หลายคนเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมบางค่ายถึงใช้ดาราซ้ำๆ
ดาราบางคน ทำไมถึงมีงานน้อย ดาราบางคน ทำไมถึงมีงานเยอะจัง เป็นลูกรักของช่องหรือไง (วะ)
วันนี้ผมจะเฉลยให้อ่านกัน แล้วไม่ต้องเอาไปเป็นดราม่าที่ไหนอีกนะ เพราะนี่คือจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ บางทีอาจจะมีผิดพลาดได้ ถ้าเขาคิดไม่เหมือนผม
ในการทำงานกับดารานักแสดง ผู้จัดละครจะพิจารณาก่อนว่า เขาจะเอาใครมาเล่นเป็นพระเอกนางเอก เวลาที่ส่งรายชื่อไปยังช่อง เขาจะทำชาร์ตตัวละคร และใส่ชื่อนักแสดงเอาไว้ เขาก็จะใส่เผื่อไว้สองชื่อ ว่าช่องจะส่งใครมาให้เล่นบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ ถ้าเป็น ตัวหลัก พระเอก นางเอก พระรอง นางรอง 4 ตัวนี้ ช่องเท่านั้นที่จะพิจารณาความเหมาะสมจากชื่อที่ส่งไป
ขั้นแรก ช่องจะถามพระเอกนางเอก พระรองนางรองเหล่านั้นว่า ตอนนี้มีงานอะไรอยู่บ้าง ค่ายนี้เขาจะเชิญไปเล่นละครกับเขาเรื่องนั้น เรื่องนี้ บทแบบนั้นแบบนี้ จะเล่นมั้ย
ช่องไม่บังคับนะครับว่า "คุณต้องเล่นนะ"
แต่จะให้ดาราตัดสินใจเอาเองว่าจะรับงานหรือเปล่า
ถ้ารับคุณก็มีงานเล่นตลอดทั้งปี เพราะถือว่าคุณไม่เกี่ยงงาน
แต่ถ้าคุณปฏิเสธเรื่องนั้นไป ช่องก็จะไม่ว่าอะไร แต่ผู้จัดเขาจะรู้กันว่าคนนี้ เขาเลือกงาน เลือกบทนะ เขาก็จะไม่กล้าเสนอชื่อไปอีก
ในอีกทางหนึ่ง ถ้าเป็นนางเอก พระเอกที่ไม่ใช่เบอร์หนึ่งของช่อง ที่จะสามารถต่อรองได้ ส่วนใหญ่ พระเอกนางเอกเหล่านั้น ก็จะต้องรับเล่นละครที่ช่องป้อนให้ เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะว่างงานไปอีกครึ่งปี เพราะช่องถือว่า มีงานให้แล้ว แต่คุณไม่รับเอง
ส่วนบางบริษัทที่มีคนบอกว่า ทำไมใช้ดาราซ้ำๆกันจัง
อันนี้จะเล่าให้ฟัง ไม่บอกนะว่าเป็นค่ายไหนบ้าง เพราะเดีย่วจะดราม่ากันอีก บริษัทละครก่อนที่จะเสนอชื่อไปยังช่องนั้น เขาจะพิจารณาแล้วว่า...
ดาราคนไหนที่เขาทำงานร่วมด้วยแล้วสบายใจดี
ดาราคนไหนที่เปิดกล้องแล้วมีเวลาให้ทำงานได้ลุล่วง
ดาราคนไหนที่ไม่ทำตัวยิ่งใหญ่เกินไป จนทำให้กองอึดอัด
ดาราคนไหนที่สามารถเล่นได้ทุกบทบาทไม่เกี่ยงงอน
คือเขาจะดูความเหมาะสม เป็นอันดับแรก แล้วดูเรื่องเวลาว่าจะจอยกันได้มั้ย เพราะเมื่อเปิดกองแล้วคิวต้องได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละสามวัน ดาราสามารถเดินทางไกลๆได้มั้ย และที่สำคัญ ดาราคนนั้น พร้อมหรือเต็มใจที่จะร่วมงานกับเขามั้ย
มีคำถามอีกว่า อ้าว...แล้วดาราบางคนที่เคยร่วมงานกันทำไมไม่เอามาเล่นด้วยอีก ทำไมไม่เรียกใช้ ทั้งๆที่เคยทำงานด้วยกันมาแล้ว
ผมยกตัวอย่างพระเอกคนหนึ่งให้ฟังนะครับ พระเอกคนนี้ เดิมทีไม่ได้มีชื่อเสียงดังมาก แต่บังเอิญว่า มีคนกลุ่มหนึ่งเขาชอบ ก็ช่วยกันสร้างกระแส มีชื่อเสียงดังเป็นพรุขึ้นมา มีค่ายละครเจ้าหนึ่งเอาไปแสดงละครด้วยประกบพระเอกดังของช่อง ทำงานกันด้วยดีไม่มีปัญหา แม้ว่าจะเป็นคนที่ขี้จู้จี้จุกจิกไปบ้าง ไม่เป็นไร แก้ไขกันได้
แต่ว่าสุดท้ายก็มาตายตอนจบ ตอนที่จะขึ้นไตเติ้ล ชื่อพระเอก ก็มีการเกี่ยงงอนไม่พอใจที่ชื่อของตนเอง อยู่หลังพระเอกอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้ว่ามาจากตัวดารา หรือว่ามาจากผู้จัดการที่เรื่องมากนะ แต่ว่ามันเป็นปัญหาที่หนักอกมาก สุดท้ายบริษัทนั้นก็ไม่เรียกมาใช้งานอีก และเรื่องนี้ก็น่าจะรู้กันในกลุ่มบริษัทละคร รวมทั้งผู้ใหญ่ น้องเขาก็เลยหายๆไปบ้างในเวลานี้
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ คือคำตอบที่ว่า ทำไมดาราบางคนไม่มีงาน
ทำไมค่ายละครบางช่องจึงเรียกใช้แต่พระเอกนางเอกซ้ำๆ
เพราะความจริงแล้ว ช่องไม่เคยบังคับว่าคุณต้องเล่น
แต่นักแสดงมีสิทธิ์ที่จะเลือกรับงานได้ ซึ่งพวกเขาจะปฏิเสธง่ายๆว่า "ติดงาน ช่วงเวลานั้นไม่ว่าง" ช่องก็จะรับฟังแล้วก็ให้นักแสดงอีกคนที่เสนอชื่อมาไปเล่น หรือบางทีช่องจะพิจารณาเอง แล้วก็เรียกนักแสดงอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกเสนอชื่อมาไปรับงานนั้นแทน คือช่องจะถามทุกคนก่อนว่า "รับมั้ย" เหมือนที่เซเว่นถามเราทุกครั้งที่ไปซื้อของนั่นแหละ และเราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้
แต่จำเอาไว้ว่า เกิดเป็นดาราในสังกัด ถ้าคุณปฏิเสธไปแล้วเรื่องหนึ่ง เขาก็จะนับเหมือนกันว่าให้งานไปแล้วเรื่องหนึ่ง ซึ่งคุณไม่เล่น เพราะบางคนเวลาเซ็นสัญญา ก็จะคุยกันว่า ขอละครปีละเท่านั้นเรื่องนะ
นักแสดงที่นิสัยดี น่ารัก ไม่เกี่ยงงาน ไม่มีวันที่จะไม่มีละครหรอกครับ แต่ทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้บอกว่า นักแสดงที่มีงานน้อยแต่ละปี เขานิสัยไม่ดีนะ เพราะเล่นละครเรื่องหนึ่งมันหนัก ถ่ายกันสัปดาห์ละสามวันเป็นเวลา 6 เดือน บางเรื่องต้องไปลุยป่า ลุยเขา มันลำบาก ดาราบางคนเขาก็มีเงินมีทอง ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนหางาน หาเงินมาผ่อนอะไรแล้ว เขาก็สามารถที่จะเลือกรับงานได้ บทไหนที่ถูกใจเขาก็รับเล่นเพราะมันเป้นความสนุกของเขาที่ได้สวมบทบาทนั้นๆ
นั่นคือเรื่องที่พี่อาร์มจะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้
หวังว่าคงไม่มีดราม่ากันนะครับ
อาร์ม อิสระ
ขออนุญาตแชร์บทความของคุณอาร์ม อิสระ
ปล.ตัดมาบางส่วน อ่านแบบเต็มๆได้ที่ลิงค์👇
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10159684282639638&id=613864637
หลายคนเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมบางค่ายถึงใช้ดาราซ้ำๆ
ดาราบางคน ทำไมถึงมีงานน้อย ดาราบางคน ทำไมถึงมีงานเยอะจัง เป็นลูกรักของช่องหรือไง (วะ)
วันนี้ผมจะเฉลยให้อ่านกัน แล้วไม่ต้องเอาไปเป็นดราม่าที่ไหนอีกนะ เพราะนี่คือจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ บางทีอาจจะมีผิดพลาดได้ ถ้าเขาคิดไม่เหมือนผม
ในการทำงานกับดารานักแสดง ผู้จัดละครจะพิจารณาก่อนว่า เขาจะเอาใครมาเล่นเป็นพระเอกนางเอก เวลาที่ส่งรายชื่อไปยังช่อง เขาจะทำชาร์ตตัวละคร และใส่ชื่อนักแสดงเอาไว้ เขาก็จะใส่เผื่อไว้สองชื่อ ว่าช่องจะส่งใครมาให้เล่นบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ ถ้าเป็น ตัวหลัก พระเอก นางเอก พระรอง นางรอง 4 ตัวนี้ ช่องเท่านั้นที่จะพิจารณาความเหมาะสมจากชื่อที่ส่งไป
ขั้นแรก ช่องจะถามพระเอกนางเอก พระรองนางรองเหล่านั้นว่า ตอนนี้มีงานอะไรอยู่บ้าง ค่ายนี้เขาจะเชิญไปเล่นละครกับเขาเรื่องนั้น เรื่องนี้ บทแบบนั้นแบบนี้ จะเล่นมั้ย
ช่องไม่บังคับนะครับว่า "คุณต้องเล่นนะ"
แต่จะให้ดาราตัดสินใจเอาเองว่าจะรับงานหรือเปล่า
ถ้ารับคุณก็มีงานเล่นตลอดทั้งปี เพราะถือว่าคุณไม่เกี่ยงงาน
แต่ถ้าคุณปฏิเสธเรื่องนั้นไป ช่องก็จะไม่ว่าอะไร แต่ผู้จัดเขาจะรู้กันว่าคนนี้ เขาเลือกงาน เลือกบทนะ เขาก็จะไม่กล้าเสนอชื่อไปอีก
ในอีกทางหนึ่ง ถ้าเป็นนางเอก พระเอกที่ไม่ใช่เบอร์หนึ่งของช่อง ที่จะสามารถต่อรองได้ ส่วนใหญ่ พระเอกนางเอกเหล่านั้น ก็จะต้องรับเล่นละครที่ช่องป้อนให้ เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะว่างงานไปอีกครึ่งปี เพราะช่องถือว่า มีงานให้แล้ว แต่คุณไม่รับเอง
ส่วนบางบริษัทที่มีคนบอกว่า ทำไมใช้ดาราซ้ำๆกันจัง
อันนี้จะเล่าให้ฟัง ไม่บอกนะว่าเป็นค่ายไหนบ้าง เพราะเดีย่วจะดราม่ากันอีก บริษัทละครก่อนที่จะเสนอชื่อไปยังช่องนั้น เขาจะพิจารณาแล้วว่า...
ดาราคนไหนที่เขาทำงานร่วมด้วยแล้วสบายใจดี
ดาราคนไหนที่เปิดกล้องแล้วมีเวลาให้ทำงานได้ลุล่วง
ดาราคนไหนที่ไม่ทำตัวยิ่งใหญ่เกินไป จนทำให้กองอึดอัด
ดาราคนไหนที่สามารถเล่นได้ทุกบทบาทไม่เกี่ยงงอน
คือเขาจะดูความเหมาะสม เป็นอันดับแรก แล้วดูเรื่องเวลาว่าจะจอยกันได้มั้ย เพราะเมื่อเปิดกองแล้วคิวต้องได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละสามวัน ดาราสามารถเดินทางไกลๆได้มั้ย และที่สำคัญ ดาราคนนั้น พร้อมหรือเต็มใจที่จะร่วมงานกับเขามั้ย
มีคำถามอีกว่า อ้าว...แล้วดาราบางคนที่เคยร่วมงานกันทำไมไม่เอามาเล่นด้วยอีก ทำไมไม่เรียกใช้ ทั้งๆที่เคยทำงานด้วยกันมาแล้ว
ผมยกตัวอย่างพระเอกคนหนึ่งให้ฟังนะครับ พระเอกคนนี้ เดิมทีไม่ได้มีชื่อเสียงดังมาก แต่บังเอิญว่า มีคนกลุ่มหนึ่งเขาชอบ ก็ช่วยกันสร้างกระแส มีชื่อเสียงดังเป็นพรุขึ้นมา มีค่ายละครเจ้าหนึ่งเอาไปแสดงละครด้วยประกบพระเอกดังของช่อง ทำงานกันด้วยดีไม่มีปัญหา แม้ว่าจะเป็นคนที่ขี้จู้จี้จุกจิกไปบ้าง ไม่เป็นไร แก้ไขกันได้
แต่ว่าสุดท้ายก็มาตายตอนจบ ตอนที่จะขึ้นไตเติ้ล ชื่อพระเอก ก็มีการเกี่ยงงอนไม่พอใจที่ชื่อของตนเอง อยู่หลังพระเอกอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้ว่ามาจากตัวดารา หรือว่ามาจากผู้จัดการที่เรื่องมากนะ แต่ว่ามันเป็นปัญหาที่หนักอกมาก สุดท้ายบริษัทนั้นก็ไม่เรียกมาใช้งานอีก และเรื่องนี้ก็น่าจะรู้กันในกลุ่มบริษัทละคร รวมทั้งผู้ใหญ่ น้องเขาก็เลยหายๆไปบ้างในเวลานี้
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ คือคำตอบที่ว่า ทำไมดาราบางคนไม่มีงาน
ทำไมค่ายละครบางช่องจึงเรียกใช้แต่พระเอกนางเอกซ้ำๆ
เพราะความจริงแล้ว ช่องไม่เคยบังคับว่าคุณต้องเล่น
แต่นักแสดงมีสิทธิ์ที่จะเลือกรับงานได้ ซึ่งพวกเขาจะปฏิเสธง่ายๆว่า "ติดงาน ช่วงเวลานั้นไม่ว่าง" ช่องก็จะรับฟังแล้วก็ให้นักแสดงอีกคนที่เสนอชื่อมาไปเล่น หรือบางทีช่องจะพิจารณาเอง แล้วก็เรียกนักแสดงอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกเสนอชื่อมาไปรับงานนั้นแทน คือช่องจะถามทุกคนก่อนว่า "รับมั้ย" เหมือนที่เซเว่นถามเราทุกครั้งที่ไปซื้อของนั่นแหละ และเราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้
แต่จำเอาไว้ว่า เกิดเป็นดาราในสังกัด ถ้าคุณปฏิเสธไปแล้วเรื่องหนึ่ง เขาก็จะนับเหมือนกันว่าให้งานไปแล้วเรื่องหนึ่ง ซึ่งคุณไม่เล่น เพราะบางคนเวลาเซ็นสัญญา ก็จะคุยกันว่า ขอละครปีละเท่านั้นเรื่องนะ
นักแสดงที่นิสัยดี น่ารัก ไม่เกี่ยงงาน ไม่มีวันที่จะไม่มีละครหรอกครับ แต่ทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้บอกว่า นักแสดงที่มีงานน้อยแต่ละปี เขานิสัยไม่ดีนะ เพราะเล่นละครเรื่องหนึ่งมันหนัก ถ่ายกันสัปดาห์ละสามวันเป็นเวลา 6 เดือน บางเรื่องต้องไปลุยป่า ลุยเขา มันลำบาก ดาราบางคนเขาก็มีเงินมีทอง ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนหางาน หาเงินมาผ่อนอะไรแล้ว เขาก็สามารถที่จะเลือกรับงานได้ บทไหนที่ถูกใจเขาก็รับเล่นเพราะมันเป้นความสนุกของเขาที่ได้สวมบทบาทนั้นๆ
นั่นคือเรื่องที่พี่อาร์มจะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้
หวังว่าคงไม่มีดราม่ากันนะครับ
อาร์ม อิสระ
ขออนุญาตแชร์บทความของคุณอาร์ม อิสระ
ปล.ตัดมาบางส่วน อ่านแบบเต็มๆได้ที่ลิงค์👇
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10159684282639638&id=613864637