่าพอ จากนนทบุรีไปตอนเย็นถึงเมืองกาญคงมืดเเล้ว ทีนี้จากตัวเมืองกาญจนบุรี ไป เขื่อนวชิราลงกรณ์ เรียนถามเพื่อนๆว่า -ถนนเ
nummeter
คนเดียวเที่ยวกาญ : 2 คืน 3 วัน : บ้านกกกอด & สังขละบุรี
"สะพายเป้สักใบ กับกล้องคู่ใจสักตัว ออกไปเที่ยว" คือความฝันที่อยากจะทำ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สมาชิกหมายเลข 2336141
มีเงิน 1,300 ก็หนีเที่ยวได้@เขื่อนศรีนครินทร์ l หนี-เที่ยว-กาญ
หลายๆคนมองหาสถานที่ท่องเที่ยว.....แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน ทริปนี้เราเลยพามา “หนีเที่ยว” ใกล้ๆกรุงเทพ อยากโดดน้ำ อยากพายเรือ หรืออยากเก็บความทรงจำดีๆต้องที่นี่ - แ พ บ้ า น ก ล้ ว ย – มา
สมาชิกหมายเลข 3679494
นั่งรถไฟไปกาญ | Kanjanaburi Real Time
ทำไมต้อง Real Time ? ก็เพราะฉันยังไม่ได้ไปน่ะซิ! อ้าววววว เห็นหยั่งงี้อย่าพึ่งรีบปิดน๊ะจ๊ะ เพราะว่าฉันจะนั่งรถไฟไปกาญจนบุรีพรุ่งนี้ เลยมาตั้งกระทู้เขียนการเดินทางแบบช็อตต่อช็อตกันเลยทีเดียว จุดเริ่มต
สมาชิกหมายเลข 2413609
ไฟหน้าFino ไม่สว่าง
อยากสอบถามครับไฟหน้ารถFinoพอเวลาขี่ช้าไฟหน้าจะสว่างน้อยแต่พอขี่เร็วไฟจะสว่างปกติแบบนี้เป็นที่อะไรหรอครับ แก้ไขอะไรได้ไหมครับ บางทีเข้าทางโค้งมืดๆไม่ได้บิดคันเร่งไฟก็ดรอปลงมา เหมือนต้องคอยเร่งเครื่องไว
สมาชิกหมายเลข 3350908
ขอคำแนะนำ นั่งรถไฟไปเที่ยว กาญจนบุรีค่ะ
กำลังวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะนั่งรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรี แบบ วันเดย์ทริปค่ะ สถานที่ที่ว่าจะไปกัน มี วัดถ้ำเสือ เขื่อนศรีนครินทร์ และน้ำตกเอราวัณ แต่ไม่มีใครเคยไปเลย ลองหาข้อมูลดู มีบอกให้ขึ้นรถไฟจากสถาน
สมาชิกหมายเลข 2230364
อยากเห็นเพลง อยู่ร่ำไป เอามาไว้ใหม่โดย อ้าย สรัลชนา อยากกให้อ้ายมี MV เพลงนี้ลงในอัลบั้มและประกอบซีรีย์เรื่อง her
วันนี้จะมาถามว่า อยากเห็นเพลง อยู่ร่ำไป เอามาไว้ใหม่โดย อ้าย สรัลชนา อยากกให้อ้ายมี MV เพลงนี้ลงในอัลบั้มและประกอบซีรีย์เรื่อง her จะเป็นเรื่องที่ลงตัวไหมเพราะว่าตัวพี่อ้ายก็เล่นรุ่นนี้ในเรื่อง her รั
สมาชิกหมายเลข 7935154
แต่งนิยายโดย Gemini ตอนที่ 2 จากผู้บริสุทธิ์ กลายเป็นสัตว์ป่าบ้าคลั่ง
บทที่ 11: เสียงครางของเครื่องจักรและหยาดเลือด บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 9 วันนี้ดูมืดสลัวกว่าปกติ ราวกับวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่เพิ่งสังเวยชีวิตไปในคดีก่อนหน้ายังคงวนเวียนอยู่ตามมุมมืด โค้ก นั่
สมาชิกหมายเลข 8961928
J JOURNEY BY VJ JA ตามมา...จะพาไปกาญ
มีเวลาสัก 3 วันมั้ย??? อยากพานั่งรถไฟ อยากพาไปน้ำตก เที่ยวเขา เที่ยวเขื่อน ล่องแพ โดดแม่น้ำ โอ้ย กิจกรรมเพียบ พูดมาขนาดนี้ ไม่รอช้าละ ตามมา...จะพาไปกาญ 🚞🛤🌳🚣🏻♀❤️ https://www.youtube.com/watch?
J JOURNEY BY VJ JA
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
เดินป่า
เที่ยวภูเขา
อำเภอไทรโยค
จังหวัดกาญจนบุรี
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 1.2 พัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ไปกันนะไปกาญจนบุรี 3 วัน 2 คืน สุดชิคๆ แบบอิหยังวะ ?? ด้วยงบ 2,500 บาท
ในระหว่างนั่งรอรถไฟเราก็จะไม่ลืมและขาดไม่ได้เลยสิ่งนี้คือออ
ซาลาเปาค่ะ (ใครอยากเป็นสปอนเซอร์ซาลาเปาต้องมาแล้วค่ะ555) ลูกนี้ซื้อมา 12 บาทรองท้องก่อนรถไฟมา และไม่นานเกินรอรถไฟก็เทียบชานชาลาแล้ววววว ปู้นๆๆๆ
ป่ะ ไปเดินทางกันเลยค่าาาาา ! ในการเดินทางรอบนี้เราก็ไม่ลืมเวฟข้าวกล่องมากินระหว่างทางนะคะและที่สำคัญรอบนี้เราไม่ลืมช้อนจ้าาา ได้กินสมใจแล้วสักที (ฉันจะไม่ยอมใช้มือจกข้าวกินหรอกนะ ! ) ขอบอกเลยว่าเดินทางรถไฟรอบนี้มีดีอย่างนึงคือวิวรอบๆค่ะ วิวสวยมากกกกกกกกกกก มากแบบมากๆ เหมาะสำหรับคนชิลล์ๆ เน้นไปแบบไม่เร่งรีบจิบลมชมธรรมชาติแบบหัวเหนียว (ขนาดสระก่อนเดินทางนะเนี่ยแต่หัวเหนียวได้ไงคิดดู๊ !! บางทีรู้สึกเหมือนหัวขึ้นเกลือด้วยค่ะ 555555) มา ! ไม่รอช้าพอเข้าเขตเมืองกาญเราก็เจอกับจุดแรกคือสะพานรถไฟข้ามแม่นํ้าแคว แต่รู้สึกช่วงนี้นํ้าน้อยนิดหน่อย
ยังแอบเสียดายที่ลงวีดีโอไม่ได้ หึ้ยยยยยยยยย ถ้าลงได้นะสวยกว่านี้แน่น๊อนนนนจริ๊งงงง (จะเสียงสูงทำไมฟะ) แต่ยังไม่ถึงสถานีที่เราจะต้องลงเพราะหนทางเราอีกยาวไกล ไปค่ะไป นั่งจนดากบานไปข้าง
ภาพบรรยากาศข้างทางแบบยั่วๆจ้าาา สวยมากกกกกกกก เมฆแบบว่าเยอะมาก เยอะแบบจัดๆ
ในส่วนนี้กำลังจะถึงตรงที่เขาเลื่องลือกันในนามว่า "สะพานมรณะ" นั้นเองงงงงง ถึงชื่อจะแลดูน่ากลัวแต่วิวสวยมากเช่นกัน
สวยใช่ไหมล้าาาาาาา (ต้องตอบว่าสวยเท่านั้นนะ !! นี่คือคำสั่งจาก จขกท อิอิ)
นั่งชมวิวริมหน้าต่างเพลินจนเริ่มรู้สึกตัวแปลกๆ ?? เหมือนโดนสายคู่นึงกำลังจ้องมอง (หรือแอบมองกันนะ) เราเลยหันไปมองปรากฎว่าเจอกับ ...
น้องงงงง !! มาแอบมองดูว่าพี่ทำอะไรอยู่ 555555 ไอ้เราก็ตกใจหมดเลยว่าใครกำลังจ้องมองเราเลยไม่ลืมที่จะแชะๆ จนผู้ปกครองของน้องหัวเราะในความไร้เดียงสาของลูกน้อยและหลังจากเรานั่งกันจนดากเปียกในที่สุดดดดดด เวลาที่เรารอคอยก็มาถึงในที่สุดเราก็ถึงสถานีนํ้าตกสักทีประมาณ 13.00 น. กว่าๆ
จากตัวสถานีนํ้าตกไปที่พักไม่ไกลกันมากค่ะสามารถเดินเท้าได้พร้อมกับเดินชมวิวระหว่างเดินไปด้วย อู้ววว มันชั่งกราวใจอีน้อยยิ่งนักเพราะรอบๆทางมีแต่ภูเขาเขียวสดส่วนบรรยากาศไม่ต้องพูดถึงค่ะรีบถอดแมสรวบรวมลมท้อง สู๊ดดดดด สดชื่นมากกกและร้อนแดด .... ๆ (เติมเองเลยค่ะหยาบคายเหมือนเดิม5555) ไม่นานเกินรอเราก็ได้ถึงที่พักบอกเลยว่าเป็นที่พักที่แบบวิวดีมากกกก แถมเจ้าของที่พักพี่แกใจดีน่ารักมากเลยค่ะเห็นแขกเดินสังเคราะห์แดดร้อนๆ ไม่รีรอรีบให้แม่บ้านพาไปยังห้องพักแถมเปิดแอร์ให้พร้อม (น่ารักประทับใจมากค่ะ) ไม่ลืมที่จะรีวิวห้องแน่นอนค่ะเผื่อใครสนใจนะคะ โดยห้องที่เราจองเป็นห้องนอนกับห้องนํ้ารวม แต่ห้องแบบมีห้องนํ้าในตัวก็มีค่ะแต่จะอีกราคา
ส่วนบรรยากาศรอบๆของที่พักนะคะ มา !! ตามมาเดี๋ยวพาไปดูกัน
ส่วนอันนี้เป็นร้านอาหารนะคะขอบอกว่าอาหารอร่อยมากกก ราคาไม่แพงด้วยค่ะมารอบนี้ไม่ไปเซเว่นแล้วจ้าา คุณแม่ครัวน่ารักใจดีแถมให้อาหารเยอะมากจนทานไม่หมด 55555 เหมือนอยู่บ้านตัวเองเลยค่ะ
พอเราชมรอบๆ เลยไปคุยกับพี่เจ้าของที่พักเรื่องเช่ารถมอไซค์จะอยู่ที่ราคา 200 บาทจากปกติ 300 นะคะ พอตกลงอะไรเสร็จพี่แกก็ไม่ลืมจะถามว่าเดินทางมาเหนื่อยๆกินอะไรมารึยัง?? ก่อนจะยื่นเมนูให้ (ตอนแรกแอบกลัวราคาจะแรงไม่ใช่ไรนะคะ งกค่ะงก !! ตามสเต็ปรับบทนางงกค่ะแต่ผิดคาดอาหารไม่แพงแถมได้เยอะด้วยค่ะ) อย่างผัดไทกุ้งโสดดดด ราคา 60 บาทค่ะ
หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยเราก็ไปนั่งถามพี่เจ้าของที่พักว่ามีที่เที่ยวที่ไหนสวยๆไหมคะ พี่แกเลยแนะนำให้แฟนของพี่แกแนะนำเพราะแฟนพี่แกจะรู้จักที่เที่ยวสวยๆมากกว่า จากนั้นแฟนของพี่เจ้าของที่พักไม่รอช้าปักหมุดในกูเกิ้ลแมพเพี๊ยบเลยจ้าาา (ใจเย็นคุณพี่น้องจะไปไหวไหมเนี่ยยย) เขาก็บอกบางที่เป็นอุทยานซึ่งตอนนั้นอุทยานยังไม่เปิดก็ต้องตัดออกไป แต่เรามีที่นึงในใจที่ดูในกูเกิ้ลแมพแล้วอยากไปดูด้วยตาตัวเองว่ามันจะเป็นยังไงเหมือนที่จินตนาการไว้ไหม 55555 ไม่รอช้าค่ะหลังจากทานข้าวเสร็จพักสักหน่อยก็เตรียมแง๊นแล้วจ้าาา เราเริ่มออกเดินทางตอนช่วงบ่ายสองกว่าๆ แต่ก่อนออกมาพี่เจ้าของที่พักก็บอกอย่าซิ่งมากนะค่อยๆไป (ยังกะพี่สาวห่วงน้องสาว) พอเราขี่มาได้สักพักไม่ลืมที่จะถ่ายภาพระหว่างทาง อย่าช้าค่ะจอดรถ แชะ ! ไปหนึ่งที
ไปค่ะขี่ไปต่อเป้าหมายของเรา 100 กว่าโลค่ะจะช้าไม่ได้ขับไปชมวิวระหว่างทางไปฟินมากๆ แทบอยากจะนอนกลิ้งที่ข้างถนนเลยแต่ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวรถที่ผ่านไปผ่านมาเขามองไม่เห็นจะเหยียบเอา 5555 โดยระหว่างทางที่เราขี่ไปก็มีช่วงลุ้นกันแบบภาษาอีสานจะเรียกว่า "กัดแข่วยุมดาก" เลยทีเดียวเพราะว่านํ้ามันจะหมดค่ะ !! ใช่ค่ะอีกไกลด้วยค่ะกว่าจะเจอปั๊มประมาณอีก 30 กว่าโลถึงปั๊มด้วยความที่แบบอีนี่ต้องขี่ไปลุ้นไปจะหมดระหว่างทางไหมน้อ บิดแรงก็ไม่ได้ด้วยเดี๋ยวหมดไวต้องค่อยๆไปจนไปถึงปั๊มรีบเติมไปทันทีทันใด 60 บาทเก๋ๆ (ก่อนออกมาพี่เจ้าของที่พักเขาเติมมาให้เต็มถังแล้วนะคะ) พอเติมเสร็จเราก็เปิดกูเกิ้ลแมพกางดูก่อนว่าจะไปไหนดี แต่ด้วยแฟนพี่เจ้าของที่พักเขาแนะนำมาว่าเขื่อนวชิรลงกรณ์ก็สวยนะ ไม่รอช้าค่ะฉันไปที่นี้แหละ ไป!! นํ้ามันเต็มถังก็อุ่นใจบิดเร็วไวไปโลดจ้าาา จนเรามาถึงเขื่อนแล้วบอกเลยว่าใหญ่อลังสมกับ.... ที่เลื่องลือนั้นแหละค่ะ (ไม่หารโน๊ะ)
แค่นี้ว่าอลังการแล้วต้องขึ้นไปสันเขื่อนค่ะ ไปค่ะไปไม่รอช้าควบมอไซค์บิดขึ้นไปสันเขื่อน ขอบอกเลยว่าแจ่มมากกกก แจ่มแบบจัดๆเลยสมชื่อจริงๆ
โอะไม่ลืมซิกเนเจอร์แว่นโกะของเรา อิอิ
ระหว่างยืนชื่นชมอยู่ดีๆ ละอองฝนตกลงหัวค่ะ อยู่ไม่ได้แล้วววว (ตอนแรกก็คิดว่าจะกลับเลยแต่ไหนๆมันได้มาแล้วไปตรงที่ที่เราอยากไปดีกว่าแบบมันต้องให้เห็นกับตาว่ามันจะสวยแบบที่เราจินตนาการไว้ไหม) เราดูเวลาประมาณเกือบจะ 17.00 น. ก็รีบไปยังที่ตรงที่เราอยากไปต่อเลยค่ะ พอไปถึงแอบผิดหวังนิดหน่อยค่ะมันไม่เหมือนกับภาพในหัวตอนจินตนาการไว้แต่มันก็ไม่ได้แย่นะคะก็สวยเหมือนกันแต่แค่ไม่เหมือนภาพในหัวที่เราคิดไว้ก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้หายอยากรู้สีกที (ฮันแหน่ ไม่ลืมที่จะเก็บไว้หรอกนะเพราะฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้ง 100 กว่าโล !! จะให้ฉันกลับไปมือปล่าวไม่ได้มันไม่ใช่ฉัน !!)
แหมะ มันช่างหล่อเท่ห์เหมือนรถตัวเองซะจริงๆ (เช่าเขามาอย่าลืมๆ) เอาล่ะถึงเวลาต้องขี่กลับอีก 100 กว่าโล แต่วิวริมทางมันก็สวยอีกแล้วไม่แชะไม่ใช่ฉัน!!
ทิวทัศน์สวยเหมือนอยู่เมืองเหนือ อู้วววว (ฝนจะลงหัวแล้วยังมีหน้ามาถ่ายรูปอีกอีนี่นิ !!) ไปค่ะบิดต่อไปค่ะ และในส่วนนี้คือจะไม่มีรูปวิวริมทางแล้วนะคะเพราะต้องแข่งกับเวลามากเพราะใกล้มืดแต่จะขอเล่าตอนระหว่างขี่รถกลับให้ฟังนะคะก็คือตอนที่ขี่อยู่มันมืดมากแถมเสียวหลังสุดๆ (เป็นคนกลัวผีนะคะแต่พยายามหลอกตัวเองว่ามันไม่มีจริง TT__TT ) แล้วด้วยความที่แบบทางมืดลองนึกตอนขี่ทางป่าทางเขาสิคะ ไฟไม่มีมีแต่แสงไฟจากป้ายที่กระทบไฟเรามันมืดน่ากลัวมากจนมีรถมอไซค์คันนึงขี่ตามหลังเรามาแบบเหมือนบิดตาม ไอ้เราก็ด้วยความกลัวแบบถ้าเขาขี่มาเทียบเราเขาอาจจะถีบรถเราได้และอาจจะปล้นเราด้วย ด้วยความกลัวอีนี่รีบบิดหนีจ้าแต่บิดหนีไม่สู้จนมอไซค์คันนั้นแซงไปจนพอเรามองจากเสื้อกันหนาวเห็นว่าเป็นผู้หญิงเราก็โล่งใจแล้วแต่ดันเหลือบไปมองกระจกคือแบบข้างหลังมืดมากเสียวหลังสุดๆ อีนี่ก็แบบเออรีบบิดตามคันหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทางแสงไฟ ไอ้เราก็บิดบรื้นนน ตามค่ะตามยังกะเจ้าหนี้ทวงเงิน แล้วสงสัยมอไซค์ที่เราบิดตามอาจจะคิดกับเราแบบเดียวตอนแรกเลยกลายเป็นว่าเขาบิดหนีเราค่ะ ใช่ค่ะ เขาบิดหนีเราเราก็บิดตาม บิดหนีบิดตามไล่กันไปมาอยู่อย่างนั้น5555 (ก็หนูกลัวง่าาาาไปด้วยกันนะจ๊ะพี่จ๋า TT ) สุดท้ายเราก็มาถึงช่วงที่ไม่มีรถสักคันผ่านไม่มีแสงไฟ โอ้ว มันช่างน่ากลัวอะไรแบบนี้ไม่กล้ามองกระจกเลยค่ะ มองข้างหน้าอย่างเดียว หยึ จนไปถึงที่พักก็เกือบจะ 2 ทุ่ม โอะเราลืมว่าเราเติมนํ้ามันขากลับด้วย 50 บาทนะจ๊ะแฮะๆ พอถึงที่พักแบบปลอดภัยแล้วพี่เจ้าของที่พักเขาก็ถามกินอะไรมารึยัง รีบไปสั่งป้าเขาไว้นะเดี๋ยวครัวจะปิดแล้ว (พี่แกขายกับข้าวเก่งมากค่ะ ! อีนี่ก็กินบ้าจี้กินเก่งมากเช่นกันค่ะ) เราสั่งโจ๊กไก่ร้อนๆกินแก้หนาว ราคา 35 บาทค่ะ แล้วเดี๋ยวมาเล่าต่ออีกนะคะ อิอิ