คือผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมันต้องคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คนนึงจ่าย 100 บาทเสียค่าธรรมเนียม 2 บาท อีกคนจ่าย หมื่นนึง เสียค่าธรรมเนียม 200 บาท คือผมไม่เชื่อเลยว่าคอมพิวเตอร์สำหรับงานนี้มันจะเสียเวลาประมวณผลยอด 10000 บาทจนโครตเหนื่อยที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จริงๆผมว่าแทบจะใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไม่ต่างกัน ผมรู้สึกว่าผู้บริโภคโดนเอาเปรียบจากระบบนี้มากๆ และนานมาแล้วมากๆ เลยครับ เพราะยังไงร้านค้าเขาโดนชาร์จ เขาก็มาคิดค่าใช้จ่ายแอบแฝงกับเราอยู่ดี
อันนี้ผมแค่มาพิมพ์สอบถามความคิดเห็นเฉยๆนะครับว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่า เพราะผมเข้าใจว่าระบบนี้มันมีสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกค้ำระบบนี้อยู่ เลยทำให้ทั้งโลกต้องดำเนินการไปตามนี้
**อัพเดทได้คำตอบนึงที่พอเข้าใจได้คือเรื่องดอกเบี้ยมาแล้วครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าธนาคารก็จะไปเก็บกับลูกค้าที่ผ่อนอยู่ดี ก็เลยยังคิดว่าไปชาร์จกับร้านค้าด้วยอัตราแปรผันกับจำนวนรับชำระเงิน 2% มันก็ยังเยอะอยู่ดี ถ้าร้านรับชำระเงินเยอะๆ แล้วอีกอย่าง พวก E Wallet ที่ต้องเติมเงินสดเข้าไปใน Wallet สำหรับการชำระเงิน เขาก็ไปชาร์จกับร้านค้า 2% เหมือนกันเด๊ะ อันนี้อิงจากเว็บที่เราคุ้นเคยหาข้อมูลง่ายๆ อย่างเช่น Lazada , Shopee เลยนะครับ แล้วก็ระบบรับชำระเงินอื่นๆทุกช่องทางคิด 2% เหมือนกันหมดเลย
### คุณว่าระบบค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 2% โดยเฉพาะบัตรเครดิต/เดบิต มันเอาเปรียบผู้บริโภคไปหน่อยไหมครับ
อันนี้ผมแค่มาพิมพ์สอบถามความคิดเห็นเฉยๆนะครับว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่า เพราะผมเข้าใจว่าระบบนี้มันมีสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกค้ำระบบนี้อยู่ เลยทำให้ทั้งโลกต้องดำเนินการไปตามนี้
**อัพเดทได้คำตอบนึงที่พอเข้าใจได้คือเรื่องดอกเบี้ยมาแล้วครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าธนาคารก็จะไปเก็บกับลูกค้าที่ผ่อนอยู่ดี ก็เลยยังคิดว่าไปชาร์จกับร้านค้าด้วยอัตราแปรผันกับจำนวนรับชำระเงิน 2% มันก็ยังเยอะอยู่ดี ถ้าร้านรับชำระเงินเยอะๆ แล้วอีกอย่าง พวก E Wallet ที่ต้องเติมเงินสดเข้าไปใน Wallet สำหรับการชำระเงิน เขาก็ไปชาร์จกับร้านค้า 2% เหมือนกันเด๊ะ อันนี้อิงจากเว็บที่เราคุ้นเคยหาข้อมูลง่ายๆ อย่างเช่น Lazada , Shopee เลยนะครับ แล้วก็ระบบรับชำระเงินอื่นๆทุกช่องทางคิด 2% เหมือนกันหมดเลย