สวัสดีค่ะ กำลังลังเลใจว่าจะลาออกดีไหม หรือ ทนๆไปก่อน
งานนี้เป็นงานแรกที่ทำตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน 4 ปีแล้วค่ะ มีโอกาสมากมายที่บริษัทหยิบยื่นให้
แต่ต้องทำงานในหลายๆหน้าที่นะคะ เพราะบริษัทเล็กๆค่ะ
ยอมรับนะคะว่าไม่ใช่คนเก่งค่ะ แต่มีใจในการเรียนรู้งานหนักไม่เคยเกี่ยง งานไม่เสร็จก็อยู่ทำถึง 3-4 ทุ่ม ไม่มีโอที
เป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่ชอบงานบริการได้พบปะพูดคุยกับผู้คน จากการเริ่มงานปีแรกๆยังมีเวลาว่างได้ดูหนัง เรียนภาษา ขายของหารายได้
ไปพบปะเพื่อนๆ พอพักหลังเหมือนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น มีเรื่องที่ต้องคิด ต้องจัดการ ต้องทำให้เป็นรูปร่าง ก็รู้สึกหมดแรง
ทำให้วันอาทิตย์ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากพบผู้คน บางทีนอนๆอยู่ในหัวมีแต่เรื่องงาน บางทีรู้สึกระแวงเสียงไลน์ เสียงข้อความ
หลอนไปเลยก็มีค่ะ ต้องตั้งโทรศัพท์ในโหมดห้ามรบกวนหลัง 4 ทุ่มไปเลยค่ะ แต่ก็มีน้อยใจกันนะคะทำไมไม่ตอบไลน์ ทำไมไม่อ่านไลน์
ส่วนสาเหตุหลักที่อยากออกนะคะ
1. รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหากับระบบการทำงานของบริษัทค่ะ ทางบริษัทพยายามช่วยแล้วนะคะ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ช่วยทุกทางที่จะทำได้ค่ะ
แต่ด้วยเรานิสัยเสียค่ะ ชอบทำตามใจตัวเองมากกว่า งานไหนไม่ได้ทำก็จะไม่อัพเดตค่ะ เพราะไม่ได้ทำ ซึ่งมันผิดกฏบริษัทค่ะ
และ ได้รับการตำหนิกลับมาแทบจะทุกครั้งที่มีประชุม
2. รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่ามากพอที่จะได้รับโอกาสมากมายที่บริษัทให้มาค่ะ ซึ่งมันเชื่อมกับข้อ 1
เรารู้สึกว่าเรากำลังเอาเปรียบบริษัทค่ะ ซึ่งตรงนี้ขอเล่าก่อนนะคะ เนื่องด้วยเราชอบบริการลูกค้า ชอบพบปะพูดคุย เลยได้พ่วงตำแหน่งพนักงานขาย
ซึ่งไม่ได้คอมมิชชั่นที่เป็นเงินนะคะ แต่ได้เป็นทริปการท่องเที่ยวแทน ซึ่งไปทริปก็เหมือนไปทำงานค่ะ เพราะต้องไปดูแลลูกค้า คอยส่งรีพอร์ทต่างๆ
ทำคอนเท้นท์มากมาย เป็นเหมือนหน้าตาของบริษัทก็ว่าได้ค่ะ แต่เรามีความสุขนะคะ สนุกที่ได้ทำงานนี้ค่ะ ซึ่งทางบริษัทจับทางเราถูกนะคะ
เขายินดีที่เราทำยอดขายได้ดี ก็จะส่งงานขายมาให้เราปิดทั้งหมด ซึ่งอันนี้เราคิดเองนะคะ เนื่องจากเราคือคนที่หาเงินเข้าบริษัท
เรามักจะละเลยระบบการทำงานของบริษัทตลอด ซึ่งพอมันถึงจุดหนึ่งเราเริ่มคิดได้ค่ะ เราพยายามปรับปรุงนะคะ แต่มันไม่สมบูรณืในแบบที่บริษัทคาดหวัง
เราเลยคิดอยากลาออกค่ะ
3. เรื่องงานที่ได้รับมอบหมาย อันนี้ก็รู้สึกเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกค่ะ ต้องยอมรับเลยเรามีวิธีคิด วิธีบริหารงานที่เปลี่ยนไปได้แบบนี้
เพราะการที่เราได้เรียนรู้จากที่บริษัทแห่งนี้ค่ะ เรารู้สึกทันคนมากขึ้น มองคนออกมาขึ้น รู้สึกเป็นคนเก่งมาขึ้น เพราะบริษัทนี้เลยค่ะ
แต่กว่าเราจะเก่งได้แบบนี้ เราเสียน้ำตา เราเหนื่อยมาไม่รู้เท่าไหร่ เราทำงานหนักมากจริงๆค่ะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
บางงานเป็นงานที่ไม่เคยทำ ไม่รู้วิธีการทำ ไม่ถนัดเลย แต่ก็ไม่เคยรอให้ใครมาบอก พยายามช่วยเหลือตัวเองจนถึงที่สุด
ถึงแม้งานที่ออกมาจะโดนปัดตก เพราะมันไม่ใช้แบบที่บริษัทต้องการ บริษัทต้องการแบบนี้วันที่สั่งงานไม่ได้แจงมา
พอเราเอาไปทำในแบบที่เราศึกษาเองดันไม่ใช่ในแบบที่บริษัทต้องการ ลองผิด ลองถูก ซึ่งด้วยความที่ไม่ใช่คนเก่งค่ะ
คิดเป็นร้อยโปรเจค แต่ทำได้จริง 3 จนเรารู้สึกท้อแทนบริษัท ที่ต้องมีเราอยู่ในนี้
4. สนิทกันมากเกินไป เรากับผู้บริหารค่อนข้างสนิทกันค่ะ เขาให้ความสำคัญกับเราพอสมควร
ส่วนตัวเรามองเขาในแบบที่เขาเป็นเจ้านายนะคะ ดูใจร้ายไหมคะ ก็อาจจะนิดนึง แต่ถ้าถามว่าเรารักพวกเขาไหม ตอบได้เลยค่ะ
ว่ารักพวกเขามาก เขาสอนเราตั้งแต่เริ่มจากศูนย์ เรารู้สึก Apriciate ในสิ่งที่เขาให้เรามากๆ
แต่พวกเขายังไม่ใช่ Comfort Zone ของเรานะคะ ด้วยสถานะที่เราอยากให้ความเคารพในแบบเจ้านายกับลูกน้อง เราหวังดีกับบริษัทเสมอ
งานทุกงานที่คิดไม่เคยมองแบบใกล้ๆ เราจะมองให้ใหญ่แบบที่เขาสอน ตัวเราคนอื่นมองเข้ามาแทบจะเหมือนเจ้าของบริษัทแทนพวกเขาแล้วด้วยซ้ำ
รู้ทุกอย่าง รู้ทุกสิ่ง รู้ว่าต้องทำแบบไหนถึงจะดี
5. ไม่มีความสุข พอเอาทุกข้อมารวมกัน มันทำให้ไม่มีความสุขกับการทำงานเลยค่ะ
ปกติเป็นคนไม่คิดมากนะคะ ไม่คิดมากเรื่องอะไรเลย จะโดนว่า โดนตำหนิ ไม่เคยเก็บมารบกวนสมองเลยค่ะ
นอน ตื่นวันใหม่ ก็เริ่มใหม่ ทำวันนั้นๆให้ดี ให้เต็มที่ก็พอค่ะ แต่พักหลังๆที่เริ่ม Work From Home ไม่รู้เพราะสภาพแวดล้อม
หรือ เพราะเราไม่ค่อยได้เจอหน้ากันที่บริษัท หรือเปล่านะคะ แต่ช่วงนี้งานที่บริษัทไม่ค่อยมีอะไรเลยค่ะ มีแต่วางแผนๆ
ซึ่งอย่างที่ย้ำมาตั้งแต่ต้นค่ะ ไม่ใช่คนเก่ง ถึงจะเจองานแบบนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งมันจะต้องได้ทะเลาะ ได้ทำผิดพลาดก่อน
ถึงจะได้รับการแก้ไข พอช่วงนี้มันถี่ขึ้น ความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอมันเริ่มมาปกคลุมความคิดค่ะทำให้เราขอลาออกกับบริษัทไปแล้วประมาณ 5 ครั้ง
แต่ทุกครั้งคำว่า อยากลาออกค่ะ คิดว่าอยากลาออกค่ะ จะโดนปัดตกไปด้วยการคุยในรูปแบบอื่นตลอด นัดมาเจอหน้ากัน ก็ไม่พูดเรื่องนี้
รู้สึกไม่มีความสุขกับการทำงานเลยค่ะ
หรือเราควร Leave With Out Pay สักเดือนเพื่อพักผ่อนให้กับตัวเองดีคะ อยากขอคำแนะนำดีๆจากเพื่อนๆ พี่ๆค่ะ
ลาออกตอนโควิด คิดผิด หรือ คิดถูก
งานนี้เป็นงานแรกที่ทำตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน 4 ปีแล้วค่ะ มีโอกาสมากมายที่บริษัทหยิบยื่นให้
แต่ต้องทำงานในหลายๆหน้าที่นะคะ เพราะบริษัทเล็กๆค่ะ
ยอมรับนะคะว่าไม่ใช่คนเก่งค่ะ แต่มีใจในการเรียนรู้งานหนักไม่เคยเกี่ยง งานไม่เสร็จก็อยู่ทำถึง 3-4 ทุ่ม ไม่มีโอที
เป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่ชอบงานบริการได้พบปะพูดคุยกับผู้คน จากการเริ่มงานปีแรกๆยังมีเวลาว่างได้ดูหนัง เรียนภาษา ขายของหารายได้
ไปพบปะเพื่อนๆ พอพักหลังเหมือนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น มีเรื่องที่ต้องคิด ต้องจัดการ ต้องทำให้เป็นรูปร่าง ก็รู้สึกหมดแรง
ทำให้วันอาทิตย์ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากพบผู้คน บางทีนอนๆอยู่ในหัวมีแต่เรื่องงาน บางทีรู้สึกระแวงเสียงไลน์ เสียงข้อความ
หลอนไปเลยก็มีค่ะ ต้องตั้งโทรศัพท์ในโหมดห้ามรบกวนหลัง 4 ทุ่มไปเลยค่ะ แต่ก็มีน้อยใจกันนะคะทำไมไม่ตอบไลน์ ทำไมไม่อ่านไลน์
ส่วนสาเหตุหลักที่อยากออกนะคะ
1. รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหากับระบบการทำงานของบริษัทค่ะ ทางบริษัทพยายามช่วยแล้วนะคะ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ช่วยทุกทางที่จะทำได้ค่ะ
แต่ด้วยเรานิสัยเสียค่ะ ชอบทำตามใจตัวเองมากกว่า งานไหนไม่ได้ทำก็จะไม่อัพเดตค่ะ เพราะไม่ได้ทำ ซึ่งมันผิดกฏบริษัทค่ะ
และ ได้รับการตำหนิกลับมาแทบจะทุกครั้งที่มีประชุม
2. รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่ามากพอที่จะได้รับโอกาสมากมายที่บริษัทให้มาค่ะ ซึ่งมันเชื่อมกับข้อ 1
เรารู้สึกว่าเรากำลังเอาเปรียบบริษัทค่ะ ซึ่งตรงนี้ขอเล่าก่อนนะคะ เนื่องด้วยเราชอบบริการลูกค้า ชอบพบปะพูดคุย เลยได้พ่วงตำแหน่งพนักงานขาย
ซึ่งไม่ได้คอมมิชชั่นที่เป็นเงินนะคะ แต่ได้เป็นทริปการท่องเที่ยวแทน ซึ่งไปทริปก็เหมือนไปทำงานค่ะ เพราะต้องไปดูแลลูกค้า คอยส่งรีพอร์ทต่างๆ
ทำคอนเท้นท์มากมาย เป็นเหมือนหน้าตาของบริษัทก็ว่าได้ค่ะ แต่เรามีความสุขนะคะ สนุกที่ได้ทำงานนี้ค่ะ ซึ่งทางบริษัทจับทางเราถูกนะคะ
เขายินดีที่เราทำยอดขายได้ดี ก็จะส่งงานขายมาให้เราปิดทั้งหมด ซึ่งอันนี้เราคิดเองนะคะ เนื่องจากเราคือคนที่หาเงินเข้าบริษัท
เรามักจะละเลยระบบการทำงานของบริษัทตลอด ซึ่งพอมันถึงจุดหนึ่งเราเริ่มคิดได้ค่ะ เราพยายามปรับปรุงนะคะ แต่มันไม่สมบูรณืในแบบที่บริษัทคาดหวัง
เราเลยคิดอยากลาออกค่ะ
3. เรื่องงานที่ได้รับมอบหมาย อันนี้ก็รู้สึกเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกค่ะ ต้องยอมรับเลยเรามีวิธีคิด วิธีบริหารงานที่เปลี่ยนไปได้แบบนี้
เพราะการที่เราได้เรียนรู้จากที่บริษัทแห่งนี้ค่ะ เรารู้สึกทันคนมากขึ้น มองคนออกมาขึ้น รู้สึกเป็นคนเก่งมาขึ้น เพราะบริษัทนี้เลยค่ะ
แต่กว่าเราจะเก่งได้แบบนี้ เราเสียน้ำตา เราเหนื่อยมาไม่รู้เท่าไหร่ เราทำงานหนักมากจริงๆค่ะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
บางงานเป็นงานที่ไม่เคยทำ ไม่รู้วิธีการทำ ไม่ถนัดเลย แต่ก็ไม่เคยรอให้ใครมาบอก พยายามช่วยเหลือตัวเองจนถึงที่สุด
ถึงแม้งานที่ออกมาจะโดนปัดตก เพราะมันไม่ใช้แบบที่บริษัทต้องการ บริษัทต้องการแบบนี้วันที่สั่งงานไม่ได้แจงมา
พอเราเอาไปทำในแบบที่เราศึกษาเองดันไม่ใช่ในแบบที่บริษัทต้องการ ลองผิด ลองถูก ซึ่งด้วยความที่ไม่ใช่คนเก่งค่ะ
คิดเป็นร้อยโปรเจค แต่ทำได้จริง 3 จนเรารู้สึกท้อแทนบริษัท ที่ต้องมีเราอยู่ในนี้
4. สนิทกันมากเกินไป เรากับผู้บริหารค่อนข้างสนิทกันค่ะ เขาให้ความสำคัญกับเราพอสมควร
ส่วนตัวเรามองเขาในแบบที่เขาเป็นเจ้านายนะคะ ดูใจร้ายไหมคะ ก็อาจจะนิดนึง แต่ถ้าถามว่าเรารักพวกเขาไหม ตอบได้เลยค่ะ
ว่ารักพวกเขามาก เขาสอนเราตั้งแต่เริ่มจากศูนย์ เรารู้สึก Apriciate ในสิ่งที่เขาให้เรามากๆ
แต่พวกเขายังไม่ใช่ Comfort Zone ของเรานะคะ ด้วยสถานะที่เราอยากให้ความเคารพในแบบเจ้านายกับลูกน้อง เราหวังดีกับบริษัทเสมอ
งานทุกงานที่คิดไม่เคยมองแบบใกล้ๆ เราจะมองให้ใหญ่แบบที่เขาสอน ตัวเราคนอื่นมองเข้ามาแทบจะเหมือนเจ้าของบริษัทแทนพวกเขาแล้วด้วยซ้ำ
รู้ทุกอย่าง รู้ทุกสิ่ง รู้ว่าต้องทำแบบไหนถึงจะดี
5. ไม่มีความสุข พอเอาทุกข้อมารวมกัน มันทำให้ไม่มีความสุขกับการทำงานเลยค่ะ
ปกติเป็นคนไม่คิดมากนะคะ ไม่คิดมากเรื่องอะไรเลย จะโดนว่า โดนตำหนิ ไม่เคยเก็บมารบกวนสมองเลยค่ะ
นอน ตื่นวันใหม่ ก็เริ่มใหม่ ทำวันนั้นๆให้ดี ให้เต็มที่ก็พอค่ะ แต่พักหลังๆที่เริ่ม Work From Home ไม่รู้เพราะสภาพแวดล้อม
หรือ เพราะเราไม่ค่อยได้เจอหน้ากันที่บริษัท หรือเปล่านะคะ แต่ช่วงนี้งานที่บริษัทไม่ค่อยมีอะไรเลยค่ะ มีแต่วางแผนๆ
ซึ่งอย่างที่ย้ำมาตั้งแต่ต้นค่ะ ไม่ใช่คนเก่ง ถึงจะเจองานแบบนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งมันจะต้องได้ทะเลาะ ได้ทำผิดพลาดก่อน
ถึงจะได้รับการแก้ไข พอช่วงนี้มันถี่ขึ้น ความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอมันเริ่มมาปกคลุมความคิดค่ะทำให้เราขอลาออกกับบริษัทไปแล้วประมาณ 5 ครั้ง
แต่ทุกครั้งคำว่า อยากลาออกค่ะ คิดว่าอยากลาออกค่ะ จะโดนปัดตกไปด้วยการคุยในรูปแบบอื่นตลอด นัดมาเจอหน้ากัน ก็ไม่พูดเรื่องนี้
รู้สึกไม่มีความสุขกับการทำงานเลยค่ะ
หรือเราควร Leave With Out Pay สักเดือนเพื่อพักผ่อนให้กับตัวเองดีคะ อยากขอคำแนะนำดีๆจากเพื่อนๆ พี่ๆค่ะ