...กระทู้นี้ตั้งเพื่ออะไรตัวเราเองยังไม่รู้ แต่คิดว่าลึกๆคงหวังให้ตัวเองพบทางออก หรือคำตอบอะไรซักอย่าง
ก่อนอื่นนะคะ พื้นฐานเราเป็นคนต่างจังหวัด ใช้ชีวิตปกติจนเรียนจบมหาลัย มีพ่อแม่ที่น่ารัก มีพี่สาว1คนที่ย้ายอยู่ตปท.ไม่กลับมาที่บ้านเลย แต่ก็ติดต่อกันตลอดมา. แม่เป็นผู้หญิงแกร่งมาก เป็นศูนย์กลางของครอบครัว พ่อก็เป็นผู้ชายที่ตามใจแม่ทุกอย่าง ให้แม่ตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ครอบครัวเราฐานะปานกลาง เป็นพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปค่ะ ส่วนเราเรียนและทำงานสายวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาตประเภทนึงละกันค่ะ
เราเองสมัยเรียนก็พักอยู่หอมีเพื่อน มีแฟน แต่ก็ยังติดแม่มาก เทียวหาแม่บ่อยเท่าที่ทำได้ แม่เป็นคนเดียวที่เราเชื่อใจ และแม่เองก็เชื่อมั่นในตัวเราเสมอ ทำให้เราไม่เคยกลัวไม่ว่าเราจะทำอะไร มีทั้งที่ผิดพลาดและต้องแก้ไข แม่ก็จะคอยให้คำแนะนำเสมอ เรามีฝันที่อยากจะช่วยคน รู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น อยากทำประโยชน์ให้ส่วนรวมเท่าที่จะทำได้ และแม่ก็สนับสนุนเรามาตลอด
เรื่องมันเริ่มที่แม่เริ่มมีอาการป่วย จากเล็กๆน้อยๆ แรกๆก็เทียวหาหมอเดือนละหลายครั้ง จนรุนแรงขึ้น เราจึงออกจากงานมาดูแลแม่ เรียกได้ว่าแทบจะใช้ชีวิต2ปีหลังในโรงพยาบาลเลยค่ะ ช่วงนั้นเราอายุยี่สิบปลาย เราต้องอยู่กับแม่ทุกวันดูแลทุกอย่างตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ตอนนั้นทั้งเครียดทั้งกังวลแต่ก็อบอุ่นใจมากเหลือเกิน จนอาการแม่ทรุดลงเรื่อยๆ การรักษาก็ทำได้แค่ลดความเจ็บปวดและรักษาตามอาการ จนสุดท้ายแม่ก็จากไปในอ้อมกอดเราค่ะ รวมระยะเวลาที่รักษาแม่อยู่ประมาณแค่5ปีเท่านั้น
หลังแม่เสีย เราพังมาก เป๋ไปเลยค่ะ เสียใจจนไม่รู้จะทำยังไง รู้สึกเหมือนจมน้ำตลอดเวลา ทุกอย่างรอบตัวดูอื้ออึง จากคนที่มีเพื่อนมากมายกลับไม่อยากติดต่อไม่อยากคุยกับใครเลย เราเที่ยวเราดื่มเหล้าเพื่อให้หลับทุกคืน ไปเที่ยวต่างประเทศ ขับรถไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดต่างๆ เปลี่ยนที่นอนเรื่อยๆ ใช้ชีวิตแบบนี้เกือบปีได้ แต่ความเสียใจก็เหมือนจะไม่ลดลงเลย
จนวันนึงกลับบ้านมาเจอพ่อในวันเกิดเขา ตอนนั้นเองเป็นวันที่ได้รู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดอีกคนหนึ่งคือพ่อนั่นเอง พ่อก็พอกันกับเราเลยค่ะ เป๋ไปเหมือนกัน ยังร้องไห้ ยังเอาเสื้อผ้าของแม่มากอดนอนทุกวัน พ่อน่าสงสารมาก ทำให้เราคิดถึงคำสั่งเสียของแม่ แม่ย้ำเสมอว่าถ้าแม่ไม่อยู่แล้วอย่าทิ้งพ่อนะ แม่คงรู้อะไรที่เราไม่สามารถรู้ได้ในตัวพ่อ ตอนนั้นเริ่มมีสติ เลยหันมาดูแลพ่อและกลับมาใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด.
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ... เราจากที่กำลังจะดีขึ้น ตอนนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนหมดแล้วทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรแล้ว จนผ่านมาสามปีแล้วค่ะ
ปัจจุบันเรากลายเป็นคนไม่สนใจใคร ไม่สนใจโลก เฉยชาต่อทุกสิ่ง มีความสงสารให้คนบางคนบ้าง แต่ไม่อินกับอะไรเลย ไม่มีฝัน ไม่มีไฟ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เราตัดขาดตัวเองจากทุกสิ่ง เจอเพื่อนเจอครอบครัวบ้างแค่เท่าที่อยากเจอเท่านั้น เราจะไม่โอเคมากๆถ้าจำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนอื่นนานๆ เราไม่สามารถเสียใจหรือไม่สามารถมีอะไรกระทบใจให้รู้สึกอะไรได้เลย
เรามีแฟนนะคะ คบมา2ปี เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยและเขามีภรรยาและลูกที่อยู่ที่ประเทศเขาด้วย. เรารู้เรื่องนี้ก่อนที่จะตกลงคบกัน เหมือนจะใจร้ายใช่มั้ยคะ แต่ในใจเรานอกจากความสงสารที่มีบางครั้ง ก็ไม่ได้เสียใจเลยที่คบผู้ชายคนนี้ ถามว่าต้องการเขามาเป็นของเราไหมก็ไม่ค่ะ ไม่ต้องการ ไม่เคยผูกมัดเขา อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไป และถ้าวันนึงต้องจบกับเขาเราก็จะไม่เสียใจเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ยนะคะ แต่อีกอย่างคือตั้งแต่จำความได้เราก็ไม่เคยเชื่อเรื่องลึกลับเลย ไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องโลกหลังความตาย หรือวิญญาณใดๆ ไม่เชื่อเรื่องศาสนา พิธีกรรม ไม่เชื่ออะไรเลย ทุกอย่างสำหรับเราคือวิทยาศาสตร์ ต้องพิสูจน์ได้เท่านั้น
เราไม่รู้เหมือนกันว่าที่เป็นอยู่มันปกติมั้ย ลึกๆก็หวังให้พบทางออกหรือคำตอบ จริงๆตอนนี้เราก็เรียกได้ว่าใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ร่าเริง ประสบความสำเร็จ มีเงิน มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน ยิ้มหัวเราะปกติมองภายนอกก็เหมือนคนคนนึงที่มีความสุขกับชีวิตมากๆทั้งที่จริงๆแค่รู้สึกเฉยๆ แต่พอเราได้เห็นคนที่มีไฟ มีฝัน กระตือรือร้นอยากทำอะไรมากขึ้นๆ อยากประสบความสำเร็จ เราก็คิดเสมอว่ามันมาจากไหนนะของพวกนั้นน่ะ เขาไปเอามาจากไหนนะ...
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และน้อมรับทุกความคิดเห็นค่ะ
สูญเสียพ่อและแม่ไปแล้วกลายเป็นคนไร้จุดหมาย ไม่มีความหวัง ไม่สนใจโลก ไม่อยากทำอะไร เหมือนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ
ก่อนอื่นนะคะ พื้นฐานเราเป็นคนต่างจังหวัด ใช้ชีวิตปกติจนเรียนจบมหาลัย มีพ่อแม่ที่น่ารัก มีพี่สาว1คนที่ย้ายอยู่ตปท.ไม่กลับมาที่บ้านเลย แต่ก็ติดต่อกันตลอดมา. แม่เป็นผู้หญิงแกร่งมาก เป็นศูนย์กลางของครอบครัว พ่อก็เป็นผู้ชายที่ตามใจแม่ทุกอย่าง ให้แม่ตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ครอบครัวเราฐานะปานกลาง เป็นพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปค่ะ ส่วนเราเรียนและทำงานสายวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาตประเภทนึงละกันค่ะ
เราเองสมัยเรียนก็พักอยู่หอมีเพื่อน มีแฟน แต่ก็ยังติดแม่มาก เทียวหาแม่บ่อยเท่าที่ทำได้ แม่เป็นคนเดียวที่เราเชื่อใจ และแม่เองก็เชื่อมั่นในตัวเราเสมอ ทำให้เราไม่เคยกลัวไม่ว่าเราจะทำอะไร มีทั้งที่ผิดพลาดและต้องแก้ไข แม่ก็จะคอยให้คำแนะนำเสมอ เรามีฝันที่อยากจะช่วยคน รู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น อยากทำประโยชน์ให้ส่วนรวมเท่าที่จะทำได้ และแม่ก็สนับสนุนเรามาตลอด
เรื่องมันเริ่มที่แม่เริ่มมีอาการป่วย จากเล็กๆน้อยๆ แรกๆก็เทียวหาหมอเดือนละหลายครั้ง จนรุนแรงขึ้น เราจึงออกจากงานมาดูแลแม่ เรียกได้ว่าแทบจะใช้ชีวิต2ปีหลังในโรงพยาบาลเลยค่ะ ช่วงนั้นเราอายุยี่สิบปลาย เราต้องอยู่กับแม่ทุกวันดูแลทุกอย่างตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ตอนนั้นทั้งเครียดทั้งกังวลแต่ก็อบอุ่นใจมากเหลือเกิน จนอาการแม่ทรุดลงเรื่อยๆ การรักษาก็ทำได้แค่ลดความเจ็บปวดและรักษาตามอาการ จนสุดท้ายแม่ก็จากไปในอ้อมกอดเราค่ะ รวมระยะเวลาที่รักษาแม่อยู่ประมาณแค่5ปีเท่านั้น
หลังแม่เสีย เราพังมาก เป๋ไปเลยค่ะ เสียใจจนไม่รู้จะทำยังไง รู้สึกเหมือนจมน้ำตลอดเวลา ทุกอย่างรอบตัวดูอื้ออึง จากคนที่มีเพื่อนมากมายกลับไม่อยากติดต่อไม่อยากคุยกับใครเลย เราเที่ยวเราดื่มเหล้าเพื่อให้หลับทุกคืน ไปเที่ยวต่างประเทศ ขับรถไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดต่างๆ เปลี่ยนที่นอนเรื่อยๆ ใช้ชีวิตแบบนี้เกือบปีได้ แต่ความเสียใจก็เหมือนจะไม่ลดลงเลย
จนวันนึงกลับบ้านมาเจอพ่อในวันเกิดเขา ตอนนั้นเองเป็นวันที่ได้รู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดอีกคนหนึ่งคือพ่อนั่นเอง พ่อก็พอกันกับเราเลยค่ะ เป๋ไปเหมือนกัน ยังร้องไห้ ยังเอาเสื้อผ้าของแม่มากอดนอนทุกวัน พ่อน่าสงสารมาก ทำให้เราคิดถึงคำสั่งเสียของแม่ แม่ย้ำเสมอว่าถ้าแม่ไม่อยู่แล้วอย่าทิ้งพ่อนะ แม่คงรู้อะไรที่เราไม่สามารถรู้ได้ในตัวพ่อ ตอนนั้นเริ่มมีสติ เลยหันมาดูแลพ่อและกลับมาใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด.
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ... เราจากที่กำลังจะดีขึ้น ตอนนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนหมดแล้วทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรแล้ว จนผ่านมาสามปีแล้วค่ะ
ปัจจุบันเรากลายเป็นคนไม่สนใจใคร ไม่สนใจโลก เฉยชาต่อทุกสิ่ง มีความสงสารให้คนบางคนบ้าง แต่ไม่อินกับอะไรเลย ไม่มีฝัน ไม่มีไฟ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เราตัดขาดตัวเองจากทุกสิ่ง เจอเพื่อนเจอครอบครัวบ้างแค่เท่าที่อยากเจอเท่านั้น เราจะไม่โอเคมากๆถ้าจำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนอื่นนานๆ เราไม่สามารถเสียใจหรือไม่สามารถมีอะไรกระทบใจให้รู้สึกอะไรได้เลย
เรามีแฟนนะคะ คบมา2ปี เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยและเขามีภรรยาและลูกที่อยู่ที่ประเทศเขาด้วย. เรารู้เรื่องนี้ก่อนที่จะตกลงคบกัน เหมือนจะใจร้ายใช่มั้ยคะ แต่ในใจเรานอกจากความสงสารที่มีบางครั้ง ก็ไม่ได้เสียใจเลยที่คบผู้ชายคนนี้ ถามว่าต้องการเขามาเป็นของเราไหมก็ไม่ค่ะ ไม่ต้องการ ไม่เคยผูกมัดเขา อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไป และถ้าวันนึงต้องจบกับเขาเราก็จะไม่เสียใจเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ยนะคะ แต่อีกอย่างคือตั้งแต่จำความได้เราก็ไม่เคยเชื่อเรื่องลึกลับเลย ไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องโลกหลังความตาย หรือวิญญาณใดๆ ไม่เชื่อเรื่องศาสนา พิธีกรรม ไม่เชื่ออะไรเลย ทุกอย่างสำหรับเราคือวิทยาศาสตร์ ต้องพิสูจน์ได้เท่านั้น
เราไม่รู้เหมือนกันว่าที่เป็นอยู่มันปกติมั้ย ลึกๆก็หวังให้พบทางออกหรือคำตอบ จริงๆตอนนี้เราก็เรียกได้ว่าใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ร่าเริง ประสบความสำเร็จ มีเงิน มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน ยิ้มหัวเราะปกติมองภายนอกก็เหมือนคนคนนึงที่มีความสุขกับชีวิตมากๆทั้งที่จริงๆแค่รู้สึกเฉยๆ แต่พอเราได้เห็นคนที่มีไฟ มีฝัน กระตือรือร้นอยากทำอะไรมากขึ้นๆ อยากประสบความสำเร็จ เราก็คิดเสมอว่ามันมาจากไหนนะของพวกนั้นน่ะ เขาไปเอามาจากไหนนะ...
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และน้อมรับทุกความคิดเห็นค่ะ