JJNY : 5in1 หญิงหน่อยลั่นไม่ไว้ใจรบ./ก้าวไกลบี้วิปรบ.คุมเสียง/เจ้าหนี้วอนอย่าเอาทหารนั่งบอร์ด/1ลล.พยุงได้6ด./ศก.หดตัว5%

‘หญิงหน่อย’ ลั่น ไม่ไว้ใจรัฐบาล ทำแผนโครงการหละหลวม ส่อเกิดทุจริตเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_2199240
 

 
‘หญิงหน่อย’ ลั่น ไม่ไว้ใจรัฐบาล ทำแผนโครงการหละหลวม ส่อเกิดทุจริตเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน
 
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้องกำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชนทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลักคือ 
 
1) เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาลที่ให้ปิดเมือง ปิดกิจการ 
 
2) เร่งช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ก่อนธุรกิจเหล่านี้จะหมดลมหายใจ 
 
3) เร่งปลดล็อกเปิดเมือง เปิดกิจการอย่างปลอดภัย โดยให้มีข้อกำหนดทางสาธารณสุขที่ชัดเจน เพราะยิ่งปลดล็อกช้า เศรษฐกิจยิ่งสาหัส 
 
เราต้องชั่งน้ำหนักในการออกมาตรการในการควบคุมโรคให้เหมาะสมกับความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังเป็นปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะในขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ลดลงอย่างมากมาต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่จะปลดล็อก เปิดให้โอกาสประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ ถึงวันนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไปอีก
 
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เว้นแต่จะนำเรื่องโควิด-19 มาเป็นข้ออ้าง โดยรัฐบาลอาจห่วงความมั่นคงของตัวเองมากเกินไป จึงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือ จะเห็นได้จากการปิดกั้นการแสดงออกในโอกาสครบรอบ 6 ปีรัฐประหาร ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับโรคติดต่อ วิธีการเหล่านี้จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่และความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการประชุมหารือตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และจะมีการพูดคุยในช่วงเสาร์และอาทิตย์ถึงแนวทางการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท พร้อมจะนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ จนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการกู้เงินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
 
“ที่สำคัญคือเรื่องการขออนุมัติโดยใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ กลับไม่มีรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน แล้วสภาฯ จะสามารถพิจารณาได้อย่างไร อย่าคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาตรายางเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น การออก พ.ร.ก.ในลักษณะเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยจึงไม่เชื่อใจ ไม่มั่นใจในประสิทธิภาพและความสามารถในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันยังกังวลว่าการที่ พ.ร.ก.เงินกู้ ไม่มีความชัดเจนจึงมีความเสี่ยงที่ส่อว่าจะเกิดการทุจริตได้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
 

 
‘ก้าวไกล’ หวังอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ ไม่ซ้ำรอยโดนเบียดเวลา บี้ ‘วิปรัฐบาล’ คุมเสียง ส.ส.ให้ครบก่อนเวลา
https://www.matichon.co.th/politics/news_2199141
 
‘ก้าวไกล’ หวังอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ ไม่ซ้ำรอยโดนเบียดเวลา มุ่งมั่นได้พูดครบทุกคน บี้ ‘วิปรัฐบาล’ คุมเสียง ส.ส.ให้ครบก่อนเวลา
 
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรจะอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับพร้อมกัน ในวันที่ 27-31 พฤษภาคมนี้ ว่า เราใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 55 (4) ที่สามารถแยก หรือรวมอภิปรายในประเด็นที่คล้ายกันได้ ครั้งนี้เราจะพิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับ คือ พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.หุ้นตลาดตราสารหนี้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 ฉบับมีความคล้ายคลึงกัน เพื่อนำไปใช้แก้ไขระบบเศรษฐกิจ และการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเราจะรวมพิจารณา พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับพร้อมกันทีเดียว แต่จะแยกกันอภิปราย และลงมติรายฉบับ
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะมีปัญหาในระหว่างการอภิปรายหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ปัญหาในการอภิปรายที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากการแบ่งเวลาการอภิปราย ซึ่งในที่ประชุมเราได้ถอดบทเรียนถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา โดยแบ่งเวลาเรื่องการอภิปรายที่ชัดเจนมากขึ้นคือใน วันที่ 27-29 พฤษภาคม จะพิจารณา พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ซึ่งวันแรกจะเปิดประชุมเวลา 09.30 น. ใช้เวลาหารือจนถึง 10.30 น. จากนั้นจะเริ่มนับองค์ประชุมและเข้าสู่การพิจารณา พ.ร.ก. จบที่เวลา 20.00 น. รวมเวลาในการอภิปราย 8 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเวลาฝ่ายละครึ่งคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้าน ในทุกๆ วันก็จะมีลักษณะแบบนี้
 
นายพิจารณ์กล่าวว่า ส่วนในวันที่สองจะไม่มีการปรึกษาหารือคือจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 09.30-20.00 น. โดยเราได้ปรึกษากันว่า เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเวลาจนทำให้ผู้อภิปรายได้ไม่ครบ เราจะหักเวลา 1 ชั่วโมงให้เป็นเวลาของประธานสภาผู้แทนราษฎร และเหลือเวลาเท่าไหร่ก็หารสองเหมือนเดิม สำหรับวันที่ 30 พฤษภาคม จะเป็นการพิจารณา พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ วันที่ 31 พฤษภาคม จะพิจารณา พ.ร.ก.หุ้นตลาดตราสารหนี้ 4 แสนล้าน ซึ่งจะจบในเวลา 15.00 น. เพื่อลงมติแต่ละฉบับ สำหรับสัดส่วนเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะแบ่งตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.คือ พรรคก้าวไกลจะได้ 25% และพรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 60% ของเวลาแต่ละวัน ซึ่งเราจะประชุมกันในวันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคมนี้ ที่รัฐสภาเพื่อลงรายละเอียดเรื่องเวลาทั้งหมด
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาการแบ่งเวลาการอภิปรายระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ตนหวังว่าจะไม่มีปัญหา เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราลงรายละเอียดการแบ่งเวลา และตนก็เสนอในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าให้ลงรายละเอียดว่าจะใช้เวลาพิจารณา พ.ร.ก.แต่ละฉบับเท่าไหร่ ตนคิดว่าการแบ่งแบบนี้จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้น้อยลง ปัญหาเดียวที่ตนเป็นห่วงคือเราจะจบประชุมเวลา 20.00 น.ของทุกวัน และในวันต่อไป จะต้องตรวจองค์ประชุมทุกครั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีการอภิปรายข้ามวัน และวันต่อไปจะไม่มีการนับองค์ประชุม หาก ส.ส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็สามารถเปิดประชุมได้ แต่การพิจารณา พ.ร.ก.ครั้งนี้ทุกๆ เช้าจะต้องเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งตนได้เรียนกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลว่าอยากให้รวบรวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้เข้าประชุมให้ครบภายในเวลา 09.30 น. ตามที่วางแผนกันไว้
 
เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเข้าประชุมไม่ครบ จนทำให้องค์ประชุมล่มหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า ก็โอกาสเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้อาจจะไม่ถึงกับล่ม เพียงแต่อาจจะทำให้การเปิดประชุมทำได้ล่าช้า ซึ่งเรื่องนี้ตนก็ได้หารือไว้แล้วว่า หากฝ่ายไหนทำให้เปิดประชุมไม่ได้ ก็ให้หักเวลาการอภิปรายฝ่ายนั้น
 

 
เจ้าหนี้การบินไทย วอนนายกฯ อย่าเอาทหารมานั่งบอร์ด เพื่อประโยชน์ของชาติ
https://www.thairath.co.th/news/business/1851636
 
เจ้าหนี้การบินไทยวอนนายกรัฐมนตรี ไม่ควรมี "ทหาร" นั่งบอร์ดต่อไป ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติ พร้อมชูชื่อคนที่ควรเป็นทั้ง ชุมพล ณ ลำเลียง วิชิต สุรพงษ์ชัย บัณฑูร ล่ำซำ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.63 ขณะนี้ สถาบันการเงินเจ้าหนี้ของการบินไทย แสดงความเห็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ปรับคณะกรรมการบอร์ดการบินไทยใหม่ ก่อนที่สัปดาห์หน้าจะต้องแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟู เพื่อยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ระบุ ผู้มียศทหารไม่ควรอยู่ในบอร์ดอีกต่อไป ขอให้นายกรัฐมนตรีเห็นแก่ประโยชน์ประเทศ และการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยมากกว่าความเป็นทหารด้วยกัน
 
ในเวลาเดียวกัน หนึ่งในคณะกรรมการ คนร.ให้ความเห็นว่า ควรให้เจ้ากระทรวงคมนาคมเข้ามามีบทบาทในการติดตามการดำเนินงานตามแผนที่ได้เสนอผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไว้แล้ว เนื่องจากเจ้ากระทรวงมีความชัด เจนในการแก้ปัญหามาก และตัดสินใจได้รวดเร็วกว่า
 
นอกจากนั้นยังมีการเสนอชื่อหัวหน้าทีม ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำในการบริหารแผนฟื้นฟูด้วยว่า ต้องมีความรู้ในเรื่องของธุรกิจการบิน เคยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจสมัยต้มยำกุ้งมาแล้ว สามารถบริหารเงิน คน และบริหารเจ้าหนี้-ลูกหนี้ที่อาจมีเป็นร้อยรายได้ โดยต้องเป็นผู้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เห็นแก่หน้าใคร
 
ทั้งนี้ บอร์ดการบินไทยไม่ควรเป็นผู้บริหารแผนเอง เพราะดำเนินงานผิดพลาดมาในอดีตแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลจำเป็นต้องจ้างมืออาชีพจากต่างประเทศเข้ามาร่วมจัดทำแผนฟื้นฟูด้วย โดยผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาได้แก่ นายชุมพล ณ ลำเลียง นายวิชิต สุรพงษ์ชัย นายบัณฑูร ล่ำซำ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นต้น.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่