7 เหตุผลหนุน ไมเคิ่ล โอเว่น เป็นกองหน้าชาวอังกฤษที่เก่งที่สุดในยุคของเขา

ไมเคิ่ล โอเว่น ชื่อนี้แฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งรักทั้งชัง เพราะนี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของทัพ "หงส์แดง" และก็เป็นนักเตะที่ทำให้แฟนบอลต้องเจ็บปวดหัวใจจากการตัดสินใจทิ้งทีมแบบไม่ใยดี



โอเว่น ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนได้ชื่อว่าเป็นหัวหอกสุดอันตรายในพรีเมียร์ลีก ในยุคของเขา โดยเจ้าตัวเป็นผู้เล่นหลักของ "เดอะ เร้ดส์" และเป็นหัวหอกคนสำคัญสำหรับทีมชาติอังกฤษ โดยเฉพาะไฮไลท์ในการทำประตูเกมพบ อาร์เจนตินา จนทำให้เขาได้รับฉายาว่า "เบบี้โกล"

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" เจ็บปวดมากๆ ก็คือการที่เขาตัดสินใจอำลาถิ่นแอนฟิลด์ เพื่อไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2004 แต่ที่เจ็บช้ำระกำอุราเป็นทวีคูณก็คือการที่เขาย้ายไปเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2009 ซึ่งนั่นทำให้แฟนบอล "หงส์แดง" บางคนเลือกที่จะตัดชื่อของเขาจากการเป็นฮีโร่ของทีมไปในทันที

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ค้าแข้งตั้งแต่เป็นเด็กปั้นลิเวอร์พูล จนกระทั่งระหกระเหินไปจบอาชีพนักเตะกับ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ โอเว่น ได้สร้างผลงานชั้นยอดเอาไว้มากมาย และทำให้เขาได้รับการเชิดชูว่าเป็นกองหน้าชาวอังกฤษที่เก่งที่สุดในยุคของเขา 
 
ยิงประตูเปิดตัว



ไมเคิ่ล โอเว่น สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการลูกหนัง เมื่อลงสนามให้กับ "หงส์แดง" ในวัยแค่ 17 ปีเท่านั้น โดยเจ้าตัวลงเล่นในฐานะตัวสำรอง และยิงประตูในเกมพบกับ วิมเบิลดัน ที่สนามเซลเฮิร์ตส์ พาร์ค เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1997 

ประตูนั้นทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรที่ยิงประตูได้ ในเวลานั้น โอเว่น อายุเพียง 17 ปีกับ 143 วัน แต่สถิตินี้ถูกทำลายไปแล้วโดย  เบน วู้ดเบิร์น ไปเรียบร้อยแล้ว แต่กระนั้นประตูของ โอเว่น ก็ยังคงได้รับการจดจำมาจนถึงวันนี้

แม้ว่าเกมนั้น ลิเวอร์พูล จะแพ้ให้กับ วิมเบิลดัน 1-2 ก็ตาม แต่มันมีสัญญาณที่น่าตื่นเต้นที่ได้เห็นนักเตะวัยละอ่อน ทำผลงานได้ทันที่ได้ลงเล่น โดยเขาแสดงให้เห็นถึงความกล้าในการสู้กับนักเตะเก๋า และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการเป็นเครื่องจักรถล่มประตูให้กับ "หงส์แดง" 
 
เปิดตัวทีมชาติอังกฤษ ในวัย 18 ปี



โอเว่น ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ และเขาได้ลงสนามเปิดตัวให้กับทัพ "สิงโตคำราม" ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1998 ในวัยเพียงแค่ 18ปีกับ 59 วัน โดยเป็นตัวจริงในเกมปะทะ ชิลี ที่สนามเวมบลีย์ 

สำหรับฤดูกาล1997/98 โอเว่น ได้รับโอกาสทองลงเล่นเป็นตัวหลักแทนที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ และเขาฉกฉวยโอกาสได้สำเร็จ เมื่อซัดไป 18 ประตูในเกมพรีเมียร์ลีก รวมทั้งได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีจากพีเอฟเอ 

ต้องยอมรับเลยว่า โอเว่น มีปีที่สุดยอดมากๆ และนั่นเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การเป็นตัวเลือกแรกในแดนหน้าของทีม รวมไปถึงการยึดตำแหน่งตัวจริงถาวรทั้งกับ ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 
 
ประตูเวิลด์คลาสในศึกฟุตบอลโลก 1998



ต้องยอมรับว่าศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นการแจ้งเกิดของ โอเว่น แบบเต็มตัว เพราะเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในการต้องสู้กับกองหลังเขี้ยวลากดินมากมายในการเล่นระดับชาติด้วยวัยเพียงน้อยนิด

แมตช์ที่พบกับ อาร์เจนตินา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โอเว่น ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องตกตะลึงกับลีลาการกระชากบอลกว่าครึ่งสนาม พร้อมกับวิ่งฉีกหนี โรแบร์โต้ อยาล่า และผู้เล่นหลายคนในทัพ "ฟ้าขาว" ก่อนจะหลุดเข้าไปในเขตโทษพร้อมกับซัดบอลผ่าน คาร์ลอส โรอา เข้าไปซุกก้นตาข่าย

แม้สุดท้ายแล้ว อังกฤษ ต้องตกรอบเนื่องจากแพ้การดวลจุดโทษให้กับ อาร์เจนตินา ก็ตาม แต่ประตูของ โอเว่น ยังคงอยู่ในความทรงจำของคอลูกหนัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะได้รับการโหวตคว้ารางวัลบุคคลกีฬาแห่งปี บีบีซี 

"ประตูนั้นเปลี่ยนชีวิตของผม เมื่อคุณยิงประตูแบบนั้นได้ ทั่วโลกเปลี่ยนมุมมองในตัวคุณ แม้ผมจะเชื่อมั่นในความสามารถของผมก็ตาม แต่ทุกๆ คนรู้จักผมจากช่วงเวลานั้นจริงๆ" ตำนานหัวหอกลิเวอร์พูล กล่าว 

คว้าบัลลงดอร์ 2001


 
โอเว่น เป็นนักเตะชาวอังกฤษคนแรกในรอบกว่า 20 ปีที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ในปี 2001 โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้ก็คือการยิงประตูเป็นว่าเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล โดยครึ่งหนึ่งของประตูที่ทำได้ช่วยให้ "หงส์แดง" คว้าทริปเบิลแชมป์บอลถ้วย ได้แก่ ลีกคัพ , เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ

ตอนที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยการปราบ อาร์เซน่อล นั้น โอเว่น ยอมรับว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา เพราะมันทำให้เขาได้รับอะไรมากมาย "ผมมักจะย้อนกลับไปดูเกมนั้นมากกว่าเกมอื่นๆ ด้วยซ้ำ"

"ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่มีความสุขที่สุดที่ผมเคยได้รับจากการเล่นฟุตบอล" โอเว่น กล่าว นอกจากนี้เจ้าตัวยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการได้ "ลูกบอลทองคำ" มาเชยชมว่า "ผมภาคภูมิใจกับชัยชนะเสมอ...มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"

แชมป์พรีเมียร์ลีกบาดใจ"เดอะ ค็อป"



หลังจากใช้ชีวิตอยู่บนม้านั่งสำรองใน เรอัล มาดริด ตามด้วยการย้ายไปเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่เรื่องที่ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล ช็อกที่สุดก็คือ โอเว่น เลือกที่จะเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตลอดกาลของ "หงส์แดง"

การเล่นให้ "ปีศาจแดง" แม้จะทำลายความรู้สึกของแฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" ก็ตาม แต่มันนำไปสู่ความสำเร็จที่นักฟุตบอลปรารถนานั่นก็คือการได้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2010/11 ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารอคอยมานาน

ที่สำคัญ โอเว่น เป็นนักเตะที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ชื่นชอบมานานแล้ว โดยเรื่องนี้ "ป๋า" ได้เขียนเอาไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติว่า  "ตอนที่ผมได้ยินว่า นิวคาสเซิ่ล พร้อมที่จะปล่อยเขาออกจากทีมน่ะ ผมก็รีบดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้เขามาที่บ้านของผม และคุยเกี่ยวกับการให้เขามาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันที"

"ผมรู้ดีว่านี่อาจจะฟังดูเหมือนการคุยโวของ ยูไนเต็ด สักหน่อย แต่ผมกับสตาฟฟ์เชื่อว่าเขาจะทำได้ดีขึ้น (เมื่อเทียบกับตอนเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล) ในฐานะนักเตะเมื่อเขามาอยู่กับ ยูไนเต็ด และเขาก็มีอิทธิพลอย่างมากกับกองหน้าที่อายุน้อยอย่างเช่น เวย์น รูนี่ย์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ด้วย"

"การกะจังหวะในการวิ่งทะลวงแนวรับของเขา และความเยือกเย็นในการจบสกอร์ของเขามันก็ทำให้ผมนึกถึง จิมมี่ กรีฟส์ ที่จบสกอร์ด้วยข้างเท้าได้อย่างเฉียบขาดสุดๆ ผมสบถคำหยาบเยอะมากจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำอย่างนั้นไปกี่ครั้งในตอนที่ ลิเวอร์พูล ได้ตัวเขาไป!" พวกเขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เขาไปร่วมทีม" เฟอร์กูสัน ระบุ

ตัวหลักทีมชาติอังกฤษ



โอเว่นมีโอกาสได้เป็นตัวแทนทีมชาติอังกฤษ ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์สำคัญระดับชาติถึง 5 รายการได้แก่ ฟุตบอลโลก 1998, 2002 และ 2006 กับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ "ยูโร"  2000 และ 2004 

เกล็น ฮอดเดิ้ล อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวยกย่องความสามารถของ โอเว่น ว่าน่าเหลือเชื่อสุดๆ และไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติอังกฤษ "เขาเป็นเพชรฆาตหน้าทารกของจริง เขขาจบสกอร์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อทั้งๆ ที่อายุยังน้อยอยู่เลย เขามีความเยือกเย็นเวลาที่อยู่ในกรอบเขตโทษ นักเตะบางคนอาจจะรู้สึกประหม่า แต่เขานิ่งมากๆ"

ฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และ 1 ประตูแห่งความทรงจำกับสโต๊ค



หัวหอกร่างเล็ก ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่หัวเข่าในปี 2006 แต่เขาสามารถฟื้นร่างกาย และกลับมาติดทีมชาติอังกฤษได้สำเร็จ  โดยตอนนั้น โอเว่น ซัด 2 ประตูในเกมพบ เอสโตเนีย ศึกยูโร 2008 รอบคัดเลือก เมื่อเดือนมิถุนายน 2007 

นอกจากนี้เขายังยิงประตูในเกมพบ อิสราเอล ที่สนามนิว เวมบลีย์ ในเดือนกันยายน 2007 และกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูให้ทีมชาติได้ทั้งสนามเวมบลีย์เดิม และใหม่ ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติที่เจ้าตัวไม่เคยลืม 

ขณะเดียวกันช่วง 1 ปีที่เล่นให้ สโต๊ค ซิตี้อาจจะไม่ได้มีความทรงจำดีๆ มากนัก แต่การค้าแขังกับทัพ "ช่างปั้นหม้อ" มีความทรงจำที่ โอเว่น ลืมไม่ลงเพราะเขาทำได้ 1 ประตูในเกมลีก และส่งให้เจ้าตัวติดทำเนียบนักเตะที่ตะบันตาข่ายในพรีเมียร์ลีกรวม 150 ประตู  ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดเมื่อจบซีซั่น  2012/13
 
แม้ว่าอาชีพพ่อค้าแข้งของ โอเว่น ต้องจบลงไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังก็ตาม แต่แน่นอนไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาเป็นกองหน้าชาวอังกฤษที่เก่งที่สุดในยุคของเขาอย่างแท้จริง

cr : www.siamsport.co.th
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ฟุตบอลต่างประเทศ นักฟุตบอล Liverpool F.C. Manchester United F.C. รางวัลกีฬา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่