☯️☯️☯️/มาลาริน/"สัญญาณดี"ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯขยับขึ้นครั้งแรกรอบ 4 เดือน ยอดขายรถยนต์เดือนพ.ค.ฟื้นตัว

"สัญญาณดี"ดัชนีความเชื่อมั่นภาค อุตฯขยับขึ้นครั้งแรกรอบ 4 เดือน



นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 78.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 75.9 ในเดือนเมษายน 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ตั้งแต่มีการระบาดของไวรัส โควิด-19 หลังจากภาครัฐสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวมถึงการผ่อนคลายการห้ามออกนอกเคหะสถานหรือเคอร์ฟิวส์จากเดิมเวลา 22.00-04.00 น.เป็น 23.00-04.00 น.ส่งผลดีต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(ธปท.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.50 %ต่อปี ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการลดลง
 
ทั้งนี้ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งกระทบต่อการค้าการลงทุนและการจ้างงาน ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดย่อมประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่อ นอกจากนี้ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทมากกว่าประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการส่งออก



โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,157 รายครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคม 2563 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผู้ประกอบการ 71.2% มีความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และสงครามการค้า,สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ 47.7%,อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 43.4% และราคาน้ำมัน 32.5% ตามลำดับ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง คืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 17.6 %

สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 91.5 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.8 ในเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากผู้ประกอบการมองว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในระยะต่อไปจะส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่หลายประเทศมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เช่นกัน ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศกลับมาขยายตัว อย่างไรก็ตามค่าดัชนียังต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังไม่ดี

ทั้งนี้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐได้แก่ 1.เร่งผลักดันการใช้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 5 แสนล้านบาท รวมทั้งให้ บสย.ช่วย ค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการ SMEs 2.ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดย่อมให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น 3.ผลักดันให้ทุกหน่วยงานภาครัฐใช้ระบบ Online ในการออกใบอนุญาตและรับชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งบริการอื่นๆ

https://siamrath.co.th/n/163554

คลายล็อกดาวน์รับโควิดคลี่คลาย หนุนยอดขายรถยนต์เดือนพ.ค.ฟื้นตัว มั่นใจทั้งปีเป้า 7 แสนเป็นไปได้



นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในสถานการณ์ดีขึ้น รวมถึงมีการช่วยเหลือจากภาครัฐต่อผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ช่วยหนุนยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนพฤษภาคม 2563 ดีขึ้นกว่าเดือนเมษายน 2563 โดยทำยอดขายได้รวม 40,418 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 คิดเป็นร้อยละ 34.24 แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาร้อยละ 54.12 ส่วนยอดขายรวมในช่วง 5 เดือนแรกปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) มียอดขายรวม 270,591 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 38.18 สำหรับยอดขายรถยนต์ตลอดปี 2563 ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมียอดขายรวม 500,000-700,000 คัน น่าจะมีความเป็นไปได้ แต่ขึ้นกับสถานการณ์โควิด-19 ด้วย

ขณะที่รถจักรยานยนต์เดือนพฤษภาคม 2563 มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 เช่นกัน ด้วยยอดขายรวม 97,348 คัน แต่ยอดขายยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 23.42 ส่วนยอดขายรวมในช่วง 5 เดือนแรกปี 2563 มียอดขายรวม 606,951 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 18.36

ส่วนการส่งออกรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2563 ส่งออกได้ 29,894 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 68.64 โดยส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดตะวันออกกลาง เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลงรวมถึงผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมูลค่าการส่งออก 17,503.12 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 64.02 ส่วนยอดส่งออกรวมในช่วง 5 เดือนแรกปี 2563 มียอดรวม 300,501 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 35 มีมูลค่าส่งออกรวม 158.74 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 32.12 สำหรับเป้าการส่งออกปีนี้ตั้งไว้ที่ 500,000-700,000 คัน มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ เพราะหลายประเทศสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายปรับตัวดีขึ้น

สำหรับการผลิตรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2563 มียอดรวม 56,035 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 69.1 จากการผลิตเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 61.93 และผลิตเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 76.89 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 126.76 เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับมาเปิดทำการและโรงงานเริ่มเปิดสายการผลิตรถยนต์ การผลิตรถยนต์ 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มียอดผลิตรวม 534,428 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 40.16

ทั้งนี้หากยอดผลิตรถยนต์ 7 เดือนที่เหลือปี 2563 เพิ่มเป็นเดือนละ 60,000คันได้รวมกว่า 900,000 คันเท่านั้น แต่ถ้าหากการผลิตเพิ่มขึ้นได้เป็นเดือนละ 100,000 คัน หรือผลิตได้อีก 700,000 คัน ยอดผลิตรถยนต์รวมปี 2563 จะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคัน ขณะที่ปี 2563 มียอดผลิตรถยนต์ต่อเดือนอยู่ที่ 160,000 คัน ส่วนเป้าผลิตปี 2563 ที่ตั้งไว้ 1.4 ล้านคัน การจะทำได้มากกว่านี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก ต้องติดตามโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

https://siamrath.co.th/n/163581

สัญญาณดีขึ้นแล้ว  ก็เอามาอวดกันหน่อยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง กระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาล
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่