คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15




รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2563
ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ และไม่มีผู้เสียชีวิต
ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,162 ราย ใน 68 จังหวัด (ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่)
-ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 33
-และไม่มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine
เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)
รักษาหายป่วยแล้ว 3,053 ราย (96.55%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 13 ราย)
ทั้งนี้ วช. ได้ปรับรูปแบบการรายงาน โดยจะรายงานรวมทั้งในส่วนประเทศไทย อาเซียน และต่างประะเทศ ในรอบรายงานเดียวกัน และยกเลิกการรายงานในรอบเย็น
ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
https://web.facebook.com/nrctofficial/posts/2886496648142555

ยอดผู้ใช้ไทยชนะ ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2563
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/157596735858659

ยอดผู้ติดเชื้อวันนี้เป็น 0
ขอบคุณทุกความร่วมมือ
ในประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 33 วันแล้ว
ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/157594845858848

กรมอนามัยแนะ มาตรการผ่อนปรนสถานประกอบการประเภทสถานที่ออกกำลังกายหรือฟิตเนส เพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 และสุขภาพอนามัยที่ดีของทุกคน
ด้วยความปรารถนาดีจาก : กรมอนามัย
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/156920805926252

การทำงานของรัฐบาลจะต้อง #New Normal ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบใหม่ ผนึกทุกภาคส่วนร่วมกันวางอนาคตประเทศไทย การประเมินผลงานภาครัฐโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง การทำงานเชิงรุก
เป้าหมายข้างหน้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองของประเทศรอเราอยู่ เส้นทางนี้ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไปถ้าเราทุกคนได้ร่วมมือกัน
ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคน เดินหน้าภารกิจสำคัญไปด้วยกัน #รวมไทยสร้างชาติ โดยคนไทยทุกคน นี่คือเวลาแห่งโอกาสที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/304105710974758

นายกรัฐมนตรีชูบทบาทสตรี ร่วมต่อสู้โควิด - 19 ในฐานะ อสม. ที่เข้มแข็ง ในเวทีการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมนอกเหนือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ผ่านระบบประชุมทางไกล เป็นการหารือร่วมกันเพื่อร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้างศักยภาพสตรี สนับสนุนบทบาทสตรีในการร่วมสร้างประชาคมอาเซียน
ประเทศไทยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพสตรีเป็นส่วนสำคัญมาโดยตลอด ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยได้ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของสตรีในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่เข้มแข็งทางการทำงานในเชิงป้องกันและการต่อสู้กับการแพร่ระบาดในชุมชน ดังนั้น จึงถือว่าเป็นหน้าด่านและทำให้ขณะนี้การควบคุมโรคเป็นไปได้ด้วยดี เพราะมีสตรี อสม. จำนวนหลายล้านคนเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานอันแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/303851184333544
นายกรัฐมนตรีเสนอ 3 แนวทาง เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนในยุคหลังโควิด-19
1. เร่งดำเนินการตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (MPAC) 2025 และส่งเสริมความเชื่อมโยงและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่ออาเซียนที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า อาเซียนควรเริ่มพิจารณาแนวทางการผ่อนคลายมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง เพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจและการเดินทางระหว่างกันของประชาชน
2. เร่งขับเคลื่อนบูรณาการทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน และเร่งลงนาม RCEP ภายในปีนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในช่วยให้อาเซียนฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าจีดีพีของอาเซียนให้สูงขึ้น ตลอดจนต้องต่อยอดจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพโดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตาม “โมเดลเศรษฐกิจ BCG”
3. เร่งเตรียมความพร้อมต่อความผันผวน และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้คณะมนตรีประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลัก เริ่มจัดทำแผนฟื้นฟู เพื่อวางแนวทางให้แก่อาเซียนในอนาคต โดยต่อยอดจากความสำเร็จต่าง ๆ และควรครอบคลุมประเด็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ และการป้องกันแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ด้วย
(คลิป)
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/303438857708110

โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา)เป็นการยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน โดยรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา)ระยะทาง 253 กิโลเมตร 6 สถานี ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 179,412.21 ล้านบาท ฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมดและดำเนินการก่อสร้างงานโยธาส่วนฝ่ายจีน ออกแบบรายละเอียดงานโยธา ควบคุมการก่อสร้างงานโยธา ออกแบบและติดตั้งงานระบบราง ระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบควบคุมการเดินรถและจัดหาขบวนรถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งสัญญาการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 มีการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 28 โดยเห็นชอบวงเงินสัญญา 2.3 วงเงิน 50,633,500,000 บาท คาดว่าจะลงนามสัญญาไม่เกิน ต.ค.63และออก NTP ให้ฝ่ายจีนออกแบบงานระบบ 275 วัน คาดว่าจะเริ่มชำระค่างานในปี 2564 จนครบสัญญา สัญญามีอายุ 64 เดือน คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการปี 2569 คาดว่ากรอบวงเงินจะอยู่ที่ 179,412.21 ล้านบาท ตามที่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
https://web.facebook.com/DrNarumonP/posts/605952806992402

ความคืบหน้างานก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ครบทุกตอน ประมาณเดือนกันยายน 2563 โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ 36 - 40 เดือน แล้วเสร็จประมาณปลายปี พ.ศ. 2566 โดยโครงการเริ่มเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ครม. อนุมัติในหลักการให้กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคมดำเนินการ ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,930 ล้านบาท (ค่าก่อสร้างและค่าจ้างควบคุมงาน) เป็นเงินที่ฝ่ายไทยรับผิดชอบ 2,630 ล้านบาท ฝ่าย สปป.ลาว รับผิดชอบ จำนวน 1,300 ล้านบาท
ตลอดจนอนุมัติการจัดทำและลงนามร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคําไซ) และอนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศ จัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้แทนสำ หรับการลงนามความตกลงดังกล่าว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
วันที่ 14 มิถุนายน 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐบาลไทย) และรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง (รัฐบาล สปป.ลาว) ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการก่อสร้างฯ ณ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ โดยเนื้อหาตามความตกลงฯ ในข้อ 6 รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล สปป.ลาว จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการร่วมกัน
https://web.facebook.com/DrNarumonP/posts/605449390376077




รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2563
ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ และไม่มีผู้เสียชีวิต
ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,162 ราย ใน 68 จังหวัด (ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่)
-ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 33
-และไม่มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine
เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)
รักษาหายป่วยแล้ว 3,053 ราย (96.55%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 13 ราย)
ทั้งนี้ วช. ได้ปรับรูปแบบการรายงาน โดยจะรายงานรวมทั้งในส่วนประเทศไทย อาเซียน และต่างประะเทศ ในรอบรายงานเดียวกัน และยกเลิกการรายงานในรอบเย็น
ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
https://web.facebook.com/nrctofficial/posts/2886496648142555

ยอดผู้ใช้ไทยชนะ ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2563
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/157596735858659

ยอดผู้ติดเชื้อวันนี้เป็น 0
ขอบคุณทุกความร่วมมือ
ในประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 33 วันแล้ว
ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/157594845858848

กรมอนามัยแนะ มาตรการผ่อนปรนสถานประกอบการประเภทสถานที่ออกกำลังกายหรือฟิตเนส เพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 และสุขภาพอนามัยที่ดีของทุกคน
ด้วยความปรารถนาดีจาก : กรมอนามัย
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/156920805926252

การทำงานของรัฐบาลจะต้อง #New Normal ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบใหม่ ผนึกทุกภาคส่วนร่วมกันวางอนาคตประเทศไทย การประเมินผลงานภาครัฐโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง การทำงานเชิงรุก
เป้าหมายข้างหน้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองของประเทศรอเราอยู่ เส้นทางนี้ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไปถ้าเราทุกคนได้ร่วมมือกัน
ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคน เดินหน้าภารกิจสำคัญไปด้วยกัน #รวมไทยสร้างชาติ โดยคนไทยทุกคน นี่คือเวลาแห่งโอกาสที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/304105710974758

นายกรัฐมนตรีชูบทบาทสตรี ร่วมต่อสู้โควิด - 19 ในฐานะ อสม. ที่เข้มแข็ง ในเวทีการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมนอกเหนือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ผ่านระบบประชุมทางไกล เป็นการหารือร่วมกันเพื่อร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้างศักยภาพสตรี สนับสนุนบทบาทสตรีในการร่วมสร้างประชาคมอาเซียน
ประเทศไทยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพสตรีเป็นส่วนสำคัญมาโดยตลอด ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยได้ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของสตรีในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่เข้มแข็งทางการทำงานในเชิงป้องกันและการต่อสู้กับการแพร่ระบาดในชุมชน ดังนั้น จึงถือว่าเป็นหน้าด่านและทำให้ขณะนี้การควบคุมโรคเป็นไปได้ด้วยดี เพราะมีสตรี อสม. จำนวนหลายล้านคนเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานอันแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/303851184333544
นายกรัฐมนตรีเสนอ 3 แนวทาง เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนในยุคหลังโควิด-19
1. เร่งดำเนินการตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (MPAC) 2025 และส่งเสริมความเชื่อมโยงและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่ออาเซียนที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า อาเซียนควรเริ่มพิจารณาแนวทางการผ่อนคลายมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง เพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจและการเดินทางระหว่างกันของประชาชน
2. เร่งขับเคลื่อนบูรณาการทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน และเร่งลงนาม RCEP ภายในปีนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในช่วยให้อาเซียนฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าจีดีพีของอาเซียนให้สูงขึ้น ตลอดจนต้องต่อยอดจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพโดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตาม “โมเดลเศรษฐกิจ BCG”
3. เร่งเตรียมความพร้อมต่อความผันผวน และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้คณะมนตรีประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลัก เริ่มจัดทำแผนฟื้นฟู เพื่อวางแนวทางให้แก่อาเซียนในอนาคต โดยต่อยอดจากความสำเร็จต่าง ๆ และควรครอบคลุมประเด็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ และการป้องกันแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ด้วย
(คลิป)
https://web.facebook.com/PMOCNEWS/posts/303438857708110

โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา)เป็นการยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน โดยรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา)ระยะทาง 253 กิโลเมตร 6 สถานี ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 179,412.21 ล้านบาท ฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมดและดำเนินการก่อสร้างงานโยธาส่วนฝ่ายจีน ออกแบบรายละเอียดงานโยธา ควบคุมการก่อสร้างงานโยธา ออกแบบและติดตั้งงานระบบราง ระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบควบคุมการเดินรถและจัดหาขบวนรถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งสัญญาการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 มีการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 28 โดยเห็นชอบวงเงินสัญญา 2.3 วงเงิน 50,633,500,000 บาท คาดว่าจะลงนามสัญญาไม่เกิน ต.ค.63และออก NTP ให้ฝ่ายจีนออกแบบงานระบบ 275 วัน คาดว่าจะเริ่มชำระค่างานในปี 2564 จนครบสัญญา สัญญามีอายุ 64 เดือน คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการปี 2569 คาดว่ากรอบวงเงินจะอยู่ที่ 179,412.21 ล้านบาท ตามที่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
https://web.facebook.com/DrNarumonP/posts/605952806992402

ความคืบหน้างานก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ครบทุกตอน ประมาณเดือนกันยายน 2563 โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ 36 - 40 เดือน แล้วเสร็จประมาณปลายปี พ.ศ. 2566 โดยโครงการเริ่มเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ครม. อนุมัติในหลักการให้กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคมดำเนินการ ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,930 ล้านบาท (ค่าก่อสร้างและค่าจ้างควบคุมงาน) เป็นเงินที่ฝ่ายไทยรับผิดชอบ 2,630 ล้านบาท ฝ่าย สปป.ลาว รับผิดชอบ จำนวน 1,300 ล้านบาท
ตลอดจนอนุมัติการจัดทำและลงนามร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคําไซ) และอนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศ จัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้แทนสำ หรับการลงนามความตกลงดังกล่าว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
วันที่ 14 มิถุนายน 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐบาลไทย) และรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง (รัฐบาล สปป.ลาว) ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการก่อสร้างฯ ณ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ โดยเนื้อหาตามความตกลงฯ ในข้อ 6 รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล สปป.ลาว จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการร่วมกัน
https://web.facebook.com/DrNarumonP/posts/605449390376077
แสดงความคิดเห็น
💜/มาลาริน/อายไหมคะคนต้านพ.ร.ก..วันนี้ติดเชื้อเป็น 0 โพลให้รัฐบาลสอบผ่าน เชื่อมั่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมีส่วนควบคุมโควิดด้วย
วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 10.53 น.
27 มิถุนายน 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย วันนี้ ไม่พบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ และผู้ติดเชื้อในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,162 ราย หายป่วยสะสม 3,050 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 33 วัน
สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 9,904,963 ราย และเสียชีวิต 496,866 ราย ส่วนคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศและจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันเดียวกันนี้ 2 เที่ยวบิน จำนวน 287 ราย ในวันที่ 28 มิ.ย. มี 5 เที่ยวบิน จำนวน 596 ราย
https://www.naewna.com/local/501822
27 มิถุนายน 2563 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประเมินความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการ COVID-19” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,214 คน พบว่า.....💜
ในภาพรวมประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการ COVID-19 ในด้านต่างๆ เฉลี่ย 3.79 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ซึ่งแปลผลได้ว่ามีความพึงพอใจมาก โดยด้านที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ COVID-19 ได้ 4.23 คะแนน (ความพึงพอใจมากที่สุด)
รองลงมาคือ การบริหารจัดการ ควบคุม แก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ 4.08 คะแนน (ความพึงพอใจมาก) การบริหารจัดการจัดการเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนและการต่อต้านและป้องกันข่าวลวง (fake news) ได้ 3.43 คะแนนเท่ากัน (ความพึงพอใจมาก)
เมื่อถามว่ากังวลต่อการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในรอบ 2 มากน้อยเพียงใดพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 50.5 มีความกังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 49.5 กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินมีส่วนต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 มากน้อยเพียงใดพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.7 มีส่วนต่อการควบคุมค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 23.3 มีส่วนต่อการควบคุมค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.3 เห็นว่าเป็นด้านความเป็นอยู่ของประชาชน รักษาระยะห่าง ใช้ชีวิต New Normal รองลงมาร้อยละ 42.8 เห็นว่าเป็นด้านเศรษฐกิจ การค้าต่างประเทศ และร้อยละ 32.5 เห็นว่าเป็นด้านการสาธารณสุข พัฒนาการรักษา วัคซีนป้องกัน
https://www.naewna.com/local/501815
ว้าว...ๆๆ เป็นข่าวดีในวันหยุดค่ะ...💃