JJNY : คกก.ญาติวีรชนพค.35ย้ำตู่ต้องลาออก-แก้รธน./หมู่อาร์มโพสต์เหมือนลา/พิจิตรแล้งหนัก/ร้านทองหงอย/ป่วยโควิดใหม่ 5 ราย

คณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา35 ออกแถลงการณ์ รัฐไม่สร้างความปรองดอง ย้ำ บิ๊กตู่ ต้อง ลาออก-แก้รธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2226201
 
 
คณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา35 ออกแถลงการณ์ รัฐไม่สร้างความปรองดอง ย้ำ บิ๊กตู่ ต้อง ลาออก-แก้รธน.
 
วันที่ 13 มิถุนายน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35ได้ออกแถลงการณ์ ในโอกาสครบรอบ 28 ปี ของเหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2563 เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงเจตจำนงด้วยการเสียสละลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ใหม่แล้ว เพราะ ไม่ได้ปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามสัญญาและยังสืบทอดอำนาจ ทั้งนี้เพื่อเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลชุดต่อมาที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งได้เข้ามาแก้ปัญหาซึ่งถือเป็นการล้างกระดานใหม่ ก่อนที่สถานการณ์ต่างๆของบ้านเมืองจะรุมเร้าเกิดความปั่นป่วนโกลาหลและกระทบต่อสถาบันสำคัญของชาติจนไร้หนทางเยียวยาวแก้ไขได้ โดยก่อนจะลาออก3-4 เดือนให้แก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจ คณะกรรมการญาติวีรชนฯ จึงขอตอกย้ำสถานการณ์ดังนี้
 
1. การแย่งชิงตำแหน่งกันในพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล เพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกันท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากปัญหา ปากท้อง ตกงาน อันเนื่องมากจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สะท้อนให้เห็นว่านักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง สนใจแต่เพียงผลประโยชน์และพวกพ้องของตนเองมากกว่าผลประโยชน์ของชาติและประชาชนโดยรวม ซึ่งเป็นการเมืองแบบเก่า อันเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี2560ที่ร่างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อการปฏิรูป ขณะที่พรรคการเมืองอื่นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็มีความขัดแย้งภายในเช่นกัน ซึ่งตราบใดที่ยังไม่มีการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงการเมืองไทยก็จะวนเวียนอยู่ใน”การเมืองน้ำเน่า”เช่นนี้ ระบบรัฐสภาก็เป็นที่พึ่งพาไม่ได้ สุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตยและประเทศชาติกลายเป็นวงจรอุบาทว์อีก พอกันทีกับ”การเมืองน้ำเน่า”ประชาชนอดทนมามากแล้ว
 
2. พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ปฏิรูปประเทศและไม่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ หลังยึดอำนาจ22พ.ค.2557 มีการตั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วก็ยุบทิ้ง แล้วก็ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และปัจจุบันมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทั้งหมดคือการซื้อเวลาเพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น หลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด สถานการณ์โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วกลายเป็นยุค New Normal คณะกรรมการปฏิรูปเหล่านี้จึงไร้ความหมาย ระบบการเมืองไทยก็ยังเป็นแบบ Old Normal ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้ โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจที่ลุกลามทั่วโลก ในขณะที่แกนนำกลุ่มการเมืองและผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งยังติดคดีความ หากความขัดแย้งทางการเมืองขยายตัวอีก สถานการณ์จะลุกลามเกินกว่าใครจะควบคุมสถานการณ์ได้
 
3. รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีเวลาอีกไม่นานแล้วก่อนจะสายเกินไป รีบเร่งแก้ปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง เป็นเกียรติประวัติก่อนลงจากหลังเสือ โดยเฉพาะปัญหาทุนผูกขาดประเทศ ปัญหากับดักรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานไร้ความน่าเชื่อถือ จึงต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจและสังคมโดยเร่งด่วน ก่อนประเทศไทยจะเผชิญสถานการณ์วิกฤติเหมือนสหรัฐอเมริกา ปัญหาใหญ่จากความขัดแย้งกำลังจะปะทุขึ้นมาในไม่ช้า โดยเฉพาะปัญหาการเลือกปฏิบัติ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางเศรษฐกิจในสังคม คนรวยล้นฟ้า 1% กลับครอบครองโภคทรัพย์ในแผ่นดินมากมาย แต่ประชาชนกำลังเป็นทุกข์ยากจากภาวะตกงาน และกำลังจะอดตายเพราะนโยบายรัฐบาลและโครงสร้างประเทศที่ล้าหลัง
 
4. ถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็ขอให้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารประเทศไม่ใช่แต่งตั้งเพราะมีการต่อรองกัน ใครมีมือมากกว่าก็ได้กระทรวงที่มีผลประโยชน์ไปดูแล และที่สำคัญต้องโละระบบโควตา เพราะถ้ายังมีระบบนี้จะยิ่งทำให้ประเทศประสบวิกฤติหนักเข้าไปอีก และการปรับครม.ควรจะเป็นเพียงชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และทำภารกิจพิเศษ อาทิ การแก้ไขให้มีการลดค่าใช้ไฟฟ้า ประปา ราคาพลังงานและระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ถูกลงกว่าเดิม เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ด้วยการยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ทำไว้กับเอกชนเพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณอย่างแท้จริง
 
5. รัฐบาลต้องรีบแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ เนื่องจากการทำหน้าที่ของวุฒิสภามาถึงทางตันแล้ว จากการใช้อำนาจมิชอบลงมติเห็นชอบให้นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งที่ขาดคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากทำหน้าที่รัฐสภามาก่อน เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดกันชัดเจน และอย่านำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับผู้แทนปวงชนจากทุกพรรคการเมืองเพื่อเดินหน้าบ้านเมืองสู่การปรองดองสมานฉันท์โดยเร็ว
 
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35
 
13 มิถุนายน 2563
 

 
'หมู่อาร์ม' โพสต์เฟซบุ๊ก เหมือนจะอำลา นับแต่นี้ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น บอกรักพ่อแม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_2226256
 
“หมู่อาร์ม” โพสต์เฟซบุ๊ก เหมือนจะอำลา นับแต่นี้ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น บอกรักพ่อแม่
 
วันที่ 13 มิถุนายน สิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 
 
พ่อครับ แม่ครับ ผมกราบขอขมาในอดีตที่ลูกคนนี้เคยทำอะไรที่ผิดพลาดทำให้พ่อแม่ผิดหวังหลายครั้ง แต่นับจากนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมหวังว่าพ่อและแม่จะภูมิใจในตัวลูกคนนี้ในสิ่งที่ลูกได้ทำลงไปนะครับ ถ้าลูกไม่ได้อยู่ดูแลพ่อกับแม่แล้ว ก็อย่าโกรธลูกนะ ดูแลตัวเองด้วย วันนี้ผมรู้แล้วว่าพ่อกับแม่รักและเป็นห่วงลูกมาก ลูกคนนี้ขอตอบแทนบุญคุณภาษีประชาชนและแผ่นดินสักครั้งแค่นั้นเอง อยู่มา 33 ปี ผมไม่เคยบอกอะไรพ่อกับแม่เลย วันนี้ผมจะบอกพ่อกับแม่ครับ #ผมรักพ่อและแม่มากๆ ขอบคุณที่เลี้ยงผมมาให้ผมได้มีวันนี้ #จากใจหมู่อาร์ม #สู้แค่ตาย
 
https://www.facebook.com/lac.narongchai.jah/posts/2960367064058056
 


พิจิตรแล้งหนัก แหล่งน้ำอนุรักษ์แห้งขอดกระทบสัตว์น้ำ สวนกล้วยขาดน้ำเหี่ยวเฉาผลผลิตเสียหาย
https://www.matichon.co.th/region/news_2226358

พิจิตรแล้ง แหล่งน้ำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแห้งขอด กระทบกับสัตว์น้ำ เขตอภัยทานหน้าวัด ขณะที่สวนกล้วยน้ำว้า ที่กำลังให้ผลิต ลำต้นหักกลางตาย เหี่ยวเฉา ผลผลิตเสียหาย จากขาดน้ำ
 
วันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ คลองทองหลาง ในตำบลห้วยเกตุ อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่เป็นคลองโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ของกรมทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม  ระยะ ทาง 5 กิโลเมตร ต้องมีสภาพภายในคลองน้ำแห้งจนเห็นผืนดินกลางลำคลองที่แห้งแตกระแหงไม่มีน้ำเหลืออยู่ในคลอง ส่งผลกระทบ กับ สัตว์น้ำ โดยเฉพาะแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เขตอภัยทาน หน้าวัด แหล่งน้ำแห้งขอด จนทำให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์

โดย คลองทองหลาง ถือว่าเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลห้วยเกตุ อำเภอตะพานหิน เป็นคลองที่ ทางกรมทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ทำการปรับปรุง และ พัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟู เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ และ ส่งมอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อ วันที่ 18 มิถุนายน 2558 เป็นคลองสวยน้ำใสที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการหล่อเลี้ยงการทำการเกษตร แต่หลังจากประสบปัญหาภัยแล้งน้ำในคลองแห้งขอดลงส่งผลต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตร และระบบนิเวศน์ที่เคยอุดมสมบูรณ์มาอย่างยาวนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะที่ คลองวังไร่ ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเป็นคลองสายหลัก ผ่านหมู่บ้านและ พื้นที่เกษตร ได้แข้งขอดลง ส่งผลทำให้ สวนกล้วยน้ำว้าของเกษตรกร ที่อยู่ตามริมคลองวังไร่ ที่กำลังอยู่ในช่วงกำลังออกผลผลิต มีลักษณะใบเหี่ยวเฉา ลำต้นหักกลาง ผลกล้วยที่ออกมาเสียหาย เนื่องจากขาดน้ำ เป็นเวลานาน จากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน และ ปัญหาภัยแล้ง เกษตรกรชาวสวนกล้วยต้องปล่อยให้ยืนต้นตายจากภัยแล้ง เนื่องเป็นพื้นที่ห่างไกลแหล่งพื้นที่น้ำในระบบชลประทาน ทำให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกร ที่ทำการปลูกกล้วยเพื่อหวังสร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้ง
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่