[CR] ++ หมดโควิท ออกไปฟื้นร่างที่ "เขาช้างเผือก" กันเถอะ ++

เชื่อว่า ณ ตอนนี้ที่ covid-19 ระบาดอยู่  ทุกคนคงเซ็งกันเต็มที่แล้วกับการต้องนอนอยู่บ้าน Work From Home นอนดู Netflix ต่างๆนานาให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน เราก็ไม่ต่างจากทุกคนที่เบื่อหน่ายเต็มที่ อยากจะออกเดินทางสุดๆแต่ทำได้เพียงนั่งดูรูปทริปเก่าๆวนไป วันนี้เราเลยเอารูปอีก 1 ทริปที่เราชอบมากที่สุดที่เราเพิ่งไปมาเมื่อต้นปี2020 นั่นก็คือ เขาช้างเผือก มารีวิว ให้หายคิดถึงการเดินป่าสักหน่อย พร้อมแล้วตามมาลุยด้วยกันเลย
เราออกเดินทางจากกทม มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนขึ้นเขาช้างเผือก เจ้าหน้าที่ก็จะอธิบายการเดินขึ้นเขาช้างเผือก การเตรียมตัวต่างๆ รวมถึงจ่ายค่าธรรมเนียมการขึ้นเขากันตั้งแต่ตรงนี้ พอตอนเช้าของวันพรุ่งนี้เราก็ไม่ต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่แล้ว เราสามารถไปที่ศาลาจุดรวมตัวก่อนขึ้นเขาช้างเผือกได้เลยที่หลังหมู่บ้านอีต่อง ซึ่งตรงนั้นลูกหาบและเจ้าหน้าที่ก็จะรอเราอยู่
หลังจากฟังเจ้าหน้าที่อธิบายการขึ้นเขาช้างเผือกเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะกางเต็นท์เตรียมพักผ่อนรอขึ้นเขากันในเช้าวันต่อมา เราเลือกกางเต็นท์ในตัวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จุดกางเต็นท์จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง  
คือ “เนินกูดดอย” ที่จะมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมองเห็นเขื่อนวชิราลงกรณ์
ส่วนอีกฝั่งคือ “เนินช้างเผือก” ฝั่งนี้จะมองเห็นยอดเขาช้างเผือก ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และนั้นคือยอดที่เราจะไปพิชิตกันในวันพรุ่งนี้
จัดแจงการเต็นท์กันก็ค่ำแล้ว ดาวก็เริ่มมาระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด
นี่ขนาดยังไม่ถึงยอดช้างเผือกดาวยังเห็นดาวชัดขนาดนี้
แหงนกล้องถ่ายจากเต็นท์ นอนหลับฝันดีแน่ๆเห็นดาวก่อนนอนเยอะขนาดนี้
เช้ามาก็ถึงวันที่เราต้องเริ่มเดินเขากันแล้ว เตรียมน้ำเตรียมเกลือแร่ ผ้าบลัฟหมวกกันฝุ่นกันให้เรียบร้อย เพราะฝุ่นเยอะมาก และที่สำคัญอย่าลืมถุงมือเพราะมีบางช่วงที่เราต้องไต่ราวลวดสลิงกันขึ้นไป เราเลือกใส่เสื้อผ้าที่เบาที่สุดเพราะขี้ร้อนมาก แต่สำหรับใครที่กลัวแดดกลัวผิดไหม้ก็แนะนำให้ใส่แขนยาวขาวยาว นอกจากจะกันแดดแล้วยังกันใบไม้ใบหญ้าข้างทางมาบาดได้ เอาละพร้อมแล้วก็ไปกันเลย! เราเริ่มเดินเป็นกลุ่มจากจุดนัดเจอที่หมู่บ้านอีต่อง เดินตามเจ้าหน้าที่เลาะหลังหมู่บ้านอีต่องมาเรื่อยๆประมาณ 20-30 นาที แต่อย่าเข้าใจผิดนั้นยังไม่ใช่จุดเริ่มเดินขึ้นเขาช้างเผือก จุดที่เราถ่ายรูปนี่ต่างหากจุดลงทะเบียนขึ้นเขาช้างเผือก คือ จุดเริ่มเดินขึ้นเขาช้างเผือกที่แท้จริง
ลงทะเบียนกันเสร็จก็ได้เวลาเริ่มเดินระยะทาง 8 กิโล เพื่อพิชิตเจ้าช้างกันแล้ว
การเดินในช่วงแรกก็ยังพอมีต้นไม้ใหญ่ๆบ้างพอจะมีร่มเงาให้เราบังแดดกันได้ ต้นไม้ยังมีความเขียวอยู่บ้าง
 
ไต่ขึ้นไปยังจุดพักจุดแรก
วิวที่จุดพักจุดแรกก็เริ่มจะโล่งๆสวยๆแล้ว เหมือนจะเดินมาได้แค่แป๊ปเดียว แต่พอมองย้อนลงไปที่หมู่บ้านอีต่องเดินมาไกลแล้วเหมือนกัน
พักเหนื่อยพอหายหอบละก็ไปกันต่อ
หลังจากจุดพักจุดแรก ทางเดินก็เริ่มเป็นภูเขาหัวโล้น แบบทุ่งหญ้าสีทอง จะเป็นจุดที่เริ่มร้อนกันแล้ว
เริ่มเข้าใกล้ช้างเผือกมาทีละนิด แต่ใครจะไปรู้ละว่าหลังออกจากจุดพักจุดนี้แล้วทางเดินจะขึ้นเขาลงเขาแบบชันสุดๆ
จุดเริ่มต้นของความชัน กับ “เขาช้างน้อย”
ระหว่างขึ้นช้างน้อย ทั้งร้อนทั้งชัน เอ้อทรมานไปอีก
พอลงมาจากช้างน้อยก็ขอพักยืดเส้นกันสักแปป
พักไปก็เหมือนยืนตากแดดนั้นแหละ ตามพี่ลูกหาบกันไปต่อดีกว่า
วิวสุดยอดมาก
เห็นยอดเขาอยู่ข้างหน้าแล้ว แต่กว่าจะถึงนั้นยังต้องสู้กันต่อไปอีก
ต้องก้าวผ่านความทรมานในการขึ้นเขาแบบชันๆแล้วก็ลงแบบดิ่งๆของ “เขาลูกช้าง” ก่อน
เขาลูกช้างเป็นเหมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนที่เราจะถึงลานกางเต็นท์ 
เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมา มาหมดก็เพราะเขาลูกช้างนี่แหละ แต่พอขึ้นมาบนเขาลูกช้างแล้วก็จะเห็นความยิ่งใหญ่ของเขาช้างเผือกที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเรากันแล้ว
บนยอดเขาลูกช้างที่ เห็นทั้งลานกางเต็นท์ ทั้งสันคมมีด ทั้งเขาช้างเผือก เราก็เดินหน้าต่อไปยังจุดกางเต็นท์กันเลย
ลงดิ่งมาจากลูกช้าง สิ่งแรกที่เจอก็คือ ห้องน้ำในตำนาน ที่ว่ากันว่ากลิ่นดุมาก! 
ใครเซนซิทีฟเรื่องความสะอาดเตรียมทิชชูเปียกหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดพกพาไปให้พร้อม
สำหรับเต็นท์ใครที่จ้างลูกหาบ พี่ๆเขาจะรีบเดินมาเพื่อกางเต็นท์ให้เรากันก่อน มาถึงเราก็พักผ่อนกันได้เลย เดินมาถึงจุดกางเต็นท์เราก็พักผ่อนถ่ายรูปเล่นใครเหนื่อยๆพี่ลูกหาบมีโค้กแบบแช่แข็งขายนะแต่ราคาแรงหน่อยแต่ตอนนั้นก็คงต้องกินละร้อนมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะขวดละ 100 หรือ 150 บาทนี่แหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความเหนื่อยของเราในวันนี้ยังไม่จบแค่นี้ รอขึ้นสันคมมีดกันต่อในช่วง 4 โมงเย็น
พอ 4 โมงปุ๊ปพี่ลูกหาบกับพี่เจ้าหน้าที่จะมาเรียกที่เต็นท์ตามให้ไปขึ้นสันคมมีดกัน แต่ในรูปนี้ คือยังไม่ใช่สันคมมีดนะ แค่ระหว่างทางที่ปีนขึ้นไปบนสันคมมีดกัน บอกตามตรงว่าแค่ทางไปก็น่าหวาดเสียวแล้ว
และแล้วก็มาถึง “สันคมมีด” สันเขาความกว้างอันน้อยนิดไฮไลค์อันแสนโด่งดังที่นักเดินป่านักเดินเขาอยากจะมาพิชิตกัน
บริเวณสันคมมีดจะขึ้นได้ทีละคน แต่จะมีพี่เจ้าหน้าที่และลูกหาบอยู่ข้างๆคอยประคองอยู่
พอขึ้นสันคมมีดไปแล้ว มองย้อนกลับมา หวาดเสียวมาก บอกเลย
แต่พอขึ้นไปแล้วก็อึ้งกับวิวไปสักพัก สวยมากกกกกคุ้มสุดๆที่ปีนขึ้นมา
วิวบนนี้คือที่สุดแล้ว ช่วงที่เราไปคือช่วงม.ค.ที่ผ่านมา หญ้าจะเป็นสีทองอร่ามไปทั่ว มันเป็นอะไรที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง บางคนมาตอนเขาช้างเผือกยังเขียวอยู่ก็จะคนละฟิลกับแบบนี้ แต่ฟิลที่หญ้ากลายเป็นสีน้ำตาลทองตอนพระอาทิตย์กำลังตกดิน มันสวยมากจริงๆ
ถ่ายรูปข้างบนกันจนหนำใจก็ปีนสันคมมีดลงมารอเพื่อนๆกันอยู่ใต้สันคมมีดแล้วค่อยกลับลานกางเต็นท์พร้อมกัน
สภาพตอนรอเพื่อนก็คือหมดแรงแล้ว
และตอนรอเพื่อนนี่แหละ คือตอนที่ชอบที่สุดของการเดินทางพิชิตขึ้นเขาช้างเผือกในครั้งนี้ นั่นก็คือการได้นั่งคุยกับพี่ๆเจ้าหน้าที่และพี่ลูกหาบ แต่เป็นการคุยที่ไม่ธรรมดาเพราะวิวข้างล่างคือเหวแต่มันคือวิวที่สวยมาก ที่นั่งที่มีอยู่แค่แง่งหินนิดนึงท้าทายไปอีก ตอนแรกก็เสียวแหละแต่นั่งไปสักพักคือชินแล้ว เป็นการนั่งคุยกับคนแปลกหน้าที่บรรยากาศดีมากทั้งๆที่ตอนนั้นทั้งเหนื่อยทั้งล้า แต่พวกเราก็ยังคุยหัวเราะกันสนุกสนาน มันดีมากจริงๆ
พอเพื่อนมาแล้ว เราก็ได้เวลาดิ่งลงเขากลับเต็นท์กันแล้ว
มาถึงลานกางเต็นท์กันแล้ว หันหลังกลับไปมองที่สันคมมีดคนอื่นๆก็ทยอยไต่กลับลงมาเหมือนมดตัวเล็กๆเลย

ชื่อสินค้า:   เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เดินป่า บันทึกนักเดินทาง อุทยานแห่งชาติ เที่ยวภูเขา Trekking
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่