หมายเหตุ : ข้อความทั้งหมดต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นและวิจารณญาณส่วนตัวของผมเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่บุคคลใดก็ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
คือประเด็นที่ผมสงสัยคือคำสอน (ในความเข้าใจของผม ประเด็นที่ถามในกระทู้น่าจะเป็นคำสอนนะครับ ถ้าเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยครับ) ไม่ใช่ประวัติความเป็นมาหรือตำนานต่างๆ (เช่น ทารกเกิดมาเดินได้ 7 ก้าวแล้วมีดอกบัวอยู่) อันนี้ผมไม่ยุ่งนะครับ มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ผมไม่มีสิทธิอะไรไปเปลี่ยนความเชื่อของคุณอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนคิดเหมือนกัน ดังนั้นกระทู้นี้ผมจึงพยายามที่จะตั้งคำถามและพูดคุยในเรื่องที่มันไม่ไปกระทบกับความเชื่อส่วนบุคคลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ (จริงๆ ตัวศาสนาในมุมมองผมมันก็คือความเชื่อทั้งหมดอะครับ แต่ผมแค่พยายามแยกประเด็นเป็นเรื่องๆไป)
ผมสรุปแบบสั้นๆสำหรับคนขี้เกียจอ่านยาวๆ ไว้ข้างล่างย่อหน้าสุดท้ายแล้วนะครับ (แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันผมก็อยากให้อ่านแบบเต็มนะครับ เพราะอาจมีบางประเด็นที่ผมสื่อความหมายผิดหรือเขียนให้เข้าใจไม่ตรงกัน)
ความสงสัยของตัวผมเอง
จากตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสอนประวัติความเป็นมา บทสวด คำสอนทั่วไป แต่มีเรื่องที่ผมสงสัยคาใจมาเป็น 10 ปี จะถามพระอาจารย์ตรงๆ ก็เดี๋ยวหาว่าดูหมิ่นศาสนา ไม่ให้ความเคารพ
1. การไปนิพพานคือเป้าหมายสูงสุด = ทำให้คนต้องการที่จะตายเพื่อมีความสุขที่แท้จริง? (ถึงยังไงทุกคนก็จะต้องตายและก็กลัวตายกันหมด แต่ก็เปลี่ยนไปให้คนต้องการจะตายแทน เพื่อที่จะไปสู่นิพพาน? หรือมีวิธีไปนิพพานโดยที่ไม่ต้องตายก็ได้)
เท่าที่ผมจำได้คือเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธคือการไปสู่นิพพาน หรือก็คือการไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว(ที่ผมเข้าใจคือตายแล้วก็ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดใหม่ ไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายตามหลักพุทธศาสนาถูกต้องไหม) ถ้าเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับการสนับสนุนให้คนไปตายหรอครับ เพราะจะไปสู่นิพพานได้ก็ต้องตายก่อน ถ้าสมมุติเกิดมีเด็กอายุ 10 ขวบต้องการไปนิพพานขึ้นมา เค้าก็จะต้องการที่จะไปตายแบบนี้หรอครับ ใช้ชีวิตโดยที่ต้องการจะตายไปเรื่อยๆ จนได้ตายสมใจ ดังนั้นการไปสู่นิพพานมันเหมาะสมหรือให้ประโยชน์กับชีวิตของคนๆหนึ่งจริงหรอครับ
2. การละเว้นกิเลส (ในความเข้าใจของผม กิเลสคือความอยาก ความต้องการ) = ทำให้คนไม่ต้องการอะไร ไม่ต้องการจะทำอะไร?
ผมลองคิดย้อนกลับดู ตอนแรกมนุษย์กว่าจะวิวัฒนาการจนถึงยุคที่มีอารยธรรม การบันทึกประวัติศาสตร์ก็ใช้เวลาเป็นแสนปี ล้านปี จนพอผ่านไปเรื่อยๆ ถ้าสมมุติว่าพุทธศาสนาเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2500 กว่าปีก่อนจริง (ศาสนาเกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา พิสูจน์ไม่ได้ ผมเลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เวลาที่เกิดมันเกิดตามนี้จริงหรือเป็นแค่ตำนานที่แต่งขึ้น)
ผมก็คิดได้อย่างนึงคือมนุษย์วิวัฒนาการ พัฒนาความเจริญมาเรื่อยๆจนถึงจุดที่มีคนคิด (หรืออาจจะเป็นจินตนาการ) ว่าการมีชีวิตอยู่หรือการใช้ชีวิตคือความทุกข์ /ความต้องการ ความอยาก คือความทุกข์ ทั้งๆที่ตลอดมาเราก็อยู่กับเรื่องพวกนี้มาตลอดและมันก็มีหลายมุมมองในเรื่องกิเลส ตัวอย่างเช่น 1.ช่วยให้โลกของเราทั้งพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น เช่น จากความต้องการที่คนเราอยากจะเดินทางได้รวดเร็วขึ้น จึงเกิดเป็นรถ เครื่องบิน รถไฟขึ้นมา ถ้าคนไม่มีความต้องการ เราก็จะหยุดพัฒนาทุกอย่าง ใช้ชีวิตอยู่แบบเดิมไปตลอดการแบบนี้หรอครับ 2.อีกด้านคือทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่น สงคราม (สงครามอาจจะไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธโดยตรง แต่ส่วนหนึ่งมันก็เกิดจากความอยาก ความต้องการของคน) มันมีอีกหลายด้านมากๆ แต่ผมลองยกตัวอย่างสั้นๆมา 2 แบบ ถ้าเราลองมองตามตัวอย่างที่ผมยกมามันก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง เช่น สงครามถึงมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเสียหายมากมาย แต่เราก็ได้ทั้งแนวคิด ปรัชญา เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาแบบใหม่ (คนทุกยุคทุกสมัยมีปัญหาในแบบของตัวเอง ในแบบของสมัยนั้นๆ) ดังนั้นอยู่ๆมีคนมาบอกว่าเราไม่ต้องใช้ชีวิต ไม่ต้องพัฒนา ไม่ต้องอยากได้อะไรทั้งนั้น เป็นสิ่งที่มีความสุขจริงๆ (ถ้าความอยาก ความต้องการในความหมายของพุทธศาสนาหมายถึงความอยากทุกๆอย่าง แบบนี้เราก็จะไม่ต้องการอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยเลยหรอครับ ถ้าเป็นงั้นก็คือเหมือนกับบอกอ้อมๆว่าตายไปเลยดีกว่า ชีวิตมันถึงจะมีความสุขที่แท้จริงได้หรอครับ?)
แต่คำสอนของศาสนาพุทธกลับบอกให้ละเว้นกิเลสทั้งหมดก็คือ ทำให้คนรู้สึกไม่ต้องการอะไรเลย ไม่ต้องการจะทำอะไรเลย แบบนี้มันดูเหมือนกับบอกให้คนเลิกใช้ชีวิตไปเลยหรอครับ แล้วแบบนี้ทำไปมันจะไปมีประโยชน์ด้วยหรอครับ คือ วันๆก็ไม่ต้องการอะไร ไม่ทำอะไร ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตาย
ลองมาคิดเล่นๆดูถ้าสมมุติคนเชื่อศาสนาพุทธทั้งโลก มันก็อาจจะทำให้มนุษย์กลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์หรือไม่ก็อาจจะไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกอีกต่อไป เพราะคนทั้งโลกเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือนิพพาน (ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดอีก มันก็น่าจะมีความสุขจริงๆละมั่ง ก็มนุษย์มันตายกันหมดทั้งโลกเลย มีเหลือแต่ธรรมชาติกับสัตว์ พวกสัตว์กว่าจะวิวัฒนาการถึงระดับมนุษย์ก็คงแทบเป็นไปไม่ได้)
สรุป (แบบสั้นๆ เผื่อคนขี้เกียจอ่าน แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันผมก็อยากให้อ่านแบบเต็มนะครับ เพราะอาจมีบางประเด็นที่ผมสื่อความหมายผิดหรือเขียนให้เข้าใจไม่ตรงกัน)
-ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสอนประวัติความเป็นมา คำสอนทั่วไป แต่มีเรื่องที่ผมสงสัยคาใจมาเป็น 10 ปีคือเรื่องการละเว้นกิเลสกับการไปสู่นิพพาน เท่าที่ผมจำได้คือเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธคือการไปสู่นิพพาน หรือก็คือการไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว(ที่ผมเข้าใจคือตายแล้วก็ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดใหม่ ไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายตามหลักพุทธศาสนาถูกต้องไหม) ถ้าเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับการสนับสนุนให้คนไปตายหรอครับ เพราะจะไปสู่นิพพานได้ก็ต้องตายก่อน ถ้าสมมุติเกิดมีเด็กอายุ 10 ขวบต้องการไปนิพพานขึ้นมา เค้าก็จะต้องการที่จะไปตายแบบนี้หรอครับ ดังนั้นการไปสู่นิพพานมันเหมาะสมหรือให้ประโยชน์กับชีวิตของคนๆหนึ่งจริงหรอครับ และเรื่องการละเว้นกิเลส ถ้าสมมุติมีคนที่ต้องการจะละเว้นกิเลสแบบจริงๆจังๆ ก็คือคนนั้นก็จะไม่รู้สึกอยากได้อะไรหรือต้องการทำอะไรเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะเหมือนกับการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรซักอย่างไปวันๆจนกว่าจะตายแบบนี้หรอครับ
ปล. จากที่ผมเขียนมาทั้งหมดถ้าทำให้ใครไม่พอใจก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ และถ้ามีคำหรือประโยคที่สะกดผิด เขียนกำกวมก็ขอโทษด้วยครับ
มีใครสงสัยคำสอนเรื่องการละเว้นกิเลสกับไปนิพพานในศาสนาพุทธเหมือนผมไหมครับ?
คือประเด็นที่ผมสงสัยคือคำสอน (ในความเข้าใจของผม ประเด็นที่ถามในกระทู้น่าจะเป็นคำสอนนะครับ ถ้าเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยครับ) ไม่ใช่ประวัติความเป็นมาหรือตำนานต่างๆ (เช่น ทารกเกิดมาเดินได้ 7 ก้าวแล้วมีดอกบัวอยู่) อันนี้ผมไม่ยุ่งนะครับ มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ผมไม่มีสิทธิอะไรไปเปลี่ยนความเชื่อของคุณอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนคิดเหมือนกัน ดังนั้นกระทู้นี้ผมจึงพยายามที่จะตั้งคำถามและพูดคุยในเรื่องที่มันไม่ไปกระทบกับความเชื่อส่วนบุคคลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ (จริงๆ ตัวศาสนาในมุมมองผมมันก็คือความเชื่อทั้งหมดอะครับ แต่ผมแค่พยายามแยกประเด็นเป็นเรื่องๆไป)
ผมสรุปแบบสั้นๆสำหรับคนขี้เกียจอ่านยาวๆ ไว้ข้างล่างย่อหน้าสุดท้ายแล้วนะครับ (แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันผมก็อยากให้อ่านแบบเต็มนะครับ เพราะอาจมีบางประเด็นที่ผมสื่อความหมายผิดหรือเขียนให้เข้าใจไม่ตรงกัน)
ความสงสัยของตัวผมเอง
จากตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสอนประวัติความเป็นมา บทสวด คำสอนทั่วไป แต่มีเรื่องที่ผมสงสัยคาใจมาเป็น 10 ปี จะถามพระอาจารย์ตรงๆ ก็เดี๋ยวหาว่าดูหมิ่นศาสนา ไม่ให้ความเคารพ
1. การไปนิพพานคือเป้าหมายสูงสุด = ทำให้คนต้องการที่จะตายเพื่อมีความสุขที่แท้จริง? (ถึงยังไงทุกคนก็จะต้องตายและก็กลัวตายกันหมด แต่ก็เปลี่ยนไปให้คนต้องการจะตายแทน เพื่อที่จะไปสู่นิพพาน? หรือมีวิธีไปนิพพานโดยที่ไม่ต้องตายก็ได้)
เท่าที่ผมจำได้คือเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธคือการไปสู่นิพพาน หรือก็คือการไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว(ที่ผมเข้าใจคือตายแล้วก็ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดใหม่ ไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายตามหลักพุทธศาสนาถูกต้องไหม) ถ้าเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับการสนับสนุนให้คนไปตายหรอครับ เพราะจะไปสู่นิพพานได้ก็ต้องตายก่อน ถ้าสมมุติเกิดมีเด็กอายุ 10 ขวบต้องการไปนิพพานขึ้นมา เค้าก็จะต้องการที่จะไปตายแบบนี้หรอครับ ใช้ชีวิตโดยที่ต้องการจะตายไปเรื่อยๆ จนได้ตายสมใจ ดังนั้นการไปสู่นิพพานมันเหมาะสมหรือให้ประโยชน์กับชีวิตของคนๆหนึ่งจริงหรอครับ
2. การละเว้นกิเลส (ในความเข้าใจของผม กิเลสคือความอยาก ความต้องการ) = ทำให้คนไม่ต้องการอะไร ไม่ต้องการจะทำอะไร?
ผมลองคิดย้อนกลับดู ตอนแรกมนุษย์กว่าจะวิวัฒนาการจนถึงยุคที่มีอารยธรรม การบันทึกประวัติศาสตร์ก็ใช้เวลาเป็นแสนปี ล้านปี จนพอผ่านไปเรื่อยๆ ถ้าสมมุติว่าพุทธศาสนาเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2500 กว่าปีก่อนจริง (ศาสนาเกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา พิสูจน์ไม่ได้ ผมเลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เวลาที่เกิดมันเกิดตามนี้จริงหรือเป็นแค่ตำนานที่แต่งขึ้น)
ผมก็คิดได้อย่างนึงคือมนุษย์วิวัฒนาการ พัฒนาความเจริญมาเรื่อยๆจนถึงจุดที่มีคนคิด (หรืออาจจะเป็นจินตนาการ) ว่าการมีชีวิตอยู่หรือการใช้ชีวิตคือความทุกข์ /ความต้องการ ความอยาก คือความทุกข์ ทั้งๆที่ตลอดมาเราก็อยู่กับเรื่องพวกนี้มาตลอดและมันก็มีหลายมุมมองในเรื่องกิเลส ตัวอย่างเช่น 1.ช่วยให้โลกของเราทั้งพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น เช่น จากความต้องการที่คนเราอยากจะเดินทางได้รวดเร็วขึ้น จึงเกิดเป็นรถ เครื่องบิน รถไฟขึ้นมา ถ้าคนไม่มีความต้องการ เราก็จะหยุดพัฒนาทุกอย่าง ใช้ชีวิตอยู่แบบเดิมไปตลอดการแบบนี้หรอครับ 2.อีกด้านคือทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่น สงคราม (สงครามอาจจะไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธโดยตรง แต่ส่วนหนึ่งมันก็เกิดจากความอยาก ความต้องการของคน) มันมีอีกหลายด้านมากๆ แต่ผมลองยกตัวอย่างสั้นๆมา 2 แบบ ถ้าเราลองมองตามตัวอย่างที่ผมยกมามันก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง เช่น สงครามถึงมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเสียหายมากมาย แต่เราก็ได้ทั้งแนวคิด ปรัชญา เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาแบบใหม่ (คนทุกยุคทุกสมัยมีปัญหาในแบบของตัวเอง ในแบบของสมัยนั้นๆ) ดังนั้นอยู่ๆมีคนมาบอกว่าเราไม่ต้องใช้ชีวิต ไม่ต้องพัฒนา ไม่ต้องอยากได้อะไรทั้งนั้น เป็นสิ่งที่มีความสุขจริงๆ (ถ้าความอยาก ความต้องการในความหมายของพุทธศาสนาหมายถึงความอยากทุกๆอย่าง แบบนี้เราก็จะไม่ต้องการอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยเลยหรอครับ ถ้าเป็นงั้นก็คือเหมือนกับบอกอ้อมๆว่าตายไปเลยดีกว่า ชีวิตมันถึงจะมีความสุขที่แท้จริงได้หรอครับ?)
แต่คำสอนของศาสนาพุทธกลับบอกให้ละเว้นกิเลสทั้งหมดก็คือ ทำให้คนรู้สึกไม่ต้องการอะไรเลย ไม่ต้องการจะทำอะไรเลย แบบนี้มันดูเหมือนกับบอกให้คนเลิกใช้ชีวิตไปเลยหรอครับ แล้วแบบนี้ทำไปมันจะไปมีประโยชน์ด้วยหรอครับ คือ วันๆก็ไม่ต้องการอะไร ไม่ทำอะไร ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตาย
ลองมาคิดเล่นๆดูถ้าสมมุติคนเชื่อศาสนาพุทธทั้งโลก มันก็อาจจะทำให้มนุษย์กลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์หรือไม่ก็อาจจะไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกอีกต่อไป เพราะคนทั้งโลกเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือนิพพาน (ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดอีก มันก็น่าจะมีความสุขจริงๆละมั่ง ก็มนุษย์มันตายกันหมดทั้งโลกเลย มีเหลือแต่ธรรมชาติกับสัตว์ พวกสัตว์กว่าจะวิวัฒนาการถึงระดับมนุษย์ก็คงแทบเป็นไปไม่ได้)
สรุป (แบบสั้นๆ เผื่อคนขี้เกียจอ่าน แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันผมก็อยากให้อ่านแบบเต็มนะครับ เพราะอาจมีบางประเด็นที่ผมสื่อความหมายผิดหรือเขียนให้เข้าใจไม่ตรงกัน)
-ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสอนประวัติความเป็นมา คำสอนทั่วไป แต่มีเรื่องที่ผมสงสัยคาใจมาเป็น 10 ปีคือเรื่องการละเว้นกิเลสกับการไปสู่นิพพาน เท่าที่ผมจำได้คือเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธคือการไปสู่นิพพาน หรือก็คือการไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว(ที่ผมเข้าใจคือตายแล้วก็ตายไปเลย ไม่ต้องมาเกิดใหม่ ไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายตามหลักพุทธศาสนาถูกต้องไหม) ถ้าเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับการสนับสนุนให้คนไปตายหรอครับ เพราะจะไปสู่นิพพานได้ก็ต้องตายก่อน ถ้าสมมุติเกิดมีเด็กอายุ 10 ขวบต้องการไปนิพพานขึ้นมา เค้าก็จะต้องการที่จะไปตายแบบนี้หรอครับ ดังนั้นการไปสู่นิพพานมันเหมาะสมหรือให้ประโยชน์กับชีวิตของคนๆหนึ่งจริงหรอครับ และเรื่องการละเว้นกิเลส ถ้าสมมุติมีคนที่ต้องการจะละเว้นกิเลสแบบจริงๆจังๆ ก็คือคนนั้นก็จะไม่รู้สึกอยากได้อะไรหรือต้องการทำอะไรเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะเหมือนกับการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรซักอย่างไปวันๆจนกว่าจะตายแบบนี้หรอครับ
ปล. จากที่ผมเขียนมาทั้งหมดถ้าทำให้ใครไม่พอใจก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ และถ้ามีคำหรือประโยคที่สะกดผิด เขียนกำกวมก็ขอโทษด้วยครับ