ดาราจอแก้วและดาราจอเงินความแตกต่างของวงการบันเทิงฮ่องกงยุครุ่งเรือง

ดาราจอแก้วและดาราจอเงิน
ความแตกต่างของวงการบันเทิงฮ่องกงยุครุ่งเรือง


การแบ่งนักแสดงทางจอแก้วและจอเงินของฮ่องกง ได้มีการแบ่งกันออกอย่างชัดเจนทีเดียว นักแสดงจอแก้ว หรืออย่างบ้านเรามักจะเรียกเป็น "ดารา" ทางฮ่องกงเรียกว่า "ศิลปิน" หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า "อาร์ททิส" ส่วนนักแสดงจอเงินที่บ้านเราเหมาเรียกเป็นดาราอีกเหมือนกัน ฮ่องกงเรียกเป็น "นักแสดง" หรือภาษาอังกฤษว่า "แอ๊คเตอร์"


ไม่ว่าพระเอกหรือนางเอกที่กำลังดัง ๆ ของฮ่องกงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับว่า พวกเขาหรือเธอเป็น "สตาร์" หรือ "ดารา" แต่มักจะเรียกตัวเองเป็นนักแสดงเท่านั้น แต่นักข่าวหรือชาวบ้านจะยกย่องเขาหรือเธอเป็นดารา ตรงนี้เป็นสิทธิของผู้อื่นที่เขาหรือเธอกำหนดไม่ได้ ความดังของนักแสดงฮ่องกงนั้น ก็มีการแบ่งแยกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนอีกเหมือนกัน


นักแสดงจอแก้ว มีโอกาสและจังหวะที่จะประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงได้ง่ายกว่าและรวดเร็วกว่าการก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในวงการหนังจอเงิน หนังจอแก้วนั้นจริง ๆ แล้วก็คือละครจอแก้วนั่นแหละ แต่ละสถานีอันได้แก่ ทีวีบี.กับ เอทีวี. จะต้องมีการสร้างผลงานป้อนสู่การแพร่ภาพตลอดเวลาชนิดที่หยุดไม่ได้


โดยปรกติแล้ว หนังชุดเรื่องหนึ่ง ๆ จะมีความยาวประมาณ 20 ตอน แต่ละสถานีจะมีการแพร่ภาพวันหนึ่งอย่างน้อย 2 เรื่องถึง 3 เรื่อง แล้วแต่โอกาสและจังหวะ ปีหนึ่งจึงตกประมาณ 48 เรื่องหรือในราว 1000 ตอน เมื่อรวมกันทั้งสถานี นอกจากผลงานหนังจอแก้วแล้ว ก็ยังมีรายการอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้ หรือรายการเพลง ตลอดจนรายการแม่บ้าน รายการเด็กกับการแพร่ภาพสู่แฟนจอแก้ว


จากผลงานมากมายดังกล่าว แต่ละสถานีจึงต้องมีการปลุกปั้นบุคลากรประจำสถานีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้แหละที่กลายมาเป็นจังหวะและโอกาสของนักแสดงหน้าใหม่ ๆ ที่มีความสามารถตลอดจนองค์ประกอบหลาย ๆ ด้านหนุนส่งให้ก้าวสู่ความสำเร็จ มีชื่อเสียงทางจอแก้วได้มากกว่า เนื่องจากการแพร่ภาพทางจอแก้ว เป็นการนำเสนอความบันเทิงสู่าวบ้านร้านถิ่นได้ทุกครัวเรือน เป็นความบันเทิงอย่างอิสระของชาวบ้านที่ไม่ต้องเสียเงินเสียทองในความบันเทิงดังกล่าว เมื่อนักแสดงได้องค์ประกอบหลาย ๆ ด้านเป็นตัวหนุนส่ง มีโอกาสปรากฏตัวบนหน้าจอทีวีเป็นประจำ จึงมีสิทธิ์ดังได้ง่าย 


ดังนั้นแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี จึงมีหนุ่ม ๆ สาว ๆ สมัครเข้าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ทางจอแก้วเสมอ ด้วยความเพ้อฝันอยากเป็นดารา และที่สำคัญถ้าหากประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง เงินทองก็ไหลมาเทมาได้รวดเร็วกว่าการทำมาหากินอาชีพอื่น แต่เนื่องจากแต่ละสถานีก็ล้วนแล้วแต่มีนักแสดงที่จะต้องผลักดันส่งเสริมให้มีชื่อเสียงดังขึ้นมาทดแทนคนเก่า ๆ ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน จะรับหนุ่มสาวที่เข้ามาสมัครเป็นนักแสดงนั้น มิใช่ว่าเมื่อรับมาแล้วจะส่งเสริมให้มีความสำเร็จได้รวดเร็วทันทีทันใด เพราะหนุ่มสาวดังกล่าว เป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยมีชาวบ้านเห็นหน้าบ่อย โอกาสที่จะสร้างให้ดังจึงค่อนข้างลำบาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเลย เพียงแต่ค่อนข้างน้อยหน่อย


ดังนั้นจึงมีทางเดียวที่จะสร้างคนใหม่ที่รวดเร็วกว่าและมีความหมายมากกว่า นั่นก็คือสร้างจากผู้ที่เด่นที่สุด สวยที่สุดบนเวทีประกวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทีประกวดนางงาม หรือเวทีประกวดนักร้องใหม่ ตลอดจนเวทีประกวดความสามารถด้านอื่น ๆ หลังจากนั้นก็จะมีการโปรโมทด้านข่าวสารต่าง ๆ เพื่อผลักดันบุคคลเหล่านี้ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวบ้านไว้ก่อน หลังจากนั้นจึงจะค่อย ๆ ป้อนผลงานการแสดงต่าง ๆ ให้เป็นที่ประจักษ์


ส่วนการปั้นนักแสดงจอเงินให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัญหาร้อยแปดที่ยุ่งยากและประสบความสำเร็จได้ยากกว่าด้านจอแก้วหลายสิบเท่าตัว ประการแรกการสร้างตัวกำไรของหนังจอเงินแต่ละเรื่อง นอกจากองค์ประกอบหลาย ๆ ด้านแล้ว สิ่งสำคัญนักแสดงหรือดาราจะต้องเป็นคนมีชื่อเสียง มีความเด่นที่สามารถดึงแฟนหนังยอมเสียเงินซื้อตั๋วเข้าไปชมในโรง แต่ละบริษัทใช่ว่าจะมีการสร้างหนังเป็นสิบ ๆ เรื่อง มีสิทธิ์และความสามารถพอที่จะสร้างผลงานสู่แฟนหนังได้ติดต่อกันโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนการสร้าง ดังนั้นแต่ละบริษัทผู้สร้างหนังจึงต้องเลือกเฟ้นดาราที่มีชื่อเสียงเป็นตัวนำเพื่อประกันรายได้หลักเอาไว้ก่อน ตรงนี้แหละที่กลายมาเป็นจุดบอดกับการปั้นนักแสดงหน้าใหม่ ๆ ขึ้นมา


กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีแต่นักแสดงดัง ๆ เพียงอย่างเดียว ผู้สร้างแต่ละคนพยายามแย่งคิวหนังของดาราดัง ๆ ก็เลยกลายมาเป็นปัญหาขาดแคลนดาราไม่มากก็น้อย แต่ครั้นจะปั้นนักแสดงหน้าใหม่ก็กลับมีอัตราเสี่ยงต่อการขาดทุนมากเกินไป และเพื่อให้การดำเนินงานสร้างเป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนเพื่อประกันการขาดทุน ผู้สร้างหนังจอเงินจึงหันไปเมืองมองกับการดึงนักแสดงจอแก้วมาร่วมแสดงในบทรองลงไปบ้าง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการสร้างบ้าง แต่ถึงกระนั้นหลายต่อหลายเรื่องของหนังจอเงินที่มีดาราจอแก้วร่วมแสดงหรือนำแสดง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จดังที่คาดหมายเอาไว้


ในฮ่องกงนั้น ความนิยมหรือความดังของดาราได้มีการแบ่งกันอย่างเห็นได้ชัด พระเอกหรือนางเอกดังทางจอแก้วหลายต่อหลายคน เมื่อหันมาเล่นหนังจอเงินล้วนแล้วแต่คว่ำไม่เป็นท่าเรื่องแล้วเรื่องเล่า ขณะเดียวกันดาราจอแก้วหลายต่อหลายคนที่ประสบความสำเร็จโด่งดังทางจอแก้ว เมื่อหันไปเล่นหนังจอเงิน กลับต้องประสบความล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่กระนั้นดาราจอแก้วอีกมากมายก็ใฝ่ฝันจะก้าวเข้าสู่วงการจอเงินให้ได้ เพราะแต่ละคนส่วนใหญ่มักถือว่า ประสบความสำเร็จทางจอแก้วจนมีชื่อเสียง มีกู๊ดวินที่ดีแล้ว แต่เนื่องจากผลตอบแทนในด้านการเงินของจอแก้วนั้นน้อยนิดเหลือเกิน ก็คิดอย่างง่าย ๆ ดาราจอแก้วแต่ละคนที่อยู่ในสังกัดนั้น ถ้าหากมีชื่อเสียงเด่นดังทางจอแก้ว ก็จะมีเงินเดือนราว ๆ หนึ่งหมื่นเหรียญเงินจำนวนนี้อาจคิดว่าสูงพอดู แต่เนื่องจากเป็นคนดัง องค์ประกอบหลาย ๆ ด้านทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายท่วมหัวในเวลาเดียวกัน จนทำให้รายรับกับรายจ่ายเทียบกันไม่ได้เลย


ผิดกับการแสดงหนังจอเงิน แม้ว่าในช่วงแรกจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อย ๆ ชื่อเสียงทางจอแก้วก็พอทำให้มีค่าตัวในการแสดงหนังจอเงินเรื่องหนึ่ง ๆ เป็นหลักแสนในเบื้องต้น ซึ่งตัวเลขนี้ มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับจากต้นสังกัดของสถานีโทรทัศน์เป็นปีรวมกัน และถ้าหากประสบความสำเร็จในด้านหนังจอเงิน ค่าตัวก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนชั่วเวลาปีเดียว ค่าตัวจากหลักแสนเก้ากระโดดไปถึงหลายแสนจนกระทั่งเป็นล้าน ตรงนี้แหละที่ทำให้ดาราดังจอแก้วหันเป้าไปสู่จอเงิน


เมื่อครั้งที่โจวเหวินฟะมีชื่อเสียงโดดเด่นทางจอแก้ว หนังจอแก้วแต่ละเรื่องของเขาได้รับความนิยมสูงสุด มีชื่อเสียงเด่นดังที่สุดในยุคโน้น แต่ครั้นเมื่อเขาหันมาเล่นหนังจอเงินเป็นสิบ ๆ เรื่องที่ประสบความล้มเหลว จนได้รับฉายาว่า "ยาพิษรายได้หนัง" โจวเหวินฟะเกือบจะท้อแท้หมดกำลังใจกับการอยู่ในวงการหนังจอเงินหลายครั้งหลายหน แต่ครั้นถึงเรื่อง "โหดเลวดี" กลับสร้างชื่อเสียงของเขากลายมาเป็นพระเอกอันดับหนึ่งที่ประกันรายได้ให้กับหนังที่เขานำแสดงในเวลาต่อมา กลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างรวดเร็ว


หลิวเต๋อหัวก็เคยรุ่งเรืองในผลงานจอแก้วมากมายเป็นสิบเรื่อง มีชื่อเสียลเด่นดังในยุคต่อมาของวงการจอแก้วหลังโจวเหวินฟะ แต่ครั้นเขาหันมาเล่นหนังจอเงินเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ผลงานหนังแต่ละเรื่องของเขาก็เหมือนรุ่นพี่ที่ล้มคว่ำไม่เป็นท่าเรื่องแล้วเรื่องเล่า เพียงแต่เขามีภาษาดีกว่าโจวเหวินฟะตรงที่ไม่ได้นำแสดงโดด ๆ หนังแต่ละเรื่องของเขาจะมีดาราจอเงินดัง ๆ ร่วมประกบด้วยเสมอ แล้วเขาก็เริ่มประสบความสำเร็จจากเรื่อง "ทะลุกลางอก" ชื่อเสียงของเขาจึงเป็นที่ยอมรับของแฟนหนังฮ่องกงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในขณะที่เมืองไทยมาดังเปรี้ยงปร้างจากเรื่อง "ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ"


นอกจากนั้นแล้ว ดาราจอแก้วอีกหลายต่อหลายคนที่มีวิถีเดียวเหมือนกับโจวเหวินฟะ และหลิวเต๋อหัว ที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงทางจอแก้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จทางจอเงินอย่างรวดเร็วทันทีทันใด ต้องค่อย ๆ ไต่ระดับ กว่าจะสำเร็จมีชื่อเสียงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย ๆ ในราว 5 ปี ดังนั้นความดังของพระเอกหรือนักแสดงฮ่องกง จึงมองได้เห็นชัดว่า แม้นักแสดงจะประสบความสำเร็จอันแท้จริงในวงการจอแก้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดังทางจอเงิน ครั้นเมื่อประสบความสำเร็จทางจอเงินแล้ว พระเอกดังกล่าวจะไม่ยอมหวนกลับไปเล่นหนังจอแก้วอีกเลย เพราะถือว่าดังคนละเกรด เงินค่าตัวคนละระดับ

ขอขอบพระคุณบทความจากนิตยสาร
ทีวีพูล ปีที่ 2 ฉบับที่ 68 คอลัมน์จากฮ่องกง...สู่ไทยแลนด์
และขอขอบพระคุณภาพสวย ๆ จาก pinterest นะคะ

ด้วยรักเป็นอย่างยิ่ง.

สวัสดี.

แก้ไขข้อความเมื่อ

ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 1
หากชื่นชอบข้อมูลในกระทู้นี้กดบวก กดความรู้สึกให้กระทู้น้อย ๆ นี้ได้ชึ้นกระทู้แนะนำกับเขาเพื่อให้มีคนเห็นกระทู้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป หัวใจ

เพจสำหรับคนสนใจในเรื่องราวความรู้ของบันเทิงยุคเก่า
https://www.facebook.com/addthispage/
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่