ตอนนี้ผมมีเพจแล้วนะครับ แวะไปอ่านได้ครับ มีรีวิวมากกว่า 260 เรื่องครับ
https://www.facebook.com/Mr.CoffeeKDramaReview
หากต้องการฟังเป็นคลิปเสียง เชิญได้ที่
https://www.youtube.com/@mrcoffeekdramareview ครับ กำลังทำเพิ่มเรื่อยๆ ให้มีครบทุกเรื่องครับ
ส่วนคลิปเสียงของเรื่องนี้ ฟังได้ที่นี่ครับ

รีวิวซีรีส์
เรื่องที่ 276 The Scarecrow หุ่นลวงเชือด มี 12 EP EP ละประมาณ 60 นาที / VIU
#TheScarecrow #หุ่นลวงเชือด #MrCoffeeKDramaReview
ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่มาจากเรื่องจริง คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง ซึ่งเป็นคดีฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของเกาหลีใต้ ทางการจับตัวฆาตกรไม่ได้นาน 33 ปีจนพึ่งมาจับได้ในปี 2019 และพบว่าฆาตกรติดอยู่ในคุกเลยหาไม่เจอ คดีนี้คือต้นเรื่องของหนังดัง Memories of Murder ของบองจุนโฮ รวมถึงซีรีส์เรื่อง Signal และ Tunnel ซึ่ง The Scarecrow จะเป็นเรื่องแรกที่เล่าในแบบที่รู้แล้วว่าฆาตกรตัวจริงคือใคร
เทคนิคการเล่าเรื่องของเรื่องนี้ ใช้วิธีเล่าเรื่องในปีปัจจุบันตามเรื่องคือปี 2019 สลับกับการย้อนไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนปี 1988 โดย พัคแฮซู แสดงเป็นตำรวจที่อยู่ในเมืองนี้เพิ่งย้ายกลับมาจากโซล มาเจอกับอัยการเพื่อนเก่าที่เป็นคู่กรณีตั้งแต่เด็ก นำแสดงโดย อีฮีจุน
แน่นอนว่าเรื่องนี้คนดูจะรู้อยู่แล้วว่าฆาตกรนั้น ไม่ได้โดนจับแม้จะก่อคดีฆาตกรรมไปถึง 14 คดี แต่โดนจับเพราะไปฆ่าน้องสาวภรรยาตัวเอง การที่ต้องดูฉากการเล่าเรื่องคดีที่เกิดขึ้นโดยปิดบังใบหน้าของฆาตกรไว้ ทำให้คนดูได้ลุ้นและใช้สมองขบคิดคาดเดากันไปว่าฆาตกรเป็นใครกันแน่
ครึ่งเรื่องแรกของเรื่องนี้ จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ลุ้นระทึก ใครชอบซีรีส์สืบสวนสอบสวน เรื่องนี้คือทางของคุณแบบเต็มๆ แต่เราก็จะเริ่มได้สัมผัสระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของตัวซีรีส์ ภาพเหตุการณ์ฆาตกรรม เริ่มชัดเจนและรุนแรง ผมเป็นคนหนึ่งที่ดูเคสที่เกิดกับเด็กนักเรียนหญิงคนที่ 2 แล้วโกรธควันออกหูเลย มันสร้างความเครียดให้คนดูเป็นอย่าง ยิ่งเรารู้ว่าจับฆาตกรไม่ได้ ยิ่งโกรธใหญ่
ดังน้นเมื่อซีรีส์เฉลยตัวฆาตกร และสร้างดราม่าชุดใหญ่กับทั้งตัวพระเอกและน้องสาวพระเอก มันดูแล้วรันทดเหลือประมาณ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องการสื่อสารถึงระบบความล้มเหลวของการสืบสวนของตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม แต่คนดูแทบไม่ได้รู้สึกถึงการชิงไหวชิงพริบอะไร เพราะแค่คนร้ายก็ยังหาไม่เจอ มีแค่การสู้กันของพระเอกกับเพื่อนอัยการเท่านั้น ช่วงตรงประมาณนี้ ผมเกือบตัดสินใจเทซีรีส์เรื่องนี้แล้ว ก็เพราะซีรีส์สืบสวนสอบสวนในยุคปัจจุบัน จะไม่มีดราม่าจัดจ้านรันทดแบบนี้ เรื่องนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนดูซีรีส์ยุคเก่า
แต่พอช่วงท้าย เข้าสู่ปี 2019 การเล่าเรื่องก็ถูกเร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เร่งจนเราไม่ได้แทบเห็นรายละเอียดการสืบสวนสอบสวนในยุคปัจจุบันเลย จริงๆ ช่วงท้ายสนุกนะครับ แต่เหมือนเล่าเรื่องผ่านๆไปให้จบ
ดังนั้น เมื่อเนื้อเรื่องถูกตั้งต้นมาจาก คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง และก็เขียนเรื่องมาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ผมว่าความไม่ราบรื่นในเชิงการเล่าเรื่องคงต้องมองไปที่การกำกับแล้วล่ะ เรื่องนี้สามารถทำให้ Smooth ได้มากกว่านี้ เห็นว่าผู้กำกับเคยกำกับเรื่อง Crash มา ก็ชัดเจนครับ เรื่องน่าสนใจ เนื้อเรื่องดี แต่มันไม่ Smooth นี่แหล่ะผมเลยดูไม่จบ หรืออาจเป็นความตั้งใจที่จะเล่าเรื่องแบบนี้เพื่อสร้างความรู้สึกกดดันและไม่ลืมให้กับคนดูก็ได้
ดังนั้นสำหรับผม เรื่องนี้ดีแทบทุกอย่าง ยกเว้นความเร็วในการเล่าเรื่องที่บางช่วงช้าไป บางช่วงเร็วไป ส่วนดราม่ารันทดนั้นผมมองว่าอาจมีคนชอบแบบนี้ก็ได้ ไม่ผิดอะไร ส่วนตัวผมมองว่าจังหวะการเล่าเรื่องอย่างเรื่อง Mouse นี่แหล่ะที่สมบูรณ์แบบครับ
แต่ถึงกระนั้น หากคุณเป็นคอซีรีส์สืบสวนสอบสวน ก็ต้องดูแหล่ะครับ พลาดเรื่องนี้ไป จะไปพูดว่าเป็นคอซีรีส์แนวนี้คงไม่ได้ แนะนำครับ ห้ามพลาด
[CR] [Mr. Coffee รีวิว] The Scarecrow หุ่นลวงเชือด
https://www.facebook.com/Mr.CoffeeKDramaReview
หากต้องการฟังเป็นคลิปเสียง เชิญได้ที่ https://www.youtube.com/@mrcoffeekdramareview ครับ กำลังทำเพิ่มเรื่อยๆ ให้มีครบทุกเรื่องครับ
ส่วนคลิปเสียงของเรื่องนี้ ฟังได้ที่นี่ครับ
รีวิวซีรีส์
เรื่องที่ 276 The Scarecrow หุ่นลวงเชือด มี 12 EP EP ละประมาณ 60 นาที / VIU
#TheScarecrow #หุ่นลวงเชือด #MrCoffeeKDramaReview
ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่มาจากเรื่องจริง คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง ซึ่งเป็นคดีฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของเกาหลีใต้ ทางการจับตัวฆาตกรไม่ได้นาน 33 ปีจนพึ่งมาจับได้ในปี 2019 และพบว่าฆาตกรติดอยู่ในคุกเลยหาไม่เจอ คดีนี้คือต้นเรื่องของหนังดัง Memories of Murder ของบองจุนโฮ รวมถึงซีรีส์เรื่อง Signal และ Tunnel ซึ่ง The Scarecrow จะเป็นเรื่องแรกที่เล่าในแบบที่รู้แล้วว่าฆาตกรตัวจริงคือใคร
เทคนิคการเล่าเรื่องของเรื่องนี้ ใช้วิธีเล่าเรื่องในปีปัจจุบันตามเรื่องคือปี 2019 สลับกับการย้อนไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนปี 1988 โดย พัคแฮซู แสดงเป็นตำรวจที่อยู่ในเมืองนี้เพิ่งย้ายกลับมาจากโซล มาเจอกับอัยการเพื่อนเก่าที่เป็นคู่กรณีตั้งแต่เด็ก นำแสดงโดย อีฮีจุน
แน่นอนว่าเรื่องนี้คนดูจะรู้อยู่แล้วว่าฆาตกรนั้น ไม่ได้โดนจับแม้จะก่อคดีฆาตกรรมไปถึง 14 คดี แต่โดนจับเพราะไปฆ่าน้องสาวภรรยาตัวเอง การที่ต้องดูฉากการเล่าเรื่องคดีที่เกิดขึ้นโดยปิดบังใบหน้าของฆาตกรไว้ ทำให้คนดูได้ลุ้นและใช้สมองขบคิดคาดเดากันไปว่าฆาตกรเป็นใครกันแน่
ครึ่งเรื่องแรกของเรื่องนี้ จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ลุ้นระทึก ใครชอบซีรีส์สืบสวนสอบสวน เรื่องนี้คือทางของคุณแบบเต็มๆ แต่เราก็จะเริ่มได้สัมผัสระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของตัวซีรีส์ ภาพเหตุการณ์ฆาตกรรม เริ่มชัดเจนและรุนแรง ผมเป็นคนหนึ่งที่ดูเคสที่เกิดกับเด็กนักเรียนหญิงคนที่ 2 แล้วโกรธควันออกหูเลย มันสร้างความเครียดให้คนดูเป็นอย่าง ยิ่งเรารู้ว่าจับฆาตกรไม่ได้ ยิ่งโกรธใหญ่
ดังน้นเมื่อซีรีส์เฉลยตัวฆาตกร และสร้างดราม่าชุดใหญ่กับทั้งตัวพระเอกและน้องสาวพระเอก มันดูแล้วรันทดเหลือประมาณ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องการสื่อสารถึงระบบความล้มเหลวของการสืบสวนของตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม แต่คนดูแทบไม่ได้รู้สึกถึงการชิงไหวชิงพริบอะไร เพราะแค่คนร้ายก็ยังหาไม่เจอ มีแค่การสู้กันของพระเอกกับเพื่อนอัยการเท่านั้น ช่วงตรงประมาณนี้ ผมเกือบตัดสินใจเทซีรีส์เรื่องนี้แล้ว ก็เพราะซีรีส์สืบสวนสอบสวนในยุคปัจจุบัน จะไม่มีดราม่าจัดจ้านรันทดแบบนี้ เรื่องนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนดูซีรีส์ยุคเก่า
แต่พอช่วงท้าย เข้าสู่ปี 2019 การเล่าเรื่องก็ถูกเร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เร่งจนเราไม่ได้แทบเห็นรายละเอียดการสืบสวนสอบสวนในยุคปัจจุบันเลย จริงๆ ช่วงท้ายสนุกนะครับ แต่เหมือนเล่าเรื่องผ่านๆไปให้จบ
ดังนั้น เมื่อเนื้อเรื่องถูกตั้งต้นมาจาก คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง และก็เขียนเรื่องมาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ผมว่าความไม่ราบรื่นในเชิงการเล่าเรื่องคงต้องมองไปที่การกำกับแล้วล่ะ เรื่องนี้สามารถทำให้ Smooth ได้มากกว่านี้ เห็นว่าผู้กำกับเคยกำกับเรื่อง Crash มา ก็ชัดเจนครับ เรื่องน่าสนใจ เนื้อเรื่องดี แต่มันไม่ Smooth นี่แหล่ะผมเลยดูไม่จบ หรืออาจเป็นความตั้งใจที่จะเล่าเรื่องแบบนี้เพื่อสร้างความรู้สึกกดดันและไม่ลืมให้กับคนดูก็ได้
ดังนั้นสำหรับผม เรื่องนี้ดีแทบทุกอย่าง ยกเว้นความเร็วในการเล่าเรื่องที่บางช่วงช้าไป บางช่วงเร็วไป ส่วนดราม่ารันทดนั้นผมมองว่าอาจมีคนชอบแบบนี้ก็ได้ ไม่ผิดอะไร ส่วนตัวผมมองว่าจังหวะการเล่าเรื่องอย่างเรื่อง Mouse นี่แหล่ะที่สมบูรณ์แบบครับ
แต่ถึงกระนั้น หากคุณเป็นคอซีรีส์สืบสวนสอบสวน ก็ต้องดูแหล่ะครับ พลาดเรื่องนี้ไป จะไปพูดว่าเป็นคอซีรีส์แนวนี้คงไม่ได้ แนะนำครับ ห้ามพลาด
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้