ถ้าจะกลับไปช่วยธุรกิจครอบครัว ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดีครับ (แอบบ่นไปเยอะครับ)

ก่อนอื่นขออธิบายก่อน ผมเป็นน้องคนสุดท้าย พ่อเเม่มีลูกชายสามคน ตอนนี้ผมอายุ 26ปี ลูกทุกคนเรียนจบหมดเเล้ว เมื่อ5ปีที่เเล้วพ่อตัดสินใจเเยกทางกับเเม่(เเต่ไม่ได้อย่า) อารมณ์เเยกกันอยู่ ทำให้เหลือเเม่ดูเเลกิจการคนเดียว มีลูกน้อง20กว่าคน ตอนนี้เเม่เริ่มไม่ไหวเเล้ว แก่ตัวลง ไม่ค่อยเเข็งเเกร่งเเบบเมื่อก่อน เครียดสะสม อ่อนเเรง 

ลูกชายสามคน ทุกคนกลับมาอยู่บ้านหลังเรียนจบ พี่ชายคนโตรับงานออกเเบบ มีออฟฟิตหลังบ้าน คนกลางเพิ่งจบโท กะจะไปสอบข้าราชการ ตอนนี้ยังไม่มีงานทำ ไม่ค่อยช่วยที่บ้านเลย ผมทำงานขายของออนไลน์ กำไรต่อเดือนเกือบๆเเสน เเต่ช่วงนี้โควิดขายของเกี่ยวกับท่องเที่ยวไม่ได้เลยลดลงไปมากเเต่ก็พออยู่ได้พยายามหาสิ่งของจำเป็นมาขายทดเเทน เเม่ก็ดู เห็นจังหวะชวนลูกมาช่วยกิจการเพราะเห็นเราว่างๆ 

โดยปกติผมกับพี่ชายคนโตก็ช่วยตลอด เช่นคนงานลา เข้าไปทำเเทนำด้ หรือปัญหาอะไรก็ช่วยงาน ข้อดีของการอยู่บ้านคือว่างก็ช่วยกันได้ เเต่ต่างคนต่างมีงานของตัวเองเลยไปช่วยเต็มตัวไม่ได้ 

เเละธุรกิจที่พ่อกับเเม่สร้าง กว่าจะสานต่อมันต้องจริงจัง ไหนจะปัญหา ไหนจะลูกน้อง เยอะเเยะไปหมด ถ้าไปเข้าไปสานต่อคงต้องทิ้งงานเราเหมือนลาออกไปกลับไปที่บ้าน 

คิดอยู่เหมือนกันทำไมเเม่ต้องถามผม ผมไม่เคยอยากได้อะไรเลย เพราะกิจการก็มีหนี้สิน ถึงรับไปก็เหมือนรับธุรกิจพร้อมหนี้สิน กำไรก็มีนะ ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เเต่ความเครียด ปัญหาต่างๆที่ต้องเจอ สุขภาพ อดเที่ยว นี่สิ  ใจผมอยากทำงานของตัวเอง ถึงมันไม่ได้รายได้เท่าเเม่ เเต่มันมีความสุขที่ผมได้ทำเอง เริ่มเอง เก็บเองเล็กน้อยก็ค่อยๆโต ขี้เกียจบ้าง เที่ยวบ้าง บริหารของตัวเองได้หมด 

เเต่ผมเหมือนปฏิเสธไม่ได้ เพราะเงินกงสีผมก็ได้15,000฿ทุกเดือน (พ่อ เเม่ พี่ ทุกคนได้เท่ากัน) เเละค่าไฟ ค่าน้ำ ก็จ่ายด้วยเงินกงสี โตมาด้วยเงินกงสี ผมคงปฏิเสธไม่ได้ถ้าเค้าถามว่าจะรับกิจการไหม

คำถามคือ
1.ผมควรเรียกเงินเดือนเท่ากำไรที่ผมเคยได้เลยไหม มันจะมากไปไหม ในเมื่อพ่อกับเเม่ก็ยังได้เงินเดือนเเค่15,000฿ เเต่ผมบอกเลยถ้าเงินเดือน15,000฿ ฝเท่าเดิม ผมไม่เอากิจการเเน่ ถึงเเม้จะได้ทรัพย์สินมา เเต่สุดท้ายเเล้วผมคงไม่เอาคนเดียว ยังไงก็ต้องหารสามครับ พี่น้องสามคนผมยังอยากให้ได้เท่ากันทุกคน 
2.การที่ผมเรียกเงินเดือนเพิ่ม พี่ชายสองคนจะคิดยังไงครับ เค้าจะคิดกับผมยังไงผมเดาทางไม่ถูก เเละผมก็ไม่มั่นใจในตัวเองด้วยว่าถ้าธุรกิจที่เป็นของครอบครัวถ้าผมทำมันไม่ได้ อันนี้กังวลมาก เค้าจะมองผมกันยังไง
3.ก็มีช่วงจบใหม่ ที่ผมเคว้งๆไปพักใหญ่เพราะงานช่วงเรียนผมอยู่เชียงใหม่ พอกลับมาบ้านหลังเรียนจบก็เลยเลิกขายของ เเล้วช่วยกิจการ หลายอย่างคือเเม่ขัดผมทั้งๆที่มันเป็นเรื่องดี อย่างผมจะเข้าไปช่วยคนงาน อยากให้คนงานสอนผมบ้าง หน้างานเป็นยังไงผมอยากรู้ เเต่เเม่ดันกลัวผมลำบาก ห้ามให้ผมไปช่วย ตอนนั้นผมหงุดหงิดมาก จะไปให้มาเป็นคนคุมงาน เเต่ไม่รู้เนื้องานได้ไง พอไม่ให้ผมทำ ผมเลยมีความคิดอยากทำอะไรเป็นของตัวเองเลยขายของ จนไม่มีเวลาไปช่วยที่บ้านเเล้วตอนนี้ คำถามคือ จะวางอำนาจเเม่ยังไงดี ถ้าเเม่ไม่ปล่อยเลย ผมคงไม่มีอิสระในความคิด จริงอยู่ที่ผมไม่ค่อยรู้อะไรเลยชอบเบรกๆผม เเต่ผมก็มีทางของผมนะ จะพูดกับเเม่ยังไงดี ผมกลัวผมกลับไปช่วยเเล้วเป็นเเบบเดิม เเม่ก็ไม่ยอมปล่อย ผมก็ไปนำไม่ได้ 
4.ผมตั้งใจจะไม่มีลูก ผมไม่อยากดิ้นรนอะไรเลย ผมเก็บเงินตั้งเเต่อายุ16 เก็บเท่าที่จะเก็บได้เพราะเเก่ตัวไปกลัวหลานคงไม่เลี้ยง การที่ผมรับกิจการไป มันอาจจะจบที่เเค่รุ่นผม หลานผมจะเอาต่อหรอ ผมว่ายากนะ ขนาดผมเป็นคนที่สืบสายตรงยังไม่อยากจะรับเท่าไหร่เลย ผมควรจะรับดูเเลกิจการกงสีนี้จริงๆหรอ เดี๋ยวก็ให้ผมเร่งมีทายาทกันอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่