นักวิจัยไทย ค้นพบยารักษาไข้เลือดออกครั้งแรกของโลก แต่บริษัทอเมริกาจะเป็นผู้นำไปผลิตออกขายทั่วโลก

'พงศ์ราม รามสูต' ผู้คิดยารักษา‘ไข้เลือดออก’คนแรกของโลก
https://judprakai.bangkokbiznews.com/interview/2023
นักวิจัยไทยเก่งมาก โดยเฉพาะด้านเคมี แต่ทำไมไม่มีบริษัทยาเป็นของตัวเองมาซื้อความรู้ สนับสนุนนักวิจัยเหล่านี้เอาไปต่อยอด หรือเพราะสาเหตุอะไร อุตสาหกรรมยาบ้านเราเติบโตขึ้นจากยอดส่งออกแต่ทว่าเป็นบริษัทยาต่างชาติทั้งนั้นเข้ามาลงทุนผลิตเพื่อส่งออก เรากลับเป็นฐานรับจ้างผลิตเท่านั้นเองหรือ จะเป็นเหมือนโรงงานรถยนต์ที่รับจ้างประกอบชิ้นส่วนอย่างนั้นใช่หรือไม่

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ดร. พงศ์ราม กล่าวว่า
"การผลิตยาใช้เงินเยอะมากประมาณ 350-500 ล้านบาท จึงต้องมีบริษัทยามาลงทุน  ส่วนใหญ่นักวิจัยไทยจะทำได้แค่ช่วงแรก ก็จบเพราะไม่มีบริษัทมาลงทุนให้ เนื่องจากใช้เงินยอะ และรัฐบาลก็ไม่เคยมีเงินสนับสนุน จนประธานบริษัทผลิตยาในอเมริกาบินมาคุยกับผม เพราะพวกเขาทำยาชีวภาพรักษาไวรัสอยู่แล้ว อยากทำยาชีวภาพรักษาไข้เลือดออกมา พวกเขามาดูว่า สิ่งที่ผมทำและทดลองเป็นจริงหรือไม่"

"ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในปีพ.ศ. 2561 ประธานบริษัท BSV Bioscience ในอเมริกา ยอมลงทุนบินมาเมืองไทยพร้อมนักวิจัย เพื่อทดสอบแอนติบอดีที่เขาคิด เพื่อผลิตเป็นยารักษาไข้เลือดออก โดยทดสอบในหนู ปรากฎว่า ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ และดีกว่านักวิจัยต่างชาติคิด จึงทำสัญญาลงทุนเชิงพาณิชย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และยาจะออกสู่ตลาดในปี 2568 -2569"

"ส่วนมากยาชีวภาพที่มีอยู่ในตลาดจะเป็นยาที่ใช้กับมะเร็ง ภูมิต้านทานบกพร่อง ไขข้อ ยังไม่มียารักษาไข้เลือดออก นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็คิดเรื่องนี้ แต่ยังไม่มียาที่ใช้ได้จริง การพัฒนายาของเราทำมาตั้งแต่ปี 2009

บริษัทที่เราทำสัญญาด้วย จะเป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทย ญี่ปุ่น เราทำสัญญาไว้ว่า คนไทยจะต้องเข้าถึงยาในราคาที่กำหนดเอง จากการคิดค้นครั้งนี้เมื่อออกสู่ตลาด ทางมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยโอซาก้าจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน 5 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายเป็นเวลา 15 ปี ผมเองก็ได้ค่าผู้คิดตัวยาครึ่งหนึ่งจากมหาวิทยาลัยมหิดล"

นั่นแสดงว่าบริษัทยาสัญชาติไทยในอนาคตจะไม่สามารถผลิตยาชนิดนี้ เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลกได้ในอนาคต

ลองมาดูตัวอย่างประเทศสวิตเซอแลนด์ที่มีบริษัทผลิตยาใหญ่ๆของตัวเองและมีทุนวิจัยจากรัฐบ้างเพื่อนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์จริง อุตสาหกรรมยาสร้างรายได้ให้สวิตเซอร์แลนด์มากที่สุดถึง 2.6 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทยาของประเทศสวิตเซอแลนด์ประเทศที่มีประชากรน้อยกว่าเราเกือบ 10 เท่า 
 
แต่สร้างรายได้มากกว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ของไทยกว่าเท่าตัว ซึ่งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์สร้างรายได้ให้ไทย 1.2 ล้านล้านบาท และล้วนเป็นการรับจ้างผลิตให้ประเทศเจ้าของเทคโนโลยี

ชาติเราไม่มีเทคโนโลยี อุปกรณ์อิเล็คทรอนิค รถยนต์หรือแบรนด์นวัตกรรมอื่นๆ ไปแข่งสู้กับเขา แต่ขอเรื่องอุตสาหกรรมยา หรือเครื่องมือทางการแพทย์สัก 2 อย่างจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะพัฒนาเพื่อออกไปแข่งในทางอุตสาหกรรมพาณิชย์กับ แบรนด์ชาติอื่นๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่