ทำไมไทยถึงไม่ทำสายการบินโลว์คอสประจำชาติส่งออกไปประเทศอื่นบ้าง

อย่างในไทยตอนนี้มีสายการบินลูกครึ่งเต็มไปหมด เช่น เเอร์เอเชียจากมาเลเซีย ไทยเวียดเจทจากเวียดนาม หรือไทยไลอ้อนเเอร์จากอินโดนีเซีย
เลยสงสัยว่าทำไมเราไม่ส่งออกนกเเอร์ ซึ่งเป็นโลว์คอสของไทยเเท้ไปตั้งเป็น hub ในประเทศอื่นบ้าง เช่น นกเเอร์เวียดนาม นกเเอร์อินโดนีเซีย นกเเอร์มาเลเซีย อะไรเเบบนี้ครับ ไม่ทราบว่ามีข้อจำกัดเรื่องทุนหรือติดกฎหมายน่านฟ้าเสรีหรืออย่างไรครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25
ผมว่าปัญหาในการทำธุรกิจของคนไทยคือ คนไทยส่วนใหญ่ทำธุรกิจแบบทุ่มตลาดไม่เป็นครับ คือจะขายของแบบไม่ยอมขาดทุน อะไรที่เข้าเนื้อตัวเองจะไม่ยอมทำ ขายของจะต้องมีคำว่ากำไรเท่านั้น ยิ่งกำไรเยอะๆ ยิ่งดี แต่อะไรที่ขายแล้วขาดทุน ไม่ขายซะยังจะดีกว่า...อันนี้ให้ลองคิดทบทวนว่า คนไทยอย่างเรามี mindset แบบนี้กันจริงๆ ใช่มั้ยครับ (บางคนอ่านแล้วอาจจะบอกว่าไม่แปลกนี่ ขายแล้วขาดทุนจะไปขายทำไม ..ถ้ามีคำตอบแบบนี้มา นั่นล่ะคือ mindset ที่ฝังหัวคนไทยเราจริงๆ ครับ)

แต่หันมาดูธุรกิจสมัยใหม่ที่บุกเข้ามาในบ้านเราแล้วแชร์ส่วนแบ่งการตลาดไปเยอะ ล้วนทำการตลาดแบบ ทุ่มตลาด แทบทั้งสิ้น เอาอย่างแอร์เอเชียเลย มาถึงก็โผล่มาด้วยโปร 0 บาท โปรหลักร้อย ซึ่งขายแบบนี้มันขาดทุนแน่นอน แต่ขายแบบนั้นขายไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร ผมเชื่อว่า ณ วันนี้คนเข้าใจโมเดลธุรกิจแบบนี้ดีแล้ว คงไม่ต้องอธิบายอีก แต่หันกลับมาดูนกแอร์ ที่ไม่เคยกล้าขายราคาในระดับขาดทุนได้เลย มีบ้างนานๆ ที มันแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่กล้าที่จะขายของแบบเข้าเนื้อตัวเองจริงๆ แต่ในเวลานั้นนกแอร์เอาบริการเข้าสู้ ซึ่งก็ทำได้ดีในเวลานั้น และได้กลุ่มตลาดของกลุ่มคนที่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อบริการที่ดีกว่ามาเป็นของตัวเอง แต่ในระยะต่อมาก็รักษาคุณภาพนั้นไว้ไม่ได้ แถมเจอการบินไทยสไมล์ที่อยู่ในระดับเดียวกันมาเป็นคู่แข่งและทำได้ดีกว่า และที่หนักกว่านั้นคือการมาของไลอ้อนแอร์ ที่ช่วงแรกๆ ที่เข้ามา ไม่ได้ทำโปรโหด 0 บาทแบบแอร์เอเชีย แต่โหดกว่านั้นคือ ขึ้นเครื่องบินในราคารถทัวร์ ตั๋วหลักร้อยซื้อกันได้ถ้วนหน้า แบบนี้มันก็ทุ่มตลาดเนียนๆ ชัดๆ แหละครับ และก็ขาดทุนหนักในช่วงแรกด้วย แต่ก็ดึงส่วนแบ่งการตลาดจากนกแอร์ (บวกรถทัวร์ไปด้วย) ไปได้มากทีเดียว ...นี่ไง ผลตอบแทนจากการขายขาดทุน

อย่างพวก Grab หรือพวกแอพต่างๆ อย่าง Lazada, Shopee เอง ก็มาแบบทุ่มตลาดเช่นกัน ทั้งโค๊ดส่วนลดทั้งโปรต่างๆ นาๆ ซึ่งอันนี้มันเข้าเนื้อและขาดทุนแน่นอน แต่อาศัยการระดมทุนมา แม้จะขาดทุนหนักในช่วงแรก แต่ผลตอบแทนคือการแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าเดิมมาได้ การตลาดแบบนี้ทำให้ธุรกิจติดตลาดอย่างรวดเร็วมาก ในขณะที่วงการแท๊กซี่มีแต่คิดจะวิ่งยังไงให้ได้ตังค์เยอะที่สุด แต่ uber และ grab เองมาแบบโปรกระหน่ำ ทำให้ ride sharing มายึดส่วนแบ่งไปได้พักนึงเลย และทำให้คนรู้จักการใช้บริการรถส่วนบุคคล

อย่าง delivery เอง ดูอย่าง grab, foodpanda ได้ ออกโปรกระหน่ำ คนก็แห่ใช้กันเยอะมาก  สังเกตจากมอเตอร์ไซต์ตามถนนได้ ในขณะที่ธุรกิจแบบไทยๆ อย่าง line man (ที่ทีม Line ประเทศไทย ร่วมกับ Wongnai เป็นคนดูแลธุรกิจ มันเลยดูมีความเป็นไทยๆ ที่แข่งขันและสู้ทุนต่างชาติอย่าง Grab, Foodpanda ไม่ได้เลย) ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจไทยไม่กล้าทุ่มตลาด ค่าส่งแพงหูฉี่เพราะไม่กล้าไป subsidize ค่าส่งมาก ผลก็คือสู้พวก grab, foodpanda ไม่ได้เลย ก็เลยมาเล่นพวกร้านเฉพาะๆ ที่ไม่ยอมไปเข้ากับ grab, foodpanda เพราะหักส่วนแบ่งเยอะ ก็อาจจะพอได้ลูกค้ากลุ่ม niche มาบ้าง แต่ระยะยาวก็เห็นๆ แหละว่าสู้ไม่ได้เลย

อย่าง lazada , shopee ก็ไม่ต้องอธิบายแล้ว ว่าพวกห้างอย่างเซ็นทรัล โรบินสัน ฯลฯ พยายามจะทำ shopping online บ้างแต่ก็แป้กสนิท เพราะไม่กล้าจะไปทุ่มตลาด ทำโปรลดแลกแจกแถมเข้าเนื้อแบบที่เว็บทุนเมืองนอกเค้าทำ ขนาดห้างยักษ์ใหญ่ของไทยที่ค่อยๆโดนแย่งฐานลูกค้าไปทุกวันๆ ยังไม่กล้าหลุดออกจากกรอบของคำว่า "ทุ่มตลาด-ขาดทุน" เลย พวกนี้ก็คงเป็นอีกตัวอย่างที่ขายของแบบได้กำไรมาจนเคยชิน จนขาดทุนไม่เป็น

นี่ยังไม่นับพวกห้างอย่าง tesco lotus carfour big c อีกที่มาขายของแบบทุ่มตลาดจนโชว์ห่วยเจ๊งไม่เป็นท่า เพราะโชว์ห่วยเองก็มาขายของแบบทุ่มตลาดไม่เป็นเหมือนกัน เคยขายของแต่แบบทุกชิ้นต้องมีกำไร

คนไทยเลยติดบ่วงตรงนี้แหละ ทุ่มตลาดไม่เป็น ขายขาดทุนไม่เป็น ไม่ยอมเข้าเนื้อ ใจไม่ถึงพอ เจอทุนต่างชาติซัดเข้าไปแทบจะโดนกวาดส่วนแบ่งตลาดไปหมด ขนาดตลาดในประเทศยังไม่รอด แล้วถ้าจะให้เอาสายการบินไทยๆ ไปแข่งต่างประเทศที่ตลาดดุเดือด แล้วมาขายตั๋วแบบนกแอร์ ทำธุรกิจแบบนกแอร์ คิดว่าจะรอดมั้ยครับ

แล้วถ้าจะว่าผู้บริโภคอย่างผมจ้องจะใช้แต่ธุรกิจที่ทุ่มตลาด แล้วนักธุรกิจจะได้อะไร ขายขาดทุนจะทำไปทำไม ทำธุรกิจไม่ใช่ทำการกุศลนะ ก็จะบอกเนี่ยแหละว่ามันเป็น mindset ที่เลวร้ายมาก ธุรกิจไทยจะแหกกรอบออกไปแข่งกับธุรกิจต่างชาติ (แม้ในไทยเราตอนนี้) ไปไม่ได้เลยถ้ายังหลุดจากกรอบตรงนี้ไปไม่ได้....การแข่งขันเสรี หลักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริโภคอยากจ่ายน้อยที่สุดแต่ได้มากที่สุดอยู่แล้ว ถ้าคนซื้อมีตัวเลือกที่ดีกว่าเค้าก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่ถูกกว่าอยู่แล้ว ถ้าคุณอ่อนแอก็ต้องแพ้จากตลาดไป ให้ผู้ที่แกร่งกว่าเขายอมเข้าเนื้อในตอนแรก เพื่อให้ได้ครองตลาดแล้วได้ผลประโยชน์ในระยะยาว

ไลอ้อนที่อินโด แอร์เอเชียที่มาเลย์ อยู่ในบ้านเค้าเค้าก็ทำธุรกิจแบบทุ่มตลาดกันนะ สายการบินบ้านเค้าถึงติดตลาด จนขยายธุรกิจมาประเทศอื่นต่อได้ ไม่รู้ว่านักธุรกิจไทยใจไม่ค่อยถึงพอหรือไม่ค่อยมีทุนหนาๆ แบบเค้ากันแน่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่