คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
บางคนก็มองไปที่ตัวเลขคนติดเชื้อแล้วก็อนุมานไปว่าคนไทยฉลาดกว่าคนอเมริกา หมอไทยเก่งกว่าหมอเยอรมัน
ทั้งๆที่ถ้าดูตามตัวเลขเรายังตามหลังความฉลาดของเวียดนาม กัมพูชาและลาว หมอเวียดนามรักษาหายไม่มีใครเสียชีวิตต่างกับไทย
แล้วก็จะบอกว่าเพราะเค้าปิดตัวเลขทั้งที่ก็ไม่มีข่าวคนตายวางเกลื่อนถนนหรือล้นโรงพยาบาลแต่อย่างใด หรือคิดว่าเค้าปกครองโดยเผด็จการทหาร
ประเด็นเรื่องความฉลาด ก็ไม่มีใครฉลาดกว่าใครหรอกครับ
ทุกประเทศแม้แต่ประเทศที่เราชอบไปดูถูกเขา ก็มีคนฉลาดคนไม่ฉลาดสัดส่วนพอๆกับอเมริกาและไทย
แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างทางความคิด ความรู้ได้อย่างมากคือ ภาษา
ในโลกนี้มีคนใช้ภาษาอังกฤษเยอะกว่า ทำให้ความรู้ต่างๆกระจายๆจากคนฉลาดมากๆไปยังคนฉลาดน้อยๆได้ดีกว่าภาษาอื่นๆ
สิ่งที่เราไม่เข้าใจกันไม่ว่าจะทำอะไรกันอยู่ มีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้วให้อ่านเป็นภาษาอังกฤษ
ทำให้คนฉลาดปานกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของทุกประเทศมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ลองมองดูคนรอบข้าง ได้ศึกษาเรื่องโควิดแค่ไหน ได้ติดตามหาความรู้ หาข่าวสารจากแหล่งใดบ้าง
หรือเพียงได้รับจากสื่อภาษาไทยภาษาเดียว
การที่คนไม่รู้อย่างแท้จริงแต่ไม่สามารถหาความรู้ได้จากแหล่งภาษาอื่นๆ เมื่อเกิดความสงสัย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ
จินตนาการไปเอง คิดไปเอง อนุมานกันไปเอง
นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนในประเทศโลกที่สามส่วนใหญ่มีความคิด ความเชื่อ ความงมงายอย่างมาก
มากกว่าคนยุโรป อเมริกา ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ก็มีสมองปานกลางเหมือนๆกัน
ทั้งๆที่ถ้าดูตามตัวเลขเรายังตามหลังความฉลาดของเวียดนาม กัมพูชาและลาว หมอเวียดนามรักษาหายไม่มีใครเสียชีวิตต่างกับไทย
แล้วก็จะบอกว่าเพราะเค้าปิดตัวเลขทั้งที่ก็ไม่มีข่าวคนตายวางเกลื่อนถนนหรือล้นโรงพยาบาลแต่อย่างใด หรือคิดว่าเค้าปกครองโดยเผด็จการทหาร
ประเด็นเรื่องความฉลาด ก็ไม่มีใครฉลาดกว่าใครหรอกครับ
ทุกประเทศแม้แต่ประเทศที่เราชอบไปดูถูกเขา ก็มีคนฉลาดคนไม่ฉลาดสัดส่วนพอๆกับอเมริกาและไทย
แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างทางความคิด ความรู้ได้อย่างมากคือ ภาษา
ในโลกนี้มีคนใช้ภาษาอังกฤษเยอะกว่า ทำให้ความรู้ต่างๆกระจายๆจากคนฉลาดมากๆไปยังคนฉลาดน้อยๆได้ดีกว่าภาษาอื่นๆ
สิ่งที่เราไม่เข้าใจกันไม่ว่าจะทำอะไรกันอยู่ มีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้วให้อ่านเป็นภาษาอังกฤษ
ทำให้คนฉลาดปานกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของทุกประเทศมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ลองมองดูคนรอบข้าง ได้ศึกษาเรื่องโควิดแค่ไหน ได้ติดตามหาความรู้ หาข่าวสารจากแหล่งใดบ้าง
หรือเพียงได้รับจากสื่อภาษาไทยภาษาเดียว
การที่คนไม่รู้อย่างแท้จริงแต่ไม่สามารถหาความรู้ได้จากแหล่งภาษาอื่นๆ เมื่อเกิดความสงสัย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ
จินตนาการไปเอง คิดไปเอง อนุมานกันไปเอง
นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนในประเทศโลกที่สามส่วนใหญ่มีความคิด ความเชื่อ ความงมงายอย่างมาก
มากกว่าคนยุโรป อเมริกา ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ก็มีสมองปานกลางเหมือนๆกัน
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
วิทยาศาสตร์
โรคติดต่อ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)
จากโควิด อเมริกาจะยังคงเป็นมหาอำนาจได้อีกไหม ทำไมสังคมที่นั่นคนดูทั้งฉลาดมากและน้อยได้ในเวลาเดียวกัน
อีกทางคนที่นั่นก็ดูไม่ฉลาดมากๆ ทั้งไม่สวมแมส การรับมือที่ดูแย่ คนตายเยอะ การประท้วงเรื่องการลอคดาวเมือง ยอดขายเบียร์โคโรน่าลดเพราะบางคนคิดว่ามันเกี่ยวกับโควิด สิ่งที่ทรัมป์พูด ที่ปรึกษาทรัมพูดถึงโควิด19 โควิดหนึ่ง คิดว่าเลขตัวหลังเป็นเวอชัน อะไรอีกมากมาย
เมกันจึงดูย้อนแย้งกันมากๆ ระหว่างดูฉลาดสุดๆและไม่ฉลาดเอาเสียเลย อย่างที่ชมหมอไทยเก่งเราก็ไปเรียนต่อตปท กันมาทั้งนั้นหลายคนก็จบ harvard medical school คือ เราไปเรียนวิธีการรักษาจากเค้ามา รวมทั้งเทกบุค หลักสูตร ซื้อเครื่องมือการแพทย์ ยาจากเค้ามา แต่เราสามารถรับมือได้ดีกว่าประเทศที่เป็นต้นน้ำเสียอีก
หรือจีนที่ดูดีขึ้นก็เพราะส่งนักศึกษาไปเรียนเมกันเยอะมาก ตอน cultural revolution จีนแทบจะไม่มีการวิจัยอะไรเลย ตอนนั้นคนอดอยากมาก อาวุธยังต้องพึ่งโซเวียต ดีได้เติ้ง พึ่งมาทำเองได้ก็ช่วงหลังๆ หลังจากเอาความรู้ที่ส่งคนไปเรียนตปท กลับมา
ทฤษฎีที่น่าสนใจคือ คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยฉลาดมากนัก ไอคิว 100 นั่นคิดดูว่าลองคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยฉลาดแล้ว มีคนอีกร้อยละ 49.9 ฉลาดน้อยกว่านั้นอีก ตามการแจกแจงแบบปรกติระฆังคว่ำ คนเมกันฐานอาจจะกว้างกว้างประเทศอื่นๆมาก มีคนฉลาดน้อยแกนซ้ายมากๆ ก็ยิ่งมีคนฉลาดมากสุดๆแกนขวามากเช่นกัน เราจึงเห็นคอนทราสของคนเมกันมากแบบนี้
จากโควิด อเมริกาจะยังคงเป็นมหาอำนาจได้อีกไหม ทำไมสังคมที่นั่นคนดูทั้งฉลาดมากและน้อยได้ในเวลาเดียวกัน