สวัสดีค่ะ ปัจจุบันนี่เราอายุ 20 ปี เรียนอยู่มหาลัยสีชมพูแถวสามย่านค่ะ จะบอกว่าชีวิตนี้ไม่คิดว่าตัวเองจะพิมพ์แบบนี้ในพันทิปเลยค่ะ ขอบพระคุณสำหรับพื้นที่นี้มากๆนะคะ ส่วนตัวแล้วทางนี้อึดอัดใจมากๆค่ะ เริ่มต้นมาด้วยการที่จะเข้ามหาวิทยาลัยสีชมพู ซึ่งมันไม่ง่ายเลย ละทำให้มีปัญหาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ขอเกริ่นปัญหาคร่าวๆที่แสนยาวนะกันนะคะ เริ่มต้นด้วย ครอบครัวมี 4 คน พ่อ แม่ เรา และน้องชาย
-ช่วงสอบเพื่อเข้ามหาลัย
แต่ก่อนเราคิดว่าเงิน ไม่มีปัญหาสำหรับเราเลย เราเรียนนู้นเรียนนี่ตลอด พ่อแม่ support ทางด้านการเงินสำหรับการเรียนอย่างดี เราก็ขยันอ่านหนังสือค่ะ ขยันจนลืมความสัมพันธ์ของครอบครัวไป เราไม่ค่อยคุยกับพ่อแม่ สัปดาห์นึงคือออกจากบ้านไปอ่านหนังสือกับเพื่อน ไปอ่านหนังสือคนเดียวที่ร้านกาแฟจนเสพติดการอ่านข้างนอกเป็นเรื่องปกติของเราไปแล้ว การที่เราไม่คุยกับท่าน + ท่านไม่รู้ว่าชีวิตนี้เรามาเจอกับอะไรบ้าง การไม่ได้เปิดใจคุยเรื่องทัศนคติการมองทำให้ท่านคิดว่าเรายังมีนิสัยเดิมๆอยู่ ก็คือนิสัยที่ไม่ดีในตอนเด็กค่ะ นอกจากเรื่องการเรียน ท่านคิดว่าเราเป็นเด็กนิสัยไม่ดีค่ะ ไม่ช่วยเหลือพ่อแม่ ชอบเถียง ดื้อ อันนี้ไม่ได้คิดไปเองนะค่ะ พ่อแม่ด่าเราแบบนี้ตลอดเวลาค่ะ เวลาไปไหน แม้กระทั่งไปต่างประเทศเกือบทุกรอบ เราทะเลาะกับพ่อตลอดค่ะ ทั้งๆที่เรารักพ่อมากๆ เรามีประเด็นความคิดเห็นที่ขัดแย้งตลอด จนกระทั่งเราเงียบค่ะ ปล่อยผ่านไปไม่สนใจ สอบมหาลัยติด ตอนนั้นดีใจมากค่ะ เราทำให้พ่อแม่ภูมิใจสักทีทั้งๆที่เค้าไม่ได้คาดหวังเรานะคะ แต่55555555ไม่รู้สิคะ นับตั้งแต่นั้นมา เราไปทานข้าวข้างนอกกับเพื่อน ส่วน พ่อแม่น้องชายเราทานกัน3คนไม่ว่าจะเป็นนอกบ้านหรือในบ้าน จนกระทั่งมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ "ลูกไม่ต้องไปหรอก เดะน้องป๊าม้าไปกันเอง อยู่บ้านก็ดีได้ไม่ต้องทะเลาะกับป๊า" ตอนนั้นฟังละมันเฉยๆนะคะ ตอนนี้ยิ่งหนักค่ะ จุกอกอย่างบอกไม่ถูก ตอนขึ้นปีหนึ่ง ชีวิตเราก็ต้องเจอเพื่อนมหาลัย เริ่มเข้าสังคม แต่การเงินบ้านเราเริ่มแย่ค่ะ เรารู้สึกเริ่มหันมามองตัวเอง ในด้านการพัฒนาบุคลิกภายนอก เราอยากทำนู้นทำนี่ อยากมีแบบคนอื่นบ้าง แต่เราก็ไม่อะไรนะคะ เราก็ปลงค่ะ ความอยากได้หรืออะไร แต่ที่แน่ๆคือ เรายิ่งมีเพื่อนเยอะค่ะ การมีเพื่อนเยอะ เราก็ออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนมากขึ้นไปอีก ทำให้เราแทบไม่มีคุยกับครอบครัว ถึงมีเวลา เราก็เอาไปคุยกับเพื่อน แต่เรารู้สึกว่าที่คุยเพราะบางทีเรามีปัญหาชีวิตอะไร ปรึกษาท่านละท่านไม่ค่อยรับฟังเราเท่าไหร่อะค่ะท่านก็ทำงาน คุยกันเองอยู่สองคน ส่วนตัวเรากำลังจะเป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ไม่มาสอนเรานะคะ ว่า how to ผู้ใหญ่ how to เข้าสังคม แต่ท่านกลับให้เราดำเนินชีวิตด้วยตัวของเราเอง คือก็เข้าใจนะคะ แต่บางทีก็รู้สึกอ้จฉาครอยครัวคนอื่นนะคะ ที่เค้ามีพ่อแม่เข้าใจลูก รู้สึกเพราะเราทำให้ความสัมพันหายไป แต่เราก็พยายามแล้วนะคะ พยายามเล่า เค้ากลับมองว่าความคิดของเรา มันเป็นความคิดที่เห็นแก่ค่านิยม ยึดติดกับวัตถุนิยมจนเกินไป แต่เราเปล่าเลย เราไม่ได้ขออะไรท่าน เราแค่บอก แต่ท่านกลับตัดสินใจแบบผิดๆ เราอธิบายไรไป ท่านไม่เปิดใจรับฟังเราเลยค่ะตอนนี้เรามีแฟน บางทีเราอยากออกไปนู้นนี้กับแฟน เพราะพอเราพูดกับพ่อแม่ ท่านก็บอกว่าไม่ไป เคยคิดจะหางานทำบ้างมั้ย เอาแต่ใช้เงิน เราก็เลยหางานทำ แต่ไม่มีใครรับ เราส่งเรซูเม่ไป เค้าก็ไม่รับทำงานเป็นแรงงาน เค้าบอกว่าเด็กแบบนี้มีแต่ไปฝึกงานกัน ไม่มีใครเค้ามาทำในร้านชำระสินค้าอะไรหรอกนะ พอเราไปบอกท่าน ท่านก็เข้าใจค่ะ เพราะว่าอีกไม่กี่เดือนจะเปิดเทอม เค้าก็คงอยากรับประจำกัน ตอนนี้เราก็หันมาเล่นหุ้น แต่เรารู้สึกว่า ตอนนี้สถานะการเงินบ้านเรามันแย่ เราก็อยากมีเงินใช้ตังกับคนอื่น แต่เราก็ต้องเก็บออมเพื่ออนาคต บางทีเราก็ดันคิดค่ะว่าการมีแฟน ณ ตอนนี้ของเรามันไม่พร้อมเลยสำหรับการมีแฟน เราติดสถานะการเงินไปหมด การมีแฟนเราก็ต้องพร้อมด้วยสำหรับการจะออกไปทานข้าว หาอะไรทำกัน ไปเที่ยว แต่เราไม่มีค่ะ เรารู้สึกว่า หรือเราควรบอกเลืกคบแฟนดีมั้ยคะที่คบกันมา 6 เดือน แต่ผ่านอะไรมาเยอะนะคะ เพราะมันมีปัญหามากมายเหลือเกิน หรือเราควรปรึกษาจิตแพทย์ดีมั้ยคะ บางทีเราก็อยากออกจากครอบครัวนี้ค่ะ เราอยากไปปรึกษาจิตแพทย์ดู เราแค่คิดว่าถ้าเราออกไปจากครอยครัวนี่ได้ แบบไม่ต้องพึ่งอะไร มันคงจะดีกว่านี้ ดีกว่าที่เราอยู่แบบนี้ มานั่งขอเงินไปวันๆ ละก็โดนเค้าหาว่าเราเป็นลูกหนี้เค้า พ่อแม่เค้าไม่ได้เป็นหนี้อะไรกับเรา ทำไมเค้าต้องให้ คือ มันก็จริงค่ะ แต่จะทำให้เราเกิดมาทำไมหรอคะ เราผิดหรอคะที่เราอยู่สังคมแบบนี้ แต่สังคมนี้ก็ทำให้เราดีในอนาคตไม่ใช่หรอคะ ละการเสียเงินกับการเข้าสังคม มันวัตถุนิยมมากหรอคะ สิ่งที่เราคิด เรากลับพูดไม่ได้
เคยระเบิดไปแล้วรอบนึง เค้าหาว่าเราเป็นเด็กเก็บกด 55555555 ไม่รู้สิคะ หรือว่า เราต้องไปพบจิตแพทย์คะ บางทีก็อยากคุยไปเลย ให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ควรปรับเปลื่ยนทัศนคติของตนเอง
ตอนนี้โดนกดดันแต่เรื่องเงินไปหมดเลยค่ะ แต่เราทำไรไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ก็ทำธุรกิจออนไลน์กับเพื่อน ก็พอขายได้บ้างขายไม่ได้บ้าง เป็นเรื่องปกติ เงินเรายังต้องขอเค้า ตอนที่ระเบิดก็ถามเค้าไปนะคะ ว่า เค้าทำให้เรารู้สึกหน้าด้านที่เรามาขอเงินเค้าแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นเงินไม่ถึงหลักพันในการใช้ประจำสัปดาห์ อยากจะถามว่า อยากจะให้เงินเราอยู่มั้ย เพราะเรารู้สึกหน้าด้านเหลือเกิน ถ้าไม่ให้ เราก็คงต้องออกไปใช้ชีวิต เพราะแม้กระทั่งบ้าน เราก็รู้สึกว่ามันเป็นที่ของเค้า
สำหรับพ่อเรานะคะ ไม่รู้ด้วยซ้ำค่ะว่าเราถามคำถามนี้ เพราะตอนนั้นเราร้องไห้หนักมาก เราถามคำถามนี้กับแม่ แม่เราก็บอกว่าให้อยู่แล้ว แม่รักเรา เราก็ดีใจมากค่ะ เต็มเปื่ยมด้วยความดีใจจริงๆ แต่พอมาตอนเช้า พ่อเราก็เอาแต่ด่าเราค่ะ ที่เราไปทะเลาะกับแม่ ไปถามคำถามแบบนั้นกับแม่ บอกว่าเราเถียงไปเราต้องการชนะหรอ ชนะละมันรู้สึกดีมั้ย เราก็เถียงในรถ ว่าป่าวเลย ไม่ได้ต้องการจะชนะ แค่ต้องการคนรับฟัง พ่อบอกบาวทีอยู่เงัยบๆก็ดี การไม่พูดอะไรมันก็ดี แค่แกจะเถียงพ่อแม่แกก็ผิดแล้ว
ตอนนั้นไม่รู้สิคะ เอือมระอามากค่ะ ถ้าความคิดของเราผิดก็บอกทีนะคะ เราคิดว่า mindset ของเราเราไม่อยากป่วยเพราะพ่อแม่ หรือไม่อย่กเป็นเด็กมีปม ไม่อยากเป็นเด็กเก็บกดนะคะ
แต่ก็นั้นแหละค่ะ อยากจะถามคนอื่นว่า มีใครเจอแบบนี้บ้างมั้ยคะ หรือจะให้คิดว่ามีคนที่ยังหนักกว่านี้ ก็ขอบคุณนะคะ ถึงจะหนักหรือไม่หนักมันก็ควรแก้ไขที่อะไรบาางอย่างใช่มั้ยคะ … ตอนนี้ปีสองขึ้นปีสามแล้วค่ะ รู้สึกความคิดของเรายิ่งโตขึ้นแต่เค้ากลับมองว่าเราทำตัวเด็กตลอด ทั้งๆที่ ทำไมเราต้องสนทนาเครียดๆกันตลอดเวลาหรอคะ ครอบครัวควรเป็น safe zone ให้เราแสดงความน่ารักไม่ได้หรอคะ พอแสดงความน่ารัก ความตลก เค้ากลับมองว่าปัญญาอ่อนค่ะ ไม่รู้สิคะ ทำไมต้องซีเรียสกันตลอดเวลา เข้าใจนะคะหาเงินมันเหนื่อย แต่ตอนนี้เราอยากเป็นเด็กที่แฮ้ปปี้กับชีวิตพร้อมโตในวันข้างหน้า อะไรที่ช่วยได้เราก็ช่วย แต่ว่าเห้ออออออออออ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วขอบคุณมากๆนะคะทุกคน
Sincerely,
จขกท
อะไรที่ทำให้ครอบครัวยังเป็นอยู่หรอคะ
-ช่วงสอบเพื่อเข้ามหาลัย
แต่ก่อนเราคิดว่าเงิน ไม่มีปัญหาสำหรับเราเลย เราเรียนนู้นเรียนนี่ตลอด พ่อแม่ support ทางด้านการเงินสำหรับการเรียนอย่างดี เราก็ขยันอ่านหนังสือค่ะ ขยันจนลืมความสัมพันธ์ของครอบครัวไป เราไม่ค่อยคุยกับพ่อแม่ สัปดาห์นึงคือออกจากบ้านไปอ่านหนังสือกับเพื่อน ไปอ่านหนังสือคนเดียวที่ร้านกาแฟจนเสพติดการอ่านข้างนอกเป็นเรื่องปกติของเราไปแล้ว การที่เราไม่คุยกับท่าน + ท่านไม่รู้ว่าชีวิตนี้เรามาเจอกับอะไรบ้าง การไม่ได้เปิดใจคุยเรื่องทัศนคติการมองทำให้ท่านคิดว่าเรายังมีนิสัยเดิมๆอยู่ ก็คือนิสัยที่ไม่ดีในตอนเด็กค่ะ นอกจากเรื่องการเรียน ท่านคิดว่าเราเป็นเด็กนิสัยไม่ดีค่ะ ไม่ช่วยเหลือพ่อแม่ ชอบเถียง ดื้อ อันนี้ไม่ได้คิดไปเองนะค่ะ พ่อแม่ด่าเราแบบนี้ตลอดเวลาค่ะ เวลาไปไหน แม้กระทั่งไปต่างประเทศเกือบทุกรอบ เราทะเลาะกับพ่อตลอดค่ะ ทั้งๆที่เรารักพ่อมากๆ เรามีประเด็นความคิดเห็นที่ขัดแย้งตลอด จนกระทั่งเราเงียบค่ะ ปล่อยผ่านไปไม่สนใจ สอบมหาลัยติด ตอนนั้นดีใจมากค่ะ เราทำให้พ่อแม่ภูมิใจสักทีทั้งๆที่เค้าไม่ได้คาดหวังเรานะคะ แต่55555555ไม่รู้สิคะ นับตั้งแต่นั้นมา เราไปทานข้าวข้างนอกกับเพื่อน ส่วน พ่อแม่น้องชายเราทานกัน3คนไม่ว่าจะเป็นนอกบ้านหรือในบ้าน จนกระทั่งมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ "ลูกไม่ต้องไปหรอก เดะน้องป๊าม้าไปกันเอง อยู่บ้านก็ดีได้ไม่ต้องทะเลาะกับป๊า" ตอนนั้นฟังละมันเฉยๆนะคะ ตอนนี้ยิ่งหนักค่ะ จุกอกอย่างบอกไม่ถูก ตอนขึ้นปีหนึ่ง ชีวิตเราก็ต้องเจอเพื่อนมหาลัย เริ่มเข้าสังคม แต่การเงินบ้านเราเริ่มแย่ค่ะ เรารู้สึกเริ่มหันมามองตัวเอง ในด้านการพัฒนาบุคลิกภายนอก เราอยากทำนู้นทำนี่ อยากมีแบบคนอื่นบ้าง แต่เราก็ไม่อะไรนะคะ เราก็ปลงค่ะ ความอยากได้หรืออะไร แต่ที่แน่ๆคือ เรายิ่งมีเพื่อนเยอะค่ะ การมีเพื่อนเยอะ เราก็ออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนมากขึ้นไปอีก ทำให้เราแทบไม่มีคุยกับครอบครัว ถึงมีเวลา เราก็เอาไปคุยกับเพื่อน แต่เรารู้สึกว่าที่คุยเพราะบางทีเรามีปัญหาชีวิตอะไร ปรึกษาท่านละท่านไม่ค่อยรับฟังเราเท่าไหร่อะค่ะท่านก็ทำงาน คุยกันเองอยู่สองคน ส่วนตัวเรากำลังจะเป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ไม่มาสอนเรานะคะ ว่า how to ผู้ใหญ่ how to เข้าสังคม แต่ท่านกลับให้เราดำเนินชีวิตด้วยตัวของเราเอง คือก็เข้าใจนะคะ แต่บางทีก็รู้สึกอ้จฉาครอยครัวคนอื่นนะคะ ที่เค้ามีพ่อแม่เข้าใจลูก รู้สึกเพราะเราทำให้ความสัมพันหายไป แต่เราก็พยายามแล้วนะคะ พยายามเล่า เค้ากลับมองว่าความคิดของเรา มันเป็นความคิดที่เห็นแก่ค่านิยม ยึดติดกับวัตถุนิยมจนเกินไป แต่เราเปล่าเลย เราไม่ได้ขออะไรท่าน เราแค่บอก แต่ท่านกลับตัดสินใจแบบผิดๆ เราอธิบายไรไป ท่านไม่เปิดใจรับฟังเราเลยค่ะตอนนี้เรามีแฟน บางทีเราอยากออกไปนู้นนี้กับแฟน เพราะพอเราพูดกับพ่อแม่ ท่านก็บอกว่าไม่ไป เคยคิดจะหางานทำบ้างมั้ย เอาแต่ใช้เงิน เราก็เลยหางานทำ แต่ไม่มีใครรับ เราส่งเรซูเม่ไป เค้าก็ไม่รับทำงานเป็นแรงงาน เค้าบอกว่าเด็กแบบนี้มีแต่ไปฝึกงานกัน ไม่มีใครเค้ามาทำในร้านชำระสินค้าอะไรหรอกนะ พอเราไปบอกท่าน ท่านก็เข้าใจค่ะ เพราะว่าอีกไม่กี่เดือนจะเปิดเทอม เค้าก็คงอยากรับประจำกัน ตอนนี้เราก็หันมาเล่นหุ้น แต่เรารู้สึกว่า ตอนนี้สถานะการเงินบ้านเรามันแย่ เราก็อยากมีเงินใช้ตังกับคนอื่น แต่เราก็ต้องเก็บออมเพื่ออนาคต บางทีเราก็ดันคิดค่ะว่าการมีแฟน ณ ตอนนี้ของเรามันไม่พร้อมเลยสำหรับการมีแฟน เราติดสถานะการเงินไปหมด การมีแฟนเราก็ต้องพร้อมด้วยสำหรับการจะออกไปทานข้าว หาอะไรทำกัน ไปเที่ยว แต่เราไม่มีค่ะ เรารู้สึกว่า หรือเราควรบอกเลืกคบแฟนดีมั้ยคะที่คบกันมา 6 เดือน แต่ผ่านอะไรมาเยอะนะคะ เพราะมันมีปัญหามากมายเหลือเกิน หรือเราควรปรึกษาจิตแพทย์ดีมั้ยคะ บางทีเราก็อยากออกจากครอบครัวนี้ค่ะ เราอยากไปปรึกษาจิตแพทย์ดู เราแค่คิดว่าถ้าเราออกไปจากครอยครัวนี่ได้ แบบไม่ต้องพึ่งอะไร มันคงจะดีกว่านี้ ดีกว่าที่เราอยู่แบบนี้ มานั่งขอเงินไปวันๆ ละก็โดนเค้าหาว่าเราเป็นลูกหนี้เค้า พ่อแม่เค้าไม่ได้เป็นหนี้อะไรกับเรา ทำไมเค้าต้องให้ คือ มันก็จริงค่ะ แต่จะทำให้เราเกิดมาทำไมหรอคะ เราผิดหรอคะที่เราอยู่สังคมแบบนี้ แต่สังคมนี้ก็ทำให้เราดีในอนาคตไม่ใช่หรอคะ ละการเสียเงินกับการเข้าสังคม มันวัตถุนิยมมากหรอคะ สิ่งที่เราคิด เรากลับพูดไม่ได้
เคยระเบิดไปแล้วรอบนึง เค้าหาว่าเราเป็นเด็กเก็บกด 55555555 ไม่รู้สิคะ หรือว่า เราต้องไปพบจิตแพทย์คะ บางทีก็อยากคุยไปเลย ให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ควรปรับเปลื่ยนทัศนคติของตนเอง
ตอนนี้โดนกดดันแต่เรื่องเงินไปหมดเลยค่ะ แต่เราทำไรไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ก็ทำธุรกิจออนไลน์กับเพื่อน ก็พอขายได้บ้างขายไม่ได้บ้าง เป็นเรื่องปกติ เงินเรายังต้องขอเค้า ตอนที่ระเบิดก็ถามเค้าไปนะคะ ว่า เค้าทำให้เรารู้สึกหน้าด้านที่เรามาขอเงินเค้าแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นเงินไม่ถึงหลักพันในการใช้ประจำสัปดาห์ อยากจะถามว่า อยากจะให้เงินเราอยู่มั้ย เพราะเรารู้สึกหน้าด้านเหลือเกิน ถ้าไม่ให้ เราก็คงต้องออกไปใช้ชีวิต เพราะแม้กระทั่งบ้าน เราก็รู้สึกว่ามันเป็นที่ของเค้า
สำหรับพ่อเรานะคะ ไม่รู้ด้วยซ้ำค่ะว่าเราถามคำถามนี้ เพราะตอนนั้นเราร้องไห้หนักมาก เราถามคำถามนี้กับแม่ แม่เราก็บอกว่าให้อยู่แล้ว แม่รักเรา เราก็ดีใจมากค่ะ เต็มเปื่ยมด้วยความดีใจจริงๆ แต่พอมาตอนเช้า พ่อเราก็เอาแต่ด่าเราค่ะ ที่เราไปทะเลาะกับแม่ ไปถามคำถามแบบนั้นกับแม่ บอกว่าเราเถียงไปเราต้องการชนะหรอ ชนะละมันรู้สึกดีมั้ย เราก็เถียงในรถ ว่าป่าวเลย ไม่ได้ต้องการจะชนะ แค่ต้องการคนรับฟัง พ่อบอกบาวทีอยู่เงัยบๆก็ดี การไม่พูดอะไรมันก็ดี แค่แกจะเถียงพ่อแม่แกก็ผิดแล้ว
ตอนนั้นไม่รู้สิคะ เอือมระอามากค่ะ ถ้าความคิดของเราผิดก็บอกทีนะคะ เราคิดว่า mindset ของเราเราไม่อยากป่วยเพราะพ่อแม่ หรือไม่อย่กเป็นเด็กมีปม ไม่อยากเป็นเด็กเก็บกดนะคะ
แต่ก็นั้นแหละค่ะ อยากจะถามคนอื่นว่า มีใครเจอแบบนี้บ้างมั้ยคะ หรือจะให้คิดว่ามีคนที่ยังหนักกว่านี้ ก็ขอบคุณนะคะ ถึงจะหนักหรือไม่หนักมันก็ควรแก้ไขที่อะไรบาางอย่างใช่มั้ยคะ … ตอนนี้ปีสองขึ้นปีสามแล้วค่ะ รู้สึกความคิดของเรายิ่งโตขึ้นแต่เค้ากลับมองว่าเราทำตัวเด็กตลอด ทั้งๆที่ ทำไมเราต้องสนทนาเครียดๆกันตลอดเวลาหรอคะ ครอบครัวควรเป็น safe zone ให้เราแสดงความน่ารักไม่ได้หรอคะ พอแสดงความน่ารัก ความตลก เค้ากลับมองว่าปัญญาอ่อนค่ะ ไม่รู้สิคะ ทำไมต้องซีเรียสกันตลอดเวลา เข้าใจนะคะหาเงินมันเหนื่อย แต่ตอนนี้เราอยากเป็นเด็กที่แฮ้ปปี้กับชีวิตพร้อมโตในวันข้างหน้า อะไรที่ช่วยได้เราก็ช่วย แต่ว่าเห้ออออออออออ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วขอบคุณมากๆนะคะทุกคน
Sincerely,
จขกท