ซีรี่เรื่องนี้มีชื่อไทยว่า นรกคือคนอื่น แว้บเเรกที่เห็นคือทำไมชื่อมันแปลกๆฟะ เหมือนใช้อากู๋แปลซึ่งดูก็รู้ว่าไม่ได้แปลมาจากชื่อออริจินอล ขอพูดถึงการตั้งชื่อนิดนึงว่าบางเรื่องชื่อิ้งมันก็โอเคอยู่แล้ว ทำไมต้องพยายามแปลเป็นไทยขนาดนั้น จะเห็นได้บ่อยๆในหนังโรง คือถ้าแปลแล้วมันดีก็ดีไป แต่บางอันแปลมาแล้วตลกแต่ก็ยังจะยัดเยียดมีชื่อไทยให้ได้ ต่อให้ดูจบไปแล้วก็เข้าใจไอ้คำว่า"นรกคือคนอื่น" มันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องยังไงก็ตาม แต่มองในมุมของคนที่ยังไม่เคยดู เห็นชื่อเรื่องความอยากดูก็ลดลงแล้ว
มาเข้าเรื่องย่อดีกว่า: ซีรี่พุดถึงชายหนุ่ม(ยุน จองอู)คนนึงเดินทางเข้ามาเมื่อเมืองหลวง เพื่อมาทำงานแต่ด้วยความที่มีเงินไม่มากนักเลยมาเช่าหอที่ราคาโคตรถูก ซึ่งหอนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการฆาตกรรมชวนสยดสยองต่างๆ
รีวิว: แกนเรื่องหลักของเรื่องนี้จริงๆก็ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่เท่าไหร่นัก แต่ด้วยวิธีการดำเนินเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างดี ทุกตอนจะมีdirectionที่ชัดเจนว่าจะนำเสนออะไร ใช่เวลาในการเล่าเรื่องได้คุ้มค่าดี ง่ายๆคือไม่รู้สึกว่าเรื่องมันยืด มีการ้อยเรียงเรื่องราวที่ดี หนังไม่ได้เดินเรื่องเป็นเส้นตรง หรือมุ่งไปที่การเคลียร์แกนหลักอย่างเดียว(ถ้าภาษาเกมส์ก็คือ ไม่ได้มีแต่เควสหลัก มีเควสย่อยๆด้วย) มีซัพพลอตที่ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น เช่น ปัญหาในที่ทำงานของจองอู ปัญหาความรัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ได้ทำให้เราเอียนกับโทนเรื่องฆาตกรรมเกินไป สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นคือซีรี่จะโยนhintหรือคำใบ้โปรยมาทีละนิดๆ มีช่องว่างให้คนดูคิดเองบ้างว่าตกลงหอนี่มันมีอะไร? ใครเป็นฆาตกร
แต่ไม่ได้เน้นให้ใคร่รู้ของคนดูมากจนเปลี่ยนธีมเรื่องจากแนวระทึกขวัญเป็นเป็นแนวสืบสวน พอถึงจุดนึงหนังก็เฉลยตัวฆาตกรออกมา เหมือนเราคือคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าใครทำอะไร ใครฆ่าใคร ความสนุกคือการได้ลุ้นไปกับตัวเอก(จองอู)ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย ลุ้นว่าพระเอกถ้ามันกลับเข้าหอนี้มันจะโดนฆ่ารึปล่าวฟะ ในเรื่องของพัฒนาการของตัวละคร ทำได้ค่อนข้างยอดเยี่ยมในตัวของพระเอก มีที่มาที่ไปชัดเจน เราได้เห็นอารมณ์หรือความคิดของพระเอกที่เปลี่ยนไปทีละนิดๆ ไม่ได้อยู่ดีๆจะเปลี่ยนนิสัยพระเอกก็เปลี่ยน ส่วนตัวผมที่ได้ดูเรื่องนี้คือลุ้นมากก ว่าพระเอกมันจะโดนฆ่าไหม โทนเรื่องมีความอึดอัดกดดัน เครียด
อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรงซึมเศร้าเท่าไหร่นัก ซีรี่เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาก ในแง่ทำให้คนดูอินไปกับเรื่อง อินกับตัวละคร
ส่วนข้อเสียของเรื่องนี้ก็มีบ้าง เช่น ช่วงแรกเดินเรื่องแบบไม่ได้หวือหวามากเพราะปูเรื่อง ตัวละครสำคัญหลายๆตัวไม่มีการเติมมิติให้ตัวละครมากเท่าไหร่ ไม่รู้แรงจูงใจ หรืออะไรทำให้เขาเป็นแบบนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ หมอ แฝด ป้าหอพัก คือถ้าซีรี่เล่าอดีตของคนกลุ่มนี้ว่าเป็นมายังไงอยู่ๆ ทำไมกลายเป็นโรคจิตชอบฆ่าคนอื่นแถมปลูกฝังความคิดให้คนอื่นๆอีก ตัวหมอมุฯโจเองก็เป็นตัวที่โคตรสำคัญในเรื่อง ก็ไม่ได้เล่าอีกว่าอดีตเป็นยังไง แล้วอะไรทำให้มันชอบพระเอกขนาดนั้น จุดประสงค์ที่ฆ่าก็บอกเล่าแบบลวกๆผ่านปากตัวละคร คือเสียดายที่ไม่ได้มีความนุ่มลึกในมิติตัวละครเท่าที่ควรจะเป็น
ต้องบอกตรงๆว่า ฝืนดูให้จบภายใน2วัน ไม่ใช่เพราะไม่สนุกนะครับ แต่เพราะโทนเรื่องมันเครียดและกดดันมาก จนดูแล้วรู้สึกเหนื่อย แต่ด้วยความน่าติดตามก็ทำให้ดูจนจบ อีกประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ การไม่ได้นำเสนอแค่พาร์ทของหอพักฆาตกร แต่ยังนำเสนอมุมมองสังคมการทำงานในเกาหลีใต้มุมดาร์คๆ ความสัมพันธ์เจ้านายลูกน้อง ซึ่งมันเรียลเรียลมาก!! ตัวละครในเรื่องนี้แทบจะไม่มีคนที่ดีจริงๆเลย ทุกตัวมีความเป็นคนสูงมีความชั่วและดี หนังใช้สัญญะในการเล่าเรื่องในหลายๆส่วน(คือบอกเป็นนัยๆ แต่ไม่ได้พูดตรงๆ) ปล่อยให้คนดูไปตีความเอง(ซึ่งผมชอบนะ มันได้ทำให้เราคิดตาม ไม่ใช่ซีรี่ที่รอป้อนเข้าสมองบอกทุกอย่างเสร็จสรรพในตัว)
ท่าเปรียบเทียบแล้วผมให้เรื่องนี้พอๆกับ parasite(เอาจริง มันก็เปรียบเทียบไม่ได้อยู่แล้วอีกอันหนัง อีกอันซีรี่ แต่ในโทนเรื่อง วิธีการเล่าผ่านสัญญะ ประเด็นเสียดสีสังคม) แน่นอนว่าสัดส่วนแต่ละองค์ประกอปไม่เท่ากัน เช่นถ้าเอาเครียด กดดัน ยังไงเรื่อง stranger from hell จะมีตรงนี้เยอะกว่า แต่ในด้านประเด็นการเสียดสีสังคม สัญญะต่างๆ ย่อยง่าย อันนี้ parasiteทำได้ดีกว่า
สรุปซีรี่เรื่องนี้คุ้มที่จะดูไหม? ถ้าคุณชอบแนวระทึกขวัญ ทิลเลอร์ ต้องตีความสัญญะบ้าง(แต่ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ต่อให้ไม่เข้าใจก็ดูสนุกอยู่ดี ฮา) ดูหนังที่เครียด กดดัน อึดอัดได้ก็แนะนำเรื่องนี้ครับ 8/10
ปล.ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาเหยียดหรือดูถูกอะไรทั้งนั้น ถ้าคำไหนส่อไปทางนั้นก็อยากให้เข้าใจเจตนาไว้เด้อ
รีวิว Stranger from hell ซีรี่ที่สายระทึกขวัญห้ามพลาด 8/10 (Netflix) no spoil
มาเข้าเรื่องย่อดีกว่า: ซีรี่พุดถึงชายหนุ่ม(ยุน จองอู)คนนึงเดินทางเข้ามาเมื่อเมืองหลวง เพื่อมาทำงานแต่ด้วยความที่มีเงินไม่มากนักเลยมาเช่าหอที่ราคาโคตรถูก ซึ่งหอนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการฆาตกรรมชวนสยดสยองต่างๆ
รีวิว: แกนเรื่องหลักของเรื่องนี้จริงๆก็ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่เท่าไหร่นัก แต่ด้วยวิธีการดำเนินเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างดี ทุกตอนจะมีdirectionที่ชัดเจนว่าจะนำเสนออะไร ใช่เวลาในการเล่าเรื่องได้คุ้มค่าดี ง่ายๆคือไม่รู้สึกว่าเรื่องมันยืด มีการ้อยเรียงเรื่องราวที่ดี หนังไม่ได้เดินเรื่องเป็นเส้นตรง หรือมุ่งไปที่การเคลียร์แกนหลักอย่างเดียว(ถ้าภาษาเกมส์ก็คือ ไม่ได้มีแต่เควสหลัก มีเควสย่อยๆด้วย) มีซัพพลอตที่ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น เช่น ปัญหาในที่ทำงานของจองอู ปัญหาความรัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ได้ทำให้เราเอียนกับโทนเรื่องฆาตกรรมเกินไป สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นคือซีรี่จะโยนhintหรือคำใบ้โปรยมาทีละนิดๆ มีช่องว่างให้คนดูคิดเองบ้างว่าตกลงหอนี่มันมีอะไร? ใครเป็นฆาตกร
แต่ไม่ได้เน้นให้ใคร่รู้ของคนดูมากจนเปลี่ยนธีมเรื่องจากแนวระทึกขวัญเป็นเป็นแนวสืบสวน พอถึงจุดนึงหนังก็เฉลยตัวฆาตกรออกมา เหมือนเราคือคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าใครทำอะไร ใครฆ่าใคร ความสนุกคือการได้ลุ้นไปกับตัวเอก(จองอู)ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย ลุ้นว่าพระเอกถ้ามันกลับเข้าหอนี้มันจะโดนฆ่ารึปล่าวฟะ ในเรื่องของพัฒนาการของตัวละคร ทำได้ค่อนข้างยอดเยี่ยมในตัวของพระเอก มีที่มาที่ไปชัดเจน เราได้เห็นอารมณ์หรือความคิดของพระเอกที่เปลี่ยนไปทีละนิดๆ ไม่ได้อยู่ดีๆจะเปลี่ยนนิสัยพระเอกก็เปลี่ยน ส่วนตัวผมที่ได้ดูเรื่องนี้คือลุ้นมากก ว่าพระเอกมันจะโดนฆ่าไหม โทนเรื่องมีความอึดอัดกดดัน เครียด อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรงซึมเศร้าเท่าไหร่นัก ซีรี่เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาก ในแง่ทำให้คนดูอินไปกับเรื่อง อินกับตัวละคร
ส่วนข้อเสียของเรื่องนี้ก็มีบ้าง เช่น ช่วงแรกเดินเรื่องแบบไม่ได้หวือหวามากเพราะปูเรื่อง ตัวละครสำคัญหลายๆตัวไม่มีการเติมมิติให้ตัวละครมากเท่าไหร่ ไม่รู้แรงจูงใจ หรืออะไรทำให้เขาเป็นแบบนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ต้องบอกตรงๆว่า ฝืนดูให้จบภายใน2วัน ไม่ใช่เพราะไม่สนุกนะครับ แต่เพราะโทนเรื่องมันเครียดและกดดันมาก จนดูแล้วรู้สึกเหนื่อย แต่ด้วยความน่าติดตามก็ทำให้ดูจนจบ อีกประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ การไม่ได้นำเสนอแค่พาร์ทของหอพักฆาตกร แต่ยังนำเสนอมุมมองสังคมการทำงานในเกาหลีใต้มุมดาร์คๆ ความสัมพันธ์เจ้านายลูกน้อง ซึ่งมันเรียลเรียลมาก!! ตัวละครในเรื่องนี้แทบจะไม่มีคนที่ดีจริงๆเลย ทุกตัวมีความเป็นคนสูงมีความชั่วและดี หนังใช้สัญญะในการเล่าเรื่องในหลายๆส่วน(คือบอกเป็นนัยๆ แต่ไม่ได้พูดตรงๆ) ปล่อยให้คนดูไปตีความเอง(ซึ่งผมชอบนะ มันได้ทำให้เราคิดตาม ไม่ใช่ซีรี่ที่รอป้อนเข้าสมองบอกทุกอย่างเสร็จสรรพในตัว) ท่าเปรียบเทียบแล้วผมให้เรื่องนี้พอๆกับ parasite(เอาจริง มันก็เปรียบเทียบไม่ได้อยู่แล้วอีกอันหนัง อีกอันซีรี่ แต่ในโทนเรื่อง วิธีการเล่าผ่านสัญญะ ประเด็นเสียดสีสังคม) แน่นอนว่าสัดส่วนแต่ละองค์ประกอปไม่เท่ากัน เช่นถ้าเอาเครียด กดดัน ยังไงเรื่อง stranger from hell จะมีตรงนี้เยอะกว่า แต่ในด้านประเด็นการเสียดสีสังคม สัญญะต่างๆ ย่อยง่าย อันนี้ parasiteทำได้ดีกว่า
สรุปซีรี่เรื่องนี้คุ้มที่จะดูไหม? ถ้าคุณชอบแนวระทึกขวัญ ทิลเลอร์ ต้องตีความสัญญะบ้าง(แต่ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ต่อให้ไม่เข้าใจก็ดูสนุกอยู่ดี ฮา) ดูหนังที่เครียด กดดัน อึดอัดได้ก็แนะนำเรื่องนี้ครับ 8/10
ปล.ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาเหยียดหรือดูถูกอะไรทั้งนั้น ถ้าคำไหนส่อไปทางนั้นก็อยากให้เข้าใจเจตนาไว้เด้อ