ในชีวิตของเราตั้งแต่จำความได้เราอาศัยอยู่กับแม่แค่2คนมาโดยตลอด ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย
เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาแม่เราปวดท้องอย่างหนักและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ครั้งที่2 ซึ่งครั้งนี้อาการหนึกมาก เชื้อมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วท้องแล้ว แม่เริ่มมีการเข้าออกโรงพยาบาลมากขึ้น นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อยครั้งละ10วัน การผ่าตัดครั้งที่2ก็ตามมา แม้ว่าจะทำการผ่าตัดแล้ว แต่ไม่สามารถผ่าตัดเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นออกมาได้ สิ่งที่ทำได้คือผ่าตัดใส่ถุงหน้าท้อง แต่เมื่อผ่าตัดผ่านไปร่างกายเหมือนจะทรุดลงด้วยตัวโรคที่มากขึ้น การเข้าออกโรงพยาบาลเริ่มถี่มากขึ้นจาก1เดือนมา2อาทิตย์ และ3วัน เราไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้เรียกใช้รถฉุนเฉินเลย แต่แม่อาการหนักขึ้นมากๆ ได้คุยกับแม่ตอนกลางคืน ยังเห็นท่านพูด คุยได้ดีๆ เวลาผ่านไปตี2 ท่านเริ่มมีการลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว ช่วงเช้าวันต่อมาไม่สามารถพูดหรือขยับตัวด้านซ้ายได้แล้ว การรักษาตัวครั้งสุดก็เกิดขึ้น มันเป็นครั้งสุดในชีวิตจริงๆที่เราจะได้ดูแลแม่ ได้จับมือ ได้กอด แม่ได้ไม่มีสติ ต้องให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจเนื่องจากปวดทำงานหนักต้องใช้ช่วยในการหายใจและมอร์ฟีนเพื่อให้แม่หายเหนื่อย หายปวด
แม่จากเราไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 13/06/63 เราต้องใช้ชีวิตคนเดียวในห้องเช่าที่มีความทรงจำระหว่างแม่มากมาย ไม่มีคนคอยรอเรากลับจากทำงาน ไม่คนที่เราจะโทรหาอีกแล้ว ไม่มีกับข้าวฝีมือแม่ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเพื่อนดูทีวี ห้องมันว่างเปล่าไปหมด เราควรทำไงกับความรู้สึกนี้ดี
ในวันที่สูญเสียแม่ ในวันที่ต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตคนเดียว
เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาแม่เราปวดท้องอย่างหนักและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ครั้งที่2 ซึ่งครั้งนี้อาการหนึกมาก เชื้อมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วท้องแล้ว แม่เริ่มมีการเข้าออกโรงพยาบาลมากขึ้น นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อยครั้งละ10วัน การผ่าตัดครั้งที่2ก็ตามมา แม้ว่าจะทำการผ่าตัดแล้ว แต่ไม่สามารถผ่าตัดเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นออกมาได้ สิ่งที่ทำได้คือผ่าตัดใส่ถุงหน้าท้อง แต่เมื่อผ่าตัดผ่านไปร่างกายเหมือนจะทรุดลงด้วยตัวโรคที่มากขึ้น การเข้าออกโรงพยาบาลเริ่มถี่มากขึ้นจาก1เดือนมา2อาทิตย์ และ3วัน เราไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้เรียกใช้รถฉุนเฉินเลย แต่แม่อาการหนักขึ้นมากๆ ได้คุยกับแม่ตอนกลางคืน ยังเห็นท่านพูด คุยได้ดีๆ เวลาผ่านไปตี2 ท่านเริ่มมีการลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว ช่วงเช้าวันต่อมาไม่สามารถพูดหรือขยับตัวด้านซ้ายได้แล้ว การรักษาตัวครั้งสุดก็เกิดขึ้น มันเป็นครั้งสุดในชีวิตจริงๆที่เราจะได้ดูแลแม่ ได้จับมือ ได้กอด แม่ได้ไม่มีสติ ต้องให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจเนื่องจากปวดทำงานหนักต้องใช้ช่วยในการหายใจและมอร์ฟีนเพื่อให้แม่หายเหนื่อย หายปวด
แม่จากเราไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 13/06/63 เราต้องใช้ชีวิตคนเดียวในห้องเช่าที่มีความทรงจำระหว่างแม่มากมาย ไม่มีคนคอยรอเรากลับจากทำงาน ไม่คนที่เราจะโทรหาอีกแล้ว ไม่มีกับข้าวฝีมือแม่ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเพื่อนดูทีวี ห้องมันว่างเปล่าไปหมด เราควรทำไงกับความรู้สึกนี้ดี