ความในใจของคนที่แพ้แสงแดด + โดนครูว่าสำออย

สวัสดีค่ะนี่เป็นกระทู้เเรกของเรานะคะ หากผิดพลาดยังไงก็ขอโทษด้วยค่ะ;—;)

คือเราเนี่ยเป็นคนผิวบางค่ะ แพ้ง่ายอะไรง่าย โดดเเดดเเล้วจะแสบผิวเหมือนโดนไหม้ พอตากแดดนานๆก็มีผื่นสีแดงๆขึ้นตามคอ ตามแขน เราก็รู้ตัวเองนะคะเลยพยายาม ทาครีมกันแดด ใส่เสื้อกันหนาวมาตลอดตั้งแต่เด็ก บอกให้ครูในสายชั้นให้ทราบทุกปีเลยค่ะว่าแพ้แสงแดดซึ่งครูก็เขาก็เข้าใจดีค่ะเลยให้เราออกมานั่งพักห่างๆในห้องพยาบาล จนกว่าจะเลิกแถว
 
 เป็นการณ์ก่ินจะปิดเทอมนะคะ คือเรามีปัญหากับคุณครูหญิงท่านหนึ่งค่ะ แกอยู่คนละตึก บวกกับไม่เคยเรียนกับแกเลยไม่ค่อยคุ้นหน้ากัน  เพื่อนเราบอกว่าอยู่ๆแกก็เปลี่ยนแถวมาคุมแถวห้องเรา คุณครูคนนี้นับจำนวนนักเรียนแล้วหายไปคนนึง เพื่อนก็เลยบอกว่าเราอยู่ห้องพยาบาลค่ะ แล้วนึกอะไรไม่รู้แกเดินมาหาเราที่ห้องพยาบาลแล้วบอกว่าทำไมไม่ไปเข้าแถว เราเลยบอกว่าแพ้แสงแดดค่ะ ครูบอกว่า

 "ชั้นไม่เชื่อเธอหรอก มาห้องพยาบาลเพื่อจะไม่ต้องเข้าแถวใช่มั้ย?' "

"ทำเป็นสำออย แก่แดด ไม่ยอมโดนแดด ทำไมโดนแดดแล้วเธอจะตายเหรอ?"


 เราไม่ตลกเลยนะคะ เราหน้าชาเลยค่ะ เราพยายามอธิบายเหตุผลให้ครู แต่คุณครูคนนี้ไม่ฟังเลยค่ะ แล้วแกบอกทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าพรุ่งนี้เธอไม่มาเข้าแถวอีกนะ ชั้นจะหักคะแนนเธอ
เรางงมาก

แต่เราก็ทำตามค่ะ เราบอกแม่ว่าพรุ่งนี้หนูจะไปเข้าแถวนะคะ คุณแม่ก็ตกลงแต่ห้ามฝืนตัวเองนะ(คุณแม่เรารู้ค่ะว่าเราแพ้แสงแดด) วันนั้นเราใส่เสื้อกันหนาว + ใส่ฮู้ด + ทาครีมกันแดด แต่มันก็ยังแสบๆผิวอยู่ดี พออาจารย์คนเดิมแกเดินมาก็สั่งให้ถอดเสื้อฮู้ดออกซะเพราะมันขัดต่อภาพลักษณ์โรงเรียน ตอนนั้นคือเราแสบผิวมากเลยค่ะไม่ยอมถอดออก เราเลยเถียงกับคุณครูคนนั้น ครูประจำชั้นเราเดินมาพอดีเลยเขามาถามว่ามีอะไรกัน ครูคนนั้นบอกกับครูเราว่า เราทำผิดกฎโรงเรียน ครูประจำชั้นเลยอธิบายให้ครูคนนั้นฟัง แต่ครูคนนั้นก็ยังบอกว่าเราทำเป็นแกล้งแพ้เเดดเพราะไม่อยากยืนหน้าเสาธงล่ะสิ แล้วแกก็สั่งให้เรามาพบแกที่ห้องปกครองตอนเลิกแถวด้วย

 เราก็ไปค่ะแกบอกให้ถอดเสื้อกันหนาวออกสิ เราก็ถอดออกค่ะ แล้วที่นี้แกก็ทำเป็นมือปิดจมูกแล้วก็บอกว่าเธอฉีดนํ้าหอมมาโรงเรียนเหรอ? เราไม่ได้ฉีดค่ะเราบอกคุณครูไปว่ามันคือกลิ่นครีมกันแดด ครูก็บอกว่าเป็นเด็กเป็นเล็กทำตัวน่าเกลียดน่าชัง แก่แดด?? เราปรี้ดมากเลยค่ะคิดในใจว่า ไม่เป็นเราแล้วจะรู้สึกได้ไง ตอนแดดโดนผิวมันทรมาณมาก โคตรจะแสบ แกก็บอกเราว่าเอาใบรับรองแพทย์มาซิ ตอนนั้นเรายังไม่มีใบรับรองแพทย์ค่ะ เคยไปปรึกษาคุณหมอผิวหนึ่งอยู่ครั้งนึงก็ได้โลชั้น + ยา มา 

      เราวันต่อมาเราเลยตัดสินขอคุณแม่กับคุณพ่อลาหยุดแล้วชวนคุณป้าไปหาหมอด้วยกันแทน เพราะคุณพ่อคุณแม่เราต้องทำงานค่ะ เราบอกอาการให้หมอและหมอก็ฉายแสงอะไรสักอย่างมาที่ผิวเราจนมันเกิดเป็นปื้นแดงๆกับตุ่มใสๆขึ้น และซักถามอาการอะไรอีกหลายๆอย่าง จนเสร็จเรียบร้อยหมอเซ็นใบรับรองแพทย์ให้เราและจ่ายยาให้กินประจำทุกวันเราก็กลับบ้านค่ะ

        วันต่อมาเรามาโรงเรียนนั่งรอที่ห้องพยาบาล และแกก็มาอย่างที่คิดจริงๆค่ะ เราเลยยื่นใบไปให้ แต่แกก็ยังไม่เชื่อค่ะ แถมยังบอกว่าพ่อแม่เราเป็นหมอกับพยาบาลหนิ เเกเลยบอกว่าพ่อแม่เธอเฟคขึ้นมาให้ลูกตัวเองรึเปล่า? เราแบบ ว้อท? นี่ครูจะเอาอะไรกับหนูนักหนา พ่อแม่เราเป็นหมอกับพยาบาลก็จริงแต่อยู่คนละโรงพยาบาลที่เราไปตรวจโว้ยยย ครูบอกว่าถ้าต่อไปยังไม่ยอมเข้าเเถวดีๆ หาขออ้างมาอีก จะหมายหัวเราไว้ และไม่ให้จบการศึกษาจากโรงเรียนแต่โชคดีที่วันต่อมาโรงเรียนเราปิดเทอมซะก่อน เราเลยได้พักสมอง จนถึงเดือนกรกฎาคมเลย

     อยากทราบว่าทุกคนคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้คะ เราผิดจริงๆเหรอ? แล้วถ้าทุกคนเจอเหตุการณ์แบบเราจะทำยังไงกันบ้าง เรากังวลมากเลยค่ะว่าเปิดเทอมใหม่มา คุณครูท่านนี้จะมาก่อกวน(?)เราอีก เราหาวิธีรับมือไม่ไหวเเล้วค่ะ แกปากจัดจริงๆ ดุ และค่อนข้างหัวโบราณมากด้วย เปิดเทอมใหม่เราควรจะให้คุณแม่ไปคุยกับครูคนนี้ดีไหมคะ แต่แม่เราก็ทำงานหนักมากๆเลยไม่ค่อยอยากรบกวนคุณแม่สักเท่าไร T—T

ปล.ซีเรียสนะคะแง แล้วเพื่อนในกลุ่มก็บอกมันเป็นดวงซวยของเราด้วยที่คุณครูคนนี้ดันมาหมายหัวไว้ด้วย รู้สึกว่าครูท่านนี้น่าจะจิตหน่อยๆ เพราะแกหาเรื่องนักเรียนคนอื่นแทบทุกปีเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่