ทำไมถึงรู้สึกดีกับคนที่ไม่เคยเห็นแม้กระทั่งหน้าตาได้มากขนาดนี้?

กระทู้นี้อาจจะไม่เชิงเป็นคำถาม แต่อาจจะเป็นกระทู้ที่มาระบายความในใจอยู่มั้ง....นั่นแหละคือมันมีคำถามขึ้นมาในหัวว่าทำไม  มีผู้คนรอบตัวตั้งมากมายทำไมต้องอยากทุ่มเทให้คนๆเดียวด้วย จะเล่าแล้วววน้า ภาวนาอย่าให้เขาได้เข้ามาอ่านละกัน คือเรื่องราวมันดันเริ่มมาจากเราตัดสินใจ@คนๆนึงไปโดยเหตุผลก็แค่คึกคะนองอันที่จริงก็@ไปหลายคนไงแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากคือไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า รู้แค่ว่าเขาเรียนที่ไหน ตามข้อมูลที่เขาใส่ไว้แค่นั้นทีนี้คนนี้ก็รับปกติ แต่มันดันไม่ปกติตรงที่เขามาไลค์รูปเก่า2รูปมั้ง นั่นแหละมันทำให้เราเริ่มมโน แล้วก็ไปบ่นกับเพื่อนว่าต้องได้คนนี้แน่ๆเลยเป็นสิ่งเล็กๆที่รู้สึกดี จนมีโอกาสได้เริ่มคุยกัน  ถ้าถามความรู้สึกแรกก็แค่แบบคนนี้น่ารักดี แล้วก็บอกเพื่อนไปว่าอยากได้คนนี้55555 ตอนเริ่มคุยวันแรกคือไม่รู้สิ่  รู้สึกว่าคุยแล้วสบายใจมันเหมือนไปด้วยกันอ่ะคือหวีดเขาให้เพื่อนฟังจนเพื่อนเหนื่อยใจละมั้ง เข้าใจฟีลตกปลาแล้วปลามากินเหยื่อไหม  น่าจะฟีลนั้นแหละคือที่ผ่านมาเราไม่ได้รู้สึกจริงจังกับใครเลย  เราแค่อยากคุยเล่นๆ  แต่กับคนนี้มันคุยแล้วดันเป็นเหมือนความสบายใจตอนแรกๆอาจจะสวยหวานคุยไปยิ้มไป  แต่ก็นะคุยกันผ่านหน้าจอใครจะรู้ว่าคนที่อยู่อีกฝั่งเขารู้สึกยังไง ในข้อความที่เขาส่งมามันก็อาจจะเป็นข้อความธรรมดาที่เขาพิมพ์แล้วกดส่งธรรมดาก็ได้  แต่สำหรับเรามันแบบส่งข้อความไปคิดแล้วคิดอีก  พิมพ์ลบพิมพ์ลบแล้วก็ยิ้มคนเดียวจนเพื่อนจับได้  ก็เลยแบบเริ่มคิดว่าอะไรจะขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้อะไรถือว่าเป็นความสุขเล็กๆในชีวิต จริงๆว่าจะให้เรากับเขาหยุดตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว เพราะตอนวันเค้าดาวน์ปีใหม่ แบบเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่างที่ทำให้เราอยากจะหยุด จนแบบว่าข้อความสุดท้ายละกันที่จะส่งไป จนวันนั้นเป็นปีใหม่ที่อวยพรให้กันไป3รอบแบบ งงๆ และคำอวยพรที่ติดอยู่ในใจเราติดแบบ งงๆนะไม่รู้จะติดทำไมทั้งๆที่เป็นคำอวยพรปกติ  คือคำว่า  ขอให้เจอคนดีๆ ก็เลยคิดว่าสงสัยคนดีๆที่เราอยากให้เจอคงเป็นเขาละมั้งอวยพรเสร็จก็บอกฝันดีกันปกติ ตอนนั้นเป็นประมาณ ตี2แล้วอยู่ๆเขาก็ส่งข้อความมาว่าจะไปแล้ว เราก็ยังไม่นอนเห็นการแจ้งเตือนแล้วแต่ยังไม่อยากกดเข้าไปตอบ  แต่ก็ทนได้ชั่วโมงเดียวไปตอบหน่อย อยู่ๆเขาก็โทรมาแต่เราก็ไม่ได้รับทันทีก็ตกใจนิดหน่อยอยู่ๆโทรมาแล้วก็มัวแต่หาหูฟังเพื่อไม่ให้เสียงดังออกไป พอรับเหมือนเราก็ยังไม่ได้ฟังอะไร ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรไหมแล้วก็วางสายไป  ตอนนั้นยอมรับเลยว่าใจตกไปอยู่ตาตุ่มแล้วแต่ก็พยายามไม่โหวกเหวก แล้วเขาก็บอกว่ากดผิด  เอาจริงคือเราไม่ค่อยเชื่อเพราะเราจำลองเหตุการณ์ในหลายๆแง่แล้วมันเป็นไปได้ยากที่จะกดผิดแต่ก็คือไม่อยากจะรั้งแล้ว เลยไม่ได้เค้นถามต่อแล้วเขาก็ไปจริงๆ จากวันนั้นเลยกลับเป็นเราเองที่ยังติดอยู่ตรงนั้น ปากบอกจะปล่อยเขาไป ควรหยุด แต่ความเป็นจริงแล้วทำไม่ได้เลย เข้าใจคำว่ามูฟออนเป็นวงกลมก็ตอนนั้นเลย  พอมีคนเข้ามาก็ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น รู้สึกว่ามันไม่ใช่เขา  ทุกวันนี้เป็นความสำพันธ์ที่รับรู้ว่าเขาสบายดีจนเขามีแฟนไปแล้วมั้งแต่ก็ดีแล้วคือคุยกันเดือนละครั้งแต่ทุกครั้งที่เห็นการแจ้งเตือนก็ใจสั่นทุกครั้ง แล้วก็ถามไถ่ชีวิตจากนั้นก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป ซึ่งมันกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ติดอยู่ฝ่ายเดียวจริงๆ เอาจากความรู้สึกของเราที่ผ่านมาเขาไม่เคยหายไปไหนเลย แบบขนาดแค่ได้คุยกันนะเนี่ยไม่เคยนัดเจอกันเพราะว่าก็ไม่คิดจะจริงจังจั้งแต่แรก  แต่พอเราเจอแค่ตัวละครในซีรีย์ที่มีบางอย่างทำให้เรานึกถึงเขา  เราก็เลือกที่จะดูเรื่องนั้นจนจบด้วยตอนจบที่สมหวัง Happy Ending หรือการที่เราได้เห็นบางอย่างที่มันเกี่ยวกับเขาเราก็นึกเชื่อมโยงไปหาเข้าได้  เช่น  ชื่อ  จริงๆเห็นแค่คำเหมือนก็นึกถึงแล้ว รายละเอียดเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเขาเรายังจำได้ และยังอยากได้เป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตเขา ทุกครั้งที่เราคิดจะเอาความรู้สึกตัวเองออกมาจากตรงนั้นมันเหมือนยิ่งฝังตัวเองลงไปลึกยิ่งกว่าเดิมอีก จากตอนแรกเป็นคนไม่อินกับเพลงอกหักเลย  ส่วนมากก็อินเพลงเรียงความเรื่องแม่มากกว่า แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าท่อนที่ไม่สมหวังของเพลงนี่มันแต่งมาเพื่อชีวิตเราชัดๆ หรือว่านี่จะเป็นการอกหักของจริง จึงเกิดคำถามมาในหัวว่าทำไมเราต้องรู้สึกกับคนๆนึงได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงเรากับเขาไม่มีความเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ  ทั้งเราและเขาก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ทำไมเราดึงตัวเองออกมาไม่ได้ซักที  วิธีมูฟออนก็แทบจะทำหมดแล้ว แต่ก็เป็นเราเองที่กลับไป ทำแม้กระทั่งถามความชัดเจนจากเค้าพอเจ็บแล้วก็ถอยออกมา แต่เปล่ามันยิ่งกับทำให้เรายอมเป็นตัวอะไรก็ได้ในชีวิตเขาแบบนี้  ซึ่งคนเรามันจะเป็นได้ขนาดนี้เลยหรือ  กับคนที่ไม่เคยรู้จักตัวจริงเนี่ยนะ  ทำไมเราดึงตัวเองออกมายากจัง เขาทำยังไงถึงได้ทำให้เราหลงเขาได้ขนาดนี้หรือนี่คือปกติของเขาที่ดันน่ารักในสายตาเรากันแน่  เอาจริงๆกระทู้นี้เหมือนระบายความในใจมากกว่า  แต่ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอแค่คนนั้นอย่าเป็นเขาที่ได้อ่าน นี่เป็นเรื่องราวของแค่คนๆนึงที่ยังเดินออกมาไม่ได้และไม่รู้จะติดไปอีกนานแค่ไหน  นั่นแหละก็จะพยายามเล่าไม่ลงรายละเอียดอะไรมากเพราะแค่นี้ถ้าเพื่อนหรือเขาได้มาอ่านก็จะสาวถึง จขกท.ได้ไม่ยากเลย จขกท.หวังว่าจะได้รับคำตอบหรือคำแนะนำที่ดีจากทุกคนนะ อย่างน้อยการได้เขียนเรื่องราวของเขาก็เหมือนเราได้ปลดล็อคบางอย่างออกไปนิดหน่อยเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่