ข้อมูลที่ศึกษามา ระบุว่า ดีต่อผิวมาก
เซราไมด์ (Ceramide) คือสารจำพวกไขมัน ที่มีชื่อว่า สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) มีหน้าที่ในการปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก และยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังสามารถทำหน้าที่อุ้มน้ำ และรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิวหนัง โดยเซราไมด์จะพบได้ที่ชั้นหนังกำพร้าชั้นนอก (Stratum Corneum) ซึ่งเป็นบริเวณผิวชั้นบนสุดของหนังกำพร้า (Epidermis) โดยจะอยู่ติดกับเคราติน (Keratin) ของผิว หน้าที่ของเซราไมด์คือ จะเป็นตัวเชื่อมเคราตินให้เกิดการเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง และลดการสูญเสียน้ำของผิว เซราไมด์สามารถที่จะช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและกระจ่างใสได้
**หน้าที่ที่สำคัญของเซราไมด์**
– เป็นตัวเชื่อมให้เคราตินของผิวชั้นบนเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ
– ช่วยปกป้องให้ผิวแข็งแรง และป้องกันเชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง
– ลดการสูญเสียน้ำของผิว ช่วยให้ผิวสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง
– ลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิว ช่วยป้องกันการเกิด ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
**ประโยชน์ของเซราไมด์**
ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวพรรณดูกระจ่างใสขึ้น โดยธรรมชาติเซราไมด์จะค่อยๆมีปริมาณลดน้อยลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น จึงเป็นผลให้สภาพผิวมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวขาดเซราไมด์ คือ พันธุกรรมมีผิวแห้งแต่กำเนิด การสัมผัสกับแสงแดด รวมถึงความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างเซราไมด์ลดลง หากผิวเกิดการขาดเซราไมด์จะส่งผลให้ผิวแห้งแตกง่าย เกิดริ้วรอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระบนผิวขึ้นอีกด้วย
* เซราไมด์คิดเป็น 40% ของไขมันชั้นนอกของผิวหนังจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเก็บรักษาความชื้นและสุขภาพผิวได้ดีเยี่ยม
* ผ่านการทดสอบทางการแพทย์และพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิว 1) การเก็บความชื้นได้ดี 2)ลดความแห้งกร้าน 3) ลดความความหยาบ 4) ลดตีนกา ริ้วรอยปละความเหี่ยวย่น
* ปราศจากกลูเตนและดีกว่าเซราไมด์จากข้าวสาลี
* ทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าช่วยแก้ปัญหาสิว
* ผ่านการทดสอบห้องทดลองว่าช่วยให้ผิวหน้าขาวใส
* มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ผลการทดลองการทานเซราไมด์ของหญิงวัย 23 ปี เปรียบเทียบ ก่อนและหลังทานเซราไมด์
ก่อนทานเซราไมด์
6 สัปดาห์หลังทานเซราไมด์
ผลการทดลองในห้องแลป เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแหล่งที่มาของ เซราไมด์ พบว่า ceramides ของข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพดและพืชที่ทีหัวอยู่ใต้ดิน ที่มีผลต่อการเก็บกักความชุ่มชื้น การเจริญเติบโตของคอลลาเจน และผลต้านการอักเสบ พบว่า ในทุกกรณี ไรส์ เซราไมด์หรือเซราไมด์จากข้าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชนิดอื่นทั้งหมด
ขอบคุณข้อมูลจากโปรเนอร่า
https://bit.ly/2YEE6IL
ไรส์ เซราไมด์ ดียังไง?!? ใครเคยทดลองแล้วบ้าง
เซราไมด์ (Ceramide) คือสารจำพวกไขมัน ที่มีชื่อว่า สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) มีหน้าที่ในการปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก และยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังสามารถทำหน้าที่อุ้มน้ำ และรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิวหนัง โดยเซราไมด์จะพบได้ที่ชั้นหนังกำพร้าชั้นนอก (Stratum Corneum) ซึ่งเป็นบริเวณผิวชั้นบนสุดของหนังกำพร้า (Epidermis) โดยจะอยู่ติดกับเคราติน (Keratin) ของผิว หน้าที่ของเซราไมด์คือ จะเป็นตัวเชื่อมเคราตินให้เกิดการเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง และลดการสูญเสียน้ำของผิว เซราไมด์สามารถที่จะช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและกระจ่างใสได้
**หน้าที่ที่สำคัญของเซราไมด์**
– เป็นตัวเชื่อมให้เคราตินของผิวชั้นบนเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ
– ช่วยปกป้องให้ผิวแข็งแรง และป้องกันเชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง
– ลดการสูญเสียน้ำของผิว ช่วยให้ผิวสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง
– ลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิว ช่วยป้องกันการเกิด ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
**ประโยชน์ของเซราไมด์**
ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวพรรณดูกระจ่างใสขึ้น โดยธรรมชาติเซราไมด์จะค่อยๆมีปริมาณลดน้อยลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น จึงเป็นผลให้สภาพผิวมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวขาดเซราไมด์ คือ พันธุกรรมมีผิวแห้งแต่กำเนิด การสัมผัสกับแสงแดด รวมถึงความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างเซราไมด์ลดลง หากผิวเกิดการขาดเซราไมด์จะส่งผลให้ผิวแห้งแตกง่าย เกิดริ้วรอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระบนผิวขึ้นอีกด้วย
* เซราไมด์คิดเป็น 40% ของไขมันชั้นนอกของผิวหนังจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเก็บรักษาความชื้นและสุขภาพผิวได้ดีเยี่ยม
* ผ่านการทดสอบทางการแพทย์และพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิว 1) การเก็บความชื้นได้ดี 2)ลดความแห้งกร้าน 3) ลดความความหยาบ 4) ลดตีนกา ริ้วรอยปละความเหี่ยวย่น
* ปราศจากกลูเตนและดีกว่าเซราไมด์จากข้าวสาลี
* ทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าช่วยแก้ปัญหาสิว
* ผ่านการทดสอบห้องทดลองว่าช่วยให้ผิวหน้าขาวใส
* มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ผลการทดลองการทานเซราไมด์ของหญิงวัย 23 ปี เปรียบเทียบ ก่อนและหลังทานเซราไมด์
ก่อนทานเซราไมด์
6 สัปดาห์หลังทานเซราไมด์
ผลการทดลองในห้องแลป เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแหล่งที่มาของ เซราไมด์ พบว่า ceramides ของข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพดและพืชที่ทีหัวอยู่ใต้ดิน ที่มีผลต่อการเก็บกักความชุ่มชื้น การเจริญเติบโตของคอลลาเจน และผลต้านการอักเสบ พบว่า ในทุกกรณี ไรส์ เซราไมด์หรือเซราไมด์จากข้าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชนิดอื่นทั้งหมด
ขอบคุณข้อมูลจากโปรเนอร่า https://bit.ly/2YEE6IL